เอาใจคอกาเเฟ ! Thailand Coffee Fest 2018 “จากต้นจนจิบ” เปิดโลกธุรกิจกาแฟไทย 8-11 มี.ค.นี้

สมาคมกาแฟพิเศษไทย ร่วมกับเดอะคลาวนด์ เว็บไซต์นักเล่าเรื่อง นำเสนอคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ ได้กำหนดจัดงาน Thailand Coffee Fest 2018 ภายใต้แนวคิว “Make it Sustainable” กว่ากาแฟจะเดินทางมาตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำให้เราได้จนจิบต้องผ่านแต่ละกระบวนที่พิถีพิถันต่างๆ มากมาย

งาน Thailand Coffee Fest 2018 A Journey of Coffee มหกรรมของคนรักกาแฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน Southeast Asia จะพาเดินย้อนเส้นทางให้เห็นความพิถีพิถัน และความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในโลกของกาแฟ โดยที่รวบรวมคนกาแฟ ทั้งกระบวนการตั้งแต่ เกษตรกร โรงคั่วกาแฟ วัตถุดิบ ผู้ส่งออก บาริสต้า ร้านกาแฟ อุปกรณ์เครื่องมือ องค์ความรู้จากทุกภาคส่วนเอาไว้มากที่สุด จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 8-11 มีนาคม พ.ศ. 2561 ระหว่างเวลา 10.00-21.00 น. ณ เพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


ในงานปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ในครั้งนี้งานมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มคนดื่มกาแฟหน้าใหม่ที่ต้องการความรู้เกี่ยวกับเรื่องกาแฟพิเศษมากยิ่งขึ้น แต่ก็รวมไปถึงคนรักกาแฟที่รู้เรื่องกาแฟอย่างลึกซึ้งอยู่แล้วและผู้ประกอบการที่สนใจทำธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟเป็นเป้าหมายรองลงมาเพื่อให้ธุรกิจกาแฟไทยมีการขยายตัวมากยิ่งขึ้น

โดยงานมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้กับธุรกิจกาแฟในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เน้นส่งเสริมการบริโภคและค้าขายกาแฟให้มีปริมาณมากขึ้น และยังส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรพัฒนากระบวนการผลิตเมล็ดกาแฟไทยให้มีคุณภาพดีมากขึ้น และยกระดับให้เป็นเมล็ดกาแฟพิเศษ (มีคุณภาพสูง) เพื่อไปสู่ตลาดโลก ซึ่งสมาคมฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปลูกกาแฟสามารถทดแทนการทำไร่เลื่อนลอยของเกษตรกรหรือชาวเขา ลดการทำลายป่า และยังเป็นการเพิ่มรายได้เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เกษตรกร

ภายในรวบรวมองค์งานความรู้ รวมทั้งความสำคัญหน่วยงานภาครัฐ และบริษัทภาคเอกชน กว่า 100 บริษัท มาร่วมจัดแสดงงาน และภายในงานยังมีกิจกรรมมากมาย เช่นการประกวด 10 สุดยอดกาแฟไทย การแข่งขัน World Es Yenn Championship กิจกรรมเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องกาแฟแก่ผู้ร่วมงาน คลาสเรียนต่าง ๆ และนิทรรศการแสดงกระบวนการการผลิตกาแฟตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อเรียนรู้กว่าจะเกิดกาแฟให้ทุกคนได้จิบกัน และในปีนี้มีแนวคิว “Make it Sustainable” ทำให้ต้องคำนึงไปถึงโครงสร้างต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นภายในงานก็ควรเป็นวัสดุที่ตอบโจทย์กับแนวคิดนี้สามารถนำกลับไปใช้ใหม่ได้ ไม่เกิดเป็นขยะและสามารถนำกลับไปสู่เกษตรกร และชุมชนเพื่อใช้ประโยชน์สืบต่อไป