พาชม “Invisible Things” นิทรรศการของใช้ในชีวิตประจำวันที่สะท้อนความเป็นเยอรมัน-ไทย

ข้าวของเครื่องใช้สะท้อนตัวตนของเจ้าของได้เป็นอย่างดี และถ้ามองภาพกว้างกว่าระดับปัจเจก ไปเป็นระดับสังคม หรือระดับชาติ ในแต่ละสังคมหรือชาติจะมีสิ่งของที่สะท้อนตัวตนร่วมของสังคมและชาตินั้น ๆ อยู่ อย่างเช่นตัวอย่างสิ่งของในชีวิตประจำวันที่สะท้อนลักษณะเฉพาะของคนในประเทศเยอรมันและประเทศไทย ดังที่เราจะพาไปดูในนิทรรศการ “สิ่งที่มองไม่เห็น (Invisible Things)” ซึ่งจัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับ สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย จัดแสดง ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ กรุงเทพฯ

“Invisible Things” เป็นนิทรรศการที่นำเสนอของใช้ในชีวิตประจำวันจากประเทศเยอรมนี 25 ชิ้น และประเทศไทย 25 ชิ้น ที่ชวนให้ผู้เข้าชมนิทรรศการฯ ขบคิดและเข้าอกเข้าใจถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ความคิด และวิถีชีวิตอันเป็นลักษณะเฉพาะของผู้คนทั้งสองประเทศผ่าน 50 สิ่งจัดแสดงที่สะท้อนความเป็นเยอรมัน และความเป็นไทยได้อย่างเด่นชัด

นางสาวมาเร็น นีเมเยอร์ ผู้อำนวยการสถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย ให้ข้อมูลเกี่ยวหัหบนิทรรศการนี้ว่า สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย (Goethe-Institut Thailand) ในฐานะองค์กรด้านวัฒนธรรมที่ไม่แสวงหาผลกำไรของประเทศเยอรมัน และมีเครือข่ายกระจายอยู่ทุกประเทศทั่วโลก มีเป้าหมายในการส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ได้ริเริ่มนิทรรศการ “Invisible Things” ขึ้น โดยมุ่งหมายให้ผู้เข้าชมจากทั่วโลก รวมถึงคนไทยมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความเป็นตัวตนของชาวเยอรมันในทุกมิติ

ขณะเดียวกัน สถาบันฯ มุ่งสร้างการตระหนักรู้ให้คนไทยมองเห็นนัยยะสำคัญที่ซ่อนอยู่ในสิ่งสามัญธรรมดาที่สะท้อนถึงความคิด ความเชื่อ ประวัติศาสตร์ และการแก้ปัญหาของคนไทย ซึ่งเชื่อได้ว่า คนไทยทุกคนล้วนมีประสบการณ์ในมิติต่าง ๆ ทั้งการพบเห็น การสัมผัส และการใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งเหล่านั้นจนคุ้นชิน อันนำไปสู่การมองข้ามคุณค่าที่แท้จริงของสิ่งต่าง ๆ ว่ารากเหง้าความเป็นไทยเป็นอย่างไร

นิทรรศการนี้ได้สัญจรไปจัดแสดงในหลายประเทศ อย่าง เยอรมนี จีน และล่าสุดที่ประเทศไทย ณ TCDC กรุงเทพฯ ซึ่งทุกครั้งที่จัดแสดง สถาบันฯ ได้เตรียมมุมแปะกระดาษโพสอิท (Post It) เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้เข้าชมนิทรรศการที่มีต่อประเทศเยอรมัน และเมื่อเดินทางไปจัดแสดงครบตามกำหนดแล้ว สถาบันเกอเธ่จะรวบรวมทุกความคิดเห็นจากผู้เข้าชมทุกประเทศทั่วโลก มาจัดแสดงเป็นนิทรรศการอีกครั้งที่ประเทศเยอรมนี

ภาพสิ่งจัดแสดงที่สะท้อนความเป็นเยอรมัน

ยกตัวอย่างสิ่งของที่จัดแสดง 

จมูกตัวตลก (Fake Nose)

จมูกทรงกลมสีแดง ขนาดใหญ่เทียบเท่าผลมะเขือเทศพันธุ์ลูกท้อของไทย หนึ่งในสัญลักษณ์ที่ถูกนำมาใช้ในสร้างความสุขของผู้คนในประเทศเยอรมัน ในช่วงที่มีการจัดเทศกาลคาร์นิวัล เพื่อเป็นสื่อสัญลักษณ์แทนเครื่องหมายอัศเจรีย์ และบอกใบ้ว่าทุกสิ่งที่ทำหรือพูดออกมาล้วนแต่ตั้งใจจะให้ตลก นับเป็นการสะท้อนถึงความเป็นชนชาติที่เอาจริงเอาจังกับเรื่องตลกเป็นอย่างมาก ซึ่งขัดจากภาพจำของผู้คนจากนานาประเทศทั่วโลกที่มองว่า ผู้คนในเยอรมันเป็นคนที่ตึงเครียด

