เที่ยวสะพานแขวนมิชิมะ สัมผัส ชายหาดมิโฮ รายล้อมด้วยต้นสนอายุ 650 ปี

กรกนก มาอินทร์ : เรื่อง

มาถึงตอนสุดท้ายของการพาไปตะลอนแดนปลาดิบในทริป JNTO และสายการบินนกสกู๊ต หลังจากที่เขียนไปก่อนหน้านี้สองตอน รุ่งเช้าวันใหม่เรานั่งรถไปยังเมืองชิซุโอกะ (Shizuoka) ใช้เวลาราว 45 นาที ภาพตรงหน้าที่เห็นคือยอดของสะพานแขวน อีกหนึ่งสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองที่ใครมาต้องห้ามพลาด คือ สะพานแขวนมิชิมะ

สะพานแขวนมิชิมะ (Mishima-Skywalk) หรือชื่อเต็ม The Hakone Seiroku Mishima Suspension Bridge ยาวถึง 400 เมตร อยู่เหนือพื้นดิน 70.6 เมตร นับเป็นสะพานแขวนคนข้ามที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่เมืองมิชิมะ (Mishima) จ.ชิซุโอกะ (Shizuoka)

ค่าเข้าสะพานแห่งนี้อยู่ที่ 1,000 เยน/คน ส่วนตัวเรามองว่ามันคุ้มค่ากับวิว 360 องศา และยังสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย แต่น่าเสียดายที่ช่วงที่ไปอากาศค่อนข้างปิด ทำให้มองไม่เห็นภูเขาไฟฟูจิ


จากชื่อเสียงของสะพานแขวนมิชิมะที่ถูกขนานนามว่า เป็นทางเดินบนสวรรค์ เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยียนสะพานแห่งนี้จะรู้สึกราวกับว่าเดินอยู่บนสรวงสวรรค์ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้ว คนที่กลัวความสูงอาจมีหวั่น ๆ เพราะสะพานจะโคลงเคลงแทบตลอดเวลาที่เราเดินข้าม ยิ่งช่วงไหนมีคนเดินสวนมาเยอะ แนะนำให้จับราวสะพานไว้ให้ดี

ไฮไลต์ของที่นี่ไม่ได้มีแค่สะพานเท่านั้น บริเวณโดยรอบเริ่มตั้งแต่ระหว่างสองข้างทางจะมีกระเช้าให้ขึ้นไปนั่ง มีลานกิจกรรมผาดโผนสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความตื่นเต้นคงถูกใจไม่น้อย เมื่อเดินไปถึงอีกฝั่งของสะพานจะเจอกับลานกว้าง มีร้านขายของกิน คาเฟ่ เรือนกระจกที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ต่าง ๆ นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวและครอบครัวชาวญี่ปุ่นมาใช้เวลาพักผ่อนร่วมกัน

นั่งรถกันต่อราวครึ่งชั่วโมงก็มาขึ้นกระเช้าเพื่อไปยังอีกหนึ่งจุดหมายคือ ศาลเจ้าคุโนซังโทโชกุ (Kunozan Toshogu Shrine) ตั้งอยู่ภายในตัวเมืองชิซูโอกะ (Shizuoka) ศาลเจ้านี้สร้างขึ้นเพื่อเคารพบูชาโชกุนโตกุกาวะ อิเอยาสุ ที่ได้รับการยกย่องเป็นเทพหลังจากเสียชีวิต ภายหลังมีการเพิ่มเติมอีกสองคน ได้แก่ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และ โอดะ โนบุนางะ บุคคลสำคัญในยุคสงครามกลางเมืองของญี่ปุ่นเป็นเทพและมีการบูชาที่ศาลเจ้า

ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับเลือกให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญ และมีของสะสมจำนวนมากของสมัยโตกุกาวะ

เมื่อกระเช้าส่งถึงที่หมายเราจะเจอกับจุดพัก มีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนสำหรับสูบบุหรี่ ซื้อตั๋ว ของที่ระลึก ก่อนเดินขึ้นไปบนศาลเจ้าจะมีกล่องใส่ไม้หลายขนาดเพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้พยุงขณะเดิน ด้านบนจะมีโซนจัดโชว์ของสะสม พร้อมร้านขายของที่ระลึกให้เลือกซื้อ

เราใช้เวลาอยู่ที่ศาลเจ้าไม่นาน เมื่อทุกคนเดินทอดน่อง พร้อมขอพรจนหนำใจก็ไปต่อกันที่ ชายหาดมิโฮ (Miho Beach) คาบสมุทรที่ยื่นออกไปในอ่าวซุรุกะ (Suruga Bay) จากเมืองชิซูโอกะ (Shizuoka) อีกหนึ่งชายหาดยอดนิยมแห่งเมืองชิซูโอกะ ความพิเศษคือทรายบนชายหาด

มิโฮผสมไปด้วยหินและสีค่อนไปทางดำ มีหินอยู่บนชายหาดจำนวนมาก และรอบรายล้อมไปด้วยต้นสนอายุราว 650 ปี เป็นอีกหนึ่งจุดถ้ามาในวันอากาศดีนั้น เราจะมองเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิ

ไกด์เล่าให้ฟังว่า ต้นสนที่นี่มีอยู่ต้นหนึ่งเรียกว่า Hagoromo-no-Matsu ตำนานเล่าว่า ชายชาวประมงที่พบเชือกของนางฟ้าจากสรวงสวรรค์ที่แขวนอยู่บนกิ่งของต้นสนต้นนี้ เกิดเป็นความสวยงามจุดหนึ่งของชายหาด

เราไปถึงกันตอนพลบค่ำ เห็นชาวญี่ปุ่นทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงวัย ออกมานั่งชมวิวริมชายหาด น้อยคนนักที่ลงไปเล่นน้ำ เหมือนทุกคนมาเพื่อฟังเสียงคลื่นกระทบเข้าหาฝั่ง

เราปิดท้ายวันในญี่ปุ่นก่อนบินกลับไทยในวันรุ่งขึ้นด้วยการนั่งลงบนชายหาด หลับตาแล้วฟังเสียงคลื่น พร้อมถามตัวเองว่า จุดสิ้นสุดของผืนน้ำตรงหน้าอยู่ที่ไหนนะ ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนเราเป็นเพียงมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ที่ถูกทะเลกอดเอาไว้…สุขใจยิ่งนัก

Previous articleพ.ร.บ. ภาษีปิโตรเลียมลงราชกิจกาฯแล้ว มีผล 22 พ.ย.
Next articleดวงดาวลาลับ แต่แสงไม่ดับสูญ กิมย้ง-สแตน ลี-อาจินต์ ปัญจพรรค์ ความสูญเสียระลอกใหญ่ของโลกหนังสือ