ประโยชน์และวิธีดูแลผิวหน้า ด้วย “มาสก์” ชนิดต่าง ๆ

ใบหน้าของเราเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นใจของตัวเราเอง และสร้างความประทับใจต่อผู้คนที่พบเจอ ดังนั้น การดูแลผิวหน้าจึงเป็นส่วนที่สำคัญไม่แพ้เรื่องของอาหารการกิน หรือการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

ในงานเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ “THANN Facial Mask Series” ที่จัดโดยแบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม “THANN” (ธัญ) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง ได้มีการแนะนำเคล็ดลับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์มาสก์หน้าประเภทต่าง ๆ

แพทย์หญิงอวิกาให้ข้อมูลว่า นอกเหนือจากการดูแลผิวขั้นพื้นฐานอย่างการทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจด พร้อมเลือกบำรุงด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เหมาะกับแต่ละสภาพผิว รวมถึงการหลีกเลี่ยงแสงแดดและมลพิษแล้ว การบำรุงผิวขั้นพิเศษอย่างการมาสก์หน้านั้นเป็นส่วนสำคัญในการช่วยดูแลปัญหาผิวได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมาสก์นั้นสามารถแบ่งประเภทตามลักษณะของเนื้อผลิตภัณฑ์ได้เป็น 4 ประเภทที่เป็นที่นิยม ได้แก่

1.มาสก์แบบแผ่น (sheet mask) มีหลายชนิด เช่น ทิสชู สำลี หรือเจล ซึ่งมาสก์ชนิดนี้จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก ทั้งนี้ ความถี่ในการใช้งานจะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของมาสก์ เช่น ถ้าเป็นมาสก์ที่เน้นความชุ่มชื้นจะสามารถมาสก์ได้ทุกวัน ถ้าเป็นมาสก์ที่เน้นการกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว หรือช่วยให้ผิวขาว (whitening) ก็จะอยู่ที่ประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

2.มาสก์เนื้อโคลน (clay mask) เป็นมาสก์ที่จะแข็งตัวเมื่อแห้ง ส่วนมากมีคุณสมบัติในการดูดซับสิ่งสกปรกที่ตกค้าง หรือความมันส่วนเกินบนผิวหน้า มาสก์ชนิดนี้ส่วนใหญ่ต้องล้างออก และหากทิ้งไว้นานเกินไปจะทำให้หน้าแห้ง ควรใช้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

3.มาสก์ชนิดลอกออก (rubber mask) สามารถลอกออกได้เมื่อแห้ง บางชนิดสามารถดึงสิวเสี้ยนได้ ขึ้นอยู่กับความเหนียวของตัวมาสก์ ไม่แนะนำให้มาสก์ทิ้งไว้ข้ามคืน ควรใช้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

4.มาสก์ข้ามคืน (sleeping mask) มาสก์ชนิดนี้มีความเข้นข้นกว่าครีมบำรุงผิวทั่วไป สามารถทาทิ้งไว้ข้ามคืนได้ และควรล้างออกในตอนเช้า มาสก์ข้ามคืนสามารถใช้ได้ทุกวัน โดยเนื้อของมาสก์ชนิดดังกล่าวจะเน้นเติมความชุ่มชื้นสู่ผิวเป็นหลัก โดยมากจะมีส่วนผสมหรือสารสกัดหลักที่ช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างถูกจุด

นอกจากนี้ คุณหมอบอกอีกว่า ปัญหาผิวหน้าของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยและสภาพปัญหา เช่น กลุ่มวัยรุ่น มักพบปัญหาผิวมัน รูขุมขนกว้าง และเป็นสิวง่ายจากปัจจัยต่าง ๆ รวมถึงฮอร์โมนเพศ ซึ่งสามารถเลือกใช้มาสก์หน้าประเภทโคลนธรรมชาติ และสารสกัดธรรมชาติที่เน้นการเพิ่มความชุ่มชื้นและควบคุมความมัน รวมถึงการลดการอักเสบของผิว

กลุ่มวัยทำงาน มักพบปัญหาผิวอ่อนล้า ดูหมองคล้ำและริ้วรอย เนื่องจากความเครียดหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ มาสก์ที่แนะนำคือมาสก์ที่สามารถฟื้นฟูสภาพผิว โดยสามารถพิจารณาได้จากส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มความกระจ่างใส เช่น สารสกัดจากผลองุ่น (grape extract) และสารสกัดจากรากหม่อน (mulberry root extract) หรือกลุ่มที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว เช่น สารสกัดจากพืชทะเลทราย (ougon extract), สารสกัดจากทรีฮาโลส (trehalose extract) หรือสารสกัดที่ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวอ่อน ๆ อย่าง AHA หรือกรดผลไม้ที่อ่อนโยน รวมถึงสารสกัดที่ช่วยในการลดเลือนริ้วรอย

ส่วนเคล็ดลับการมาสก์หน้าให้ได้ผล ควรเริ่มจากการทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจด ในกรณีที่แต่งหน้าควรเช็ดเครื่องสำอางออกด้วยคลีนซิ่งออยล์ หรือคลีนซิ่งวอเตอร์ ล้างตามด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้า และซับหน้าพอหมาด ๆ แล้วมาสก์หน้าได้เลย ระยะเวลาที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างหรือลอกออก เพราะหากทิ้งไว้นานจนมาสก์เริ่มแห้งจะทำให้มาสก์ดูดความชุ่มชื้นจากผิวหน้ากลับคืน ที่สำคัญควรทาครีมบำรุงผิวทันทีหลังการมาสก์หน้าทุกครั้งเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวได้อย่างเต็มที่

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