เปิดผลสำรวจ “ดัชนีความรัก” คู่รักให้ความสำคัญกับประสบการณ์สุดประทับใจมากกว่าสิ่งของ

ผลสำรวจ “ดัชนีความรักของมาสเตอร์การ์ด” พบว่า คู่รักให้ความสำคัญกับประสบการณ์สุดประทับใจมากกว่าสิ่งของ

 

ผลสำรวจ “ดัชนีความรักของมาสเตอร์การ์ด หรือ Mastercard Love Index” ข้อมูลล่าสุดชี้ชัดว่า ในช่วงวันวาเลนไทน์คู่รักให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่น่าประทับใจมากกว่าสิ่งของ โดยยอดการใช้จ่ายเกี่ยวกับสิ่งของที่มีผลด้านจิตใจตั้งแต่ปี 2558-2560 เพิ่มสูงขึ้นราว 6% คิดเป็นจำนวนธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นถึง 17%

ทั้งนี้ผลสำรวจ ดัชนีความรักของมาสเตอร์การ์ด หรือ “Mastercard Love Index” ที่ถูกจัดทำขึ้นทุกปี เพื่อวิเคราะห์ธุรกรรมการเงินบัตรเครดิต เดบิต และพรีเพดในช่วงวันวาเลนไทน์ตลอดสามปีที่ผ่านมา (11-14 กุมภาพันธ์ 2558-2560) เผยให้เห็นว่าสุดยอดของวิธีโปรยเสน่ห์คือความรื่นรมย์ผ่านมื้ออาหาร และในปีที่ผ่านมา (2560) ผู้คนนิยมพาคนรักของตนออกมาดินเนอร์ในช่วงวาเลนไทน์ คิดเป็นสัดส่วนสูงสุดถึง 40% เมื่อดูจากยอดการใช้จ่าย หรือ 75% เมื่อดูจากจำนวนธุรกรรม


การพาคนรักท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวประสบการณ์น่าประทับใจ (ด้วยเครื่องบินหรือรถไฟ) ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเวลาอันสุดแสนจะโรแมนติกของปี โดยในปี 2560 มีจำนวนธุรกรรมด้านนี้เพิ่มขึ้นถึง 23% คิดเป็น 22% ของยอดการใช้จ่ายรวมทั้งหมด ในขณะเดียวกัน การเปลี่ยนบรรยากาศด้วยห้องพักในโรงแรมยังได้รับความนิยมอย่างสม่ำเสมอด้วยสัดส่วน 27% ของยอดการใช้จ่าย

ข้อมูลนี้สนับสนุนแนวคิด “เศรษฐกิจแห่งประสบการณ์” หรือ experience economy ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า ความสุขนั้นแท้จริงแล้วได้มาจากการสั่งสมประสบการณ์ที่จะประทับใจไม่รู้ลืม (หรืออย่างน้อยก็ควรค่าพอสำหรับการแชร์ในโลกโซเชียล) ไม่ใช่การสะสมสิ่งของ

เทคโนโลยีการจ่ายเงินด้วยระบบ contactless payments ของมาสเตอร์การ์ด สามารถช่วยขจัดความอึดอัดใจได้เมื่อบิลเก็บเงินมาที่โต๊ะอาหาร ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ธุรกรรมประเภทนี้มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างมหาศาลถึง 311% คิดเป็นจำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้น 203% เมื่อเทียบกับปี 2558 อันที่จริงแล้ว มูลค่าของการใช้จ่ายผ่านเทคโนโลยีไร้สัมผัสนั้นเพิ่มสูงขึ้นในทุกหมวดหมู่ โดยในหมวดที่เพิ่มมากที่สุดคือ การเดินทางทางเครื่องบินและรถไฟ (1,064%) เครื่องประดับและอัญมณี (453%) และดอกไม้ (446%)

ในทางกลับกัน มูลค่าการใช้จ่ายเพื่อซื้อของขวัญวันวาเลนไทน์แบบเดิมๆ อาทิ ดอกไม้ นั้นลดลงราว 3% แม้ว่าจำนวนของธุรกรรมจะเพิ่มขึ้นราว 14% แสดงให้เห็นว่า แม้ว่าดอกไม้จะยังคงเป็นตัวแทนสื่อรักที่ดี แต่กุหลาบเพียงดอกเดียวกลับมีความหมายมากกว่าการมอบช่อดอกไม้ เช่นเดียวกับการมอบเครื่องประดับและอัญมณี ที่มีมูลค่าลดลง 9% แต่กลับมีจำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้นราว 10% (เมื่อเทียบกับปี 2558)

งานวิจัยที่ได้รวบรวมและวิเคราะห์พฤติกรรมของนักช็อปกว่า 200 เขตแดนทั่วโลกนี้ยังชี้ให้เห็นถึงเบื้องลึกของรูปแบบและแนวทางในการจับจ่ายใช้สอยอีกด้วย

คำถามก็คือ เมื่อเป็นเรื่องของหัวใจแล้ว เราเป็นนักช็อปจอมวางแผน หรือเป็นแบบตัดสินใจซื้อฉับพลัน ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่วางแผนซื้อของขวัญล่วงหน้า และจะไม่รอจนนาทีสุดท้าย คู่รักวาเลนไทน์ส่วนมาก (30%) จะซื้อของขวัญเตรียมไว้ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ (คิดเป็นจำนวนธุรกรรม 48.8 ล้านครั้งทั่วโลกตลอดช่วงสามปีที่ผ่านมา) อย่างไรก็ตาม จำนวนธุรกรรมกว่าหนึ่งในสี่ (27%) ของทั้งหมด (ในช่วงสามวัน ตั้งแต่ 11-14 กุมภาพันธ์) เกิดขึ้นในวันวาเลนไทน์นั่นเอง

แนวโน้มในการจับจ่ายใช้สอยผ่านระบบออนไลน์ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนธุรกรรมผ่านอีคอมเมิร์ซเปรียบเทียบระหว่างวันวาเลนไทน์ปี 2560 เพิ่มสูงจากของปี 2558 ถึง 136%

“การเอาอกเอาใจคนรักในวันวาเลนไทน์เป็นเรื่องที่หลายคนยังทำอยู่ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดกันได้ง่ายๆ ข้อมูลของเราชี้ให้เห็นว่า แม้ว่าผู้คนจะยังคงซื้อของขวัญในแบบเดิมๆ แต่แนวโน้มในการซื้อหาประสบการณ์ดีๆ ร่วมกันนั้นกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก การชำระเงินแบบไร้สัมผัสเป็นอะไรที่สะดวกสบาย และทำให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นเรื่องดีที่เราได้เห็นผู้คนทั่วโลกเริ่มเปิดใจยอมรับเทคโนโลยีนี้กันแล้ว ดัชนีความรักของมาสเตอร์การ์ด ซึ่งตอนนี้ก็เข้าสู่ปีที่สามแล้วนั้น ได้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่สำคัญทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อให้ร้านค้าได้มีข้อมูลเชิงลึกในเรื่องพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคในช่วงเวลาโรแมนติก” มร.โดนัล ออง ผู้จัดการประจำประเทศไทยและพม่า ของมาสเตอร์การ์ด กล่าว