รองเท้าแตะเบียร์เคนชต็อก (Birkenstock sandals)

รองเท้าที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพผู้ใช้งานมากกว่าแฟชั่น แบรนด์นี้เป็นแบรนด์รองเท้าเพื่อสุขภาพในตำนานจากรัฐนอร์ธไรน์-เวสต์ฟาเลีย เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผสานความสบายสูงสุดกับการเดินอย่างถูกหลักสุขภาพ โดยเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลกอย่างต่อเนื่องถึง 245 ปี เป็นผลมาจากผู้ผลิตได้คัดสรรวัสดุคุณภาพดีมาใช้ในกระบวนการผลิต อย่างเช่น หนังแท้ที่มาพร้อมคุณสมบัติคงทน มีผิวสัมผัสที่นุ่มสบาย พื้นรองเท้าที่สามารถปรับพื้นผิวให้รับกับฝ่าเท้าของผู้สวมใส่ ซึ่งช่วยลดอาการปวดขา และปวดหลังได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงดีไซน์ที่ทันสมัยสามารถนำไปแมชต์กับการแต่งกายได้ทุกเพศทุกวัย

กระบอกตั๋วรถเมล์(Conductor’s Ticket Tubes)

ในเสน่ห์เสียงการเขย่ากระบอก อีกมุมคือนวัตกรรมที่เข้าใจผู้ใช้อย่างแท้จริง เป็นนวัตกรรมทรงประสิทธิภาพประจำรถเมล์ไทยที่คนไทยคุ้นเคยตั้งแต่วัยเด็ก มาพร้อมเสน่ห์ของการเขย่ากระบอกตั๋ว เพื่อเป็นสัญญาณแจ้งเตือนให้ผู้โดยสารเตรียมชำระค่าโดยสาร นอกจากนี้ กระบอกตั๋วยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานสารพัดประโยชน์ ทั้งด้านพื้นที่ที่สามารถใส่ตั๋วได้ทุกชนิดราคา และใส่เหรียญได้ทุกขนาด รวมไปถึงฝากระบอกที่สามารถทำหน้าที่ตัดหรือฉีกตัวคืนผู้โดยสาร เพื่อระบุว่าผู้โดยสารขึ้นและลงที่ระยะใด

สติ๊กเกอร์เปลี่ยนสีรถ (Car Color Stickers)

 

สติ๊กเกอร์มงคลต้นทุนต่ำ อย่าง “รถคันนี้สีแดง” หรือ “รถคันนี้สีขาว” ถือเป็นสิ่งที่สร้างการโต้เถียงแก่ผู้พบเห็น เพราะข้อความบนสติ๊กเกอร์ย้อนแย้งกับความเป็นจริงของสีรถ แต่สะท้อนความเชื่อเรื่องโชคลาง และสีมงคลของคนไทยได้เป็นอย่างดีว่า สติ๊กเกอร์กับข้อความเหล่านั้นช่วยสร้างความอบอุ่นทางจิตใจ เป็นสิริมงคลกับเจ้าของรถ รวมถึงยังช่วยให้เจ้าของรถประหยัดงบไม่ต้องไปทำสีใหม่ทั้งคัน

นอกจากนี้ ในนิทรรศการยังฉายภาพยนตร์สั้นที่เล่าถึงการแลกเปลี่ยนมุมมองต่างวัฒนธรรมโดยกลุ่มนักศึกษาจากทั้งสองประเทศ คือ ทีมนักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และ ทีมนักศึกษาจากTechnische Hochschule Köln (Cologne University of Applied Sciences) ประเทศเยอรมนี

ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ฟรี นิทรรษการจัดแสดงทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.30-21.00 น. ณ ห้องแกลเลอรี่ ชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง (ส่วนหลัง) ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ กรุงเทพฯ (TCDC กรุงเทพฯ) โดยจะจัดแสดงยาว ๆ ไปจนถึงวันที่ 15 กันยายน 2562 หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) กรุงเทพฯ โทรศัพท์  02-105-7400 ต่อ 213, 214 หรือติดตามรายละเอียดที่ tcdc.or.th และ #InvisibleThings

Previous articleเปิดระเบียบสำนักงานสลากกินแบ่งฯ ว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลการจับกุมผู้ขายสลากเกินราคา
Next article“IFEC-EARTH” ร้องก.ล.ต. กรณีตลท.เปิดซื้อขายหุ้น SP