ไทรอยด์กับการผ่าตัดแผลเล็ก แก้ปัญหาแผลเป็นกลางลำคอ

โรคไทรอยด์เป็นโรคหนึ่งที่ได้ยินชื่อกันบ่อย ๆ และมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก แต่คนที่ไม่ใช่ผู้ป่วยหรือไม่มีคนใกล้ตัวป่วยโรคนี้ก็อาจไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับความซับซ้อนของเจ้าโรคนี้กันเท่าไหร่นัก

นพ.ธัญวัจน์ ศาสนเกียรติกุล แพทย์ด้านการผ่าตัดไทรอยด์และพาราไทรอยด์ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า ไทรอยด์ เป็นอวัยวะหนึ่งในระบบต่อมไร้ท่อที่อยู่กลางคอ รูปร่างคล้ายผีเสื้อ คือมีซีกซ้ายและซีกขวา มีหน้าที่สร้างฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อควบคุมระบบสมดุลในร่างกาย โรคของต่อมไทรอยด์ที่พบบ่อย คือ ภาวะต่อมไทรอยด์ที่ทำงานหนักเกิน ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน โรคคอพอก และโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ โดยคนไข้ไทรอยด์ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงช่วงอายุ 20-40 ปี

โรคไทรอยด์แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มไทรอยด์ชนิดไม่เป็นพิษ แต่มีก้อนโตผิดปกติที่กลางคอ โดยสามารถสังเกตง่าย ๆ ได้ด้วยตนเอง คือ เวลากลืนน้ำลาย ก้อนจะเคลื่อนที่ขึ้น-ลงตามการกลืน ซึ่งก้อนนี้จำเป็นจะต้องได้รับการตรวจพิสูจน์ว่าเป็นก้อนเนื้อร้ายหรือไม่ โดยการตรวจอัลตราซาวนด์บริเวณลำคอ และเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจ ซึ่งถ้าผลออกมาเป็นมะเร็งไทรอยด์ควรรีบได้รับการผ่าตัดรักษาเพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรือบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย

2.กลุ่มไทรอยด์เป็นพิษ ซึ่งภาวะของกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น โรคเกรฟส์ (Graves’ disease) เป็นโรคเกี่ยวกับภาวะภูมิคุ้มกันในร่างกายบกพร่อง ทำให้มีการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมนมากกว่าปกติ โดยสามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง คือ จะมีอาการคอโตทั่ว ๆ ทั้งสองข้าง ใจสั่น เหนื่อยง่าย น้ำหนักลด ตาโปน หรือภาวะไทรอยด์เป็นพิษที่เกิดจากก้อนเนื้องอกต่อมไทรอยด์ ซึ่งจะต่างจากโรคเกรฟส์ คือ ส่วนของเนื้องอกจะเป็นก้อนที่สร้างฮอร์โมนมากกว่าปกติ แต่ต่อมไทรอยด์เป็นปกติดี

โดยส่วนมากวิธีการรักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษจะใช้ยารักษาก่อน รวมถึงวิธีการกลืนแร่รังสีที่สามารถรักษาได้เช่นกัน แต่ก็มีผู้ป่วยบางส่วนที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด เนื่องจากทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น คอโตมาก หรือไม่สามารถกลืนแร่ได้ เป็นต้น

สำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันวิธีการผ่าตัดไทรอยด์แบ่งเป็น 2 วิธีใหญ่ ๆ คือ

1.การผ่าตัดแบบเปิด คือมีแผลที่กลางคอ เป็นการผ่าตัดแบบมาตรฐานที่มีมานานแล้ว โดยจะผ่าบริเวณกลางคอขนาดประมาณ 6-8 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดของก้อน วิธีนี้ถือเป็นวิธีการผ่าที่ดี เพราะทำได้ง่าย และสามารถผ่าได้ทุกขนาด แต่ข้อเสียคือ จะมีแผลอยู่กลางคอ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ป่วยขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน

2.การผ่าตัดไทรอยด์แบบส่องกล้อง สามารถผ่าเข้าไปได้จากหลายทาง เช่น ทางรักแร้ ทางลานนม ทางหลังหู แต่วิธีการใหม่ที่สามารถผ่าตัดรักษาได้ คือ การผ่าตัดไทรอยด์ทางปาก โดยข้อดีคือ ไม่มีแผลเป็นภายนอก ซึ่งบาดแผลจะถูกซ่อนไว้ในปาก และสามารถใช้กล้องส่องขยายเพื่อให้เห็นเส้นเสียงและต่อมพาราไทรอยด์ได้ชัดเจนขึ้น ทำให้โอกาสในการรักษาเส้นเสียงเพื่อป้องกันเสียงแหบเหมือนกับการผ่าตัดแบบเปิด

“เราสามารถผ่าส่องกล้องไทรอยด์ทางปากได้ทุกโรคไม่ว่าจะเป็นภาวะไทรอยด์เป็นพิษไทรอยด์ไม่เป็นพิษ โรคมะเร็งไทรอยด์ แต่ขนาดก้อนเนื้อที่จะผ่าควรมีขนาดใหญ่ไม่เกิน 6-8 เซนติเมตร เพราะฉะนั้น ถ้าพบเจอก้อนที่กลางคอที่ขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป แนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อที่ผู้ป่วยจะมีโอกาสเลือกวิธีการผ่าตัดรักษาได้มากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้แพทย์ผู้รักษาจะต้องเลือกว่าคนไข้เหมาะสมกับการผ่าตัดชนิดไหนที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด” นพ.ธัญวัจน์แนะนำปิดท้าย

Previous article“พอร์โต้” เดินหน้าขยายสาขา ปักหมุด4ภาค/จ่อตั้งกองทรัสต์ระดมทุน
Next articleแม็คอิลรอย เฉือน เคปค่า คว้านักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปีพีจีเอ ทัวร์