เทคนิคบริหารเงิน ก่อนเกษียณ มีใช้สบายในบั้นปลายชีวิต

เมื่ออายุมากขึ้น เข้าสู่การใช้ชีวิตหลังเกษียณ ความสามารถในการหาเงินของคนส่วนมากจะลดลงตามวัย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังคงมีอยู่ เฉพาะค่าครองชีพนั้นนับวันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีคาดการณ์ว่าภาวะเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 2% ไหนจะค่ารักษาพยาบาลที่ยิ่งจะต้องถี่ขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น นั่นเป็นคำตอบว่าทำไมเราต้องบริหารเงินให้ดีก่อนเกษียณ

“ถ้าจะอยู่สบายๆ เกษียณตอนอายุ 60 ควรจะมีเงินสัก 8 ล้านบาทขึ้นไป … แต่ถ้าอยากอยู่แบบพอไหว 5-6 ล้านก็โอเคพอได้” กูรูการลงทุนบอกตัวเลขที่มนุษย์เงินเดือนได้ยินแล้วต้องกุมขมับ!

“ธนัฐ ศิริวรางกูร” หรือ “หมอนัท” สัตวแพทย์ ซึ่งอีกด้านหนึ่งเป็นกูรูการลงทุนผู้เขียน “คลินิกกองทุน” เจ้าของคำพูดข้างต้นบอกว่าการออมเงินให้เหลือใช้หลังเกษียณเป็นเรื่องสำคัญ แต่การออมเงินอย่างเดียวไม่พอจะเอาชนะอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา ดังนั้นการลงทุนจึงเข้ามาปิดช่องช่วยให้มีเงินเพียงพอสำหรับใช้หลังเกษียณ

หมอนัทบอกอีกว่า “ปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ปลาย ๆ ที่ 2-3% เราต้องลงทุนให้ได้มากกว่าอัตราเงินเฟ้อ ที่สำคัญคือเงินเฟ้อแต่ละด้านไม่เท่ากัน ในกลุ่มสินค้าอย่างค่ากินอยู่อาจจะเฟ้อไม่เยอะ แต่ในส่วนค่ารักษาพยาบาลมีเงินเฟ้อเยอะปีหนึ่งเพิ่มขึ้น 5-10% อย่างมาม่าก็ราคาไม่กี่บาท ยังซื้อได้ราคาถูก แต่ค่ารักษาพยาบาล โรงพยาบาลเอกชนก็ถือว่าแพงทีเดียว”


บางคนอาจมีภาระค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ มากมาย และตั้งคำถามว่าจะสามารถออมเงินก่อนเกษียณได้หรือไม่ คำตอบจากหมอนัทคือ “ได้” โดยการทำบัญชีรายรับรายจ่ายจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ทำให้ผู้ออมเงินทราบว่ามีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่มากกว่าปกติ และสมควรปรับลดสัดส่วนรายจ่ายนั้นลง

“การทำบัญชีรายรับรายจ่ายสามารถทำให้เราออมได้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยทำกัน ก็เลยไม่สามารถออมได้ เพราะไม่รู้ว่าตนเองมีเงินเก็บออมเท่าไหร่”

การออมเงินให้ทันและพอใช้ในวัยเกษียณ หมอนัทแนะนำว่าต้องใช้เวลาระยะประมาณไม่น้อยกว่า 10 ปี คือต้องเริ่มตั้งแต่อายุยังไม่เกิน 50 ปีจึงจะเห็นผลทันที หากอายุ 55 ปีหรือใกล้เกษียณ โอกาสออมให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายหลังเกษียณก็จะน้อยลง แต่ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ เพราะหากมีรายได้สูงพอก็มีโอกาสออมเงินได้ทัน

สำหรับคนที่มีหนี้และอยากออมเงิน ลำพังหาเงินใช้หนี้ก็ยากอยู่แล้ว ทำอย่างไรจึงจะออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณได้ หมอนัทแนะนำว่า ควรจะจัดการแก้หนี้ให้เรียบร้อยก่อน ส่วนจะจัดการอย่างไร ต้องคุยปรึกษากันในเชิงลึก เพราะหนี้ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้นอกระบบ หรืออื่นๆ ต้องพิจารณาความหนักของปัญหาหนี้ว่ากระทบต่อความเป็นอยู่หรือไม่

“ทุกคนเป็นหนี้ก็จริง แต่ถ้ารายรับแต่ละเดือนสามารถจ่ายหนี้ได้ อันนี้คือยังไม่ค่อยหนักเท่าไหร่ แต่ถ้าคนไหนที่ค่าใช้จ่ายด้านหนี้สินมันมากกว่าค่าใช้จ่ายที่กินอยู่ อันนี้ลำบาก ต้องมานั่งคุยกันว่าเราจะปลดหนี้อย่างไรได้บ้าง จริง ๆ มันมีวิธีอยู่ จะเจรจาประนอมหนี้ไหม หรือปรับโครงสร้างหนี้ของตัวเอง

ก็ทำได้ มีหลายวิธีความจริงควรปรับโครงสร้างหนี้ของตัวเองก่อน การออมถามว่าแยกได้ไหมก็แยกได้ ถ้าในกรณีที่มีรายรับมากกว่าหนี้ที่จ่าย อันนี้ออมได้ แต่ว่าถ้าคนที่หนี้เยอะมากจนไม่เหลือออม อันนี้ต้องคุยกันหนักๆ เลย”

การลงทุนเป็นอีกทางหนึ่งที่มาเพิ่มเงินในอนาคต แต่การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ซึ่งอายุก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงในการลงทุนของแต่ละคนมากน้อยไม่เท่ากัน

ในเรื่องนี้หมอนัทแนะนำว่าผู้ที่อายุใกล้เกษียณแล้วถ้าลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงอาจจะต้องลดสัดส่วนการลงทุนลงอาจจะลงทุนหุ้นมากไม่ได้แต่ถ้าเป็นคนที่อายุน้อย มีระยะเวลาในการลงทุนยาวสามารถเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงได้

นอกจากนั้น หมอนัทแสดงความเห็นว่า “สังคมไทยมีภาพลวงตาว่าอายุ 60 ปีแล้วเกษียณเลย ซึ่งจริงๆ มันไม่ใช่ เราอาจจะเกษียณช้ากว่านั้นก็ได้ หลายๆ คนยังแข็งแรงอยู่ เพราะฉะนั้นอาจจะหารายได้เพิ่มได้หรือไม่ จะทำอย่างไรดี ลดรายจ่ายหารายได้เพิ่ม ก็ทำให้เกษียณอย่างมีความสุขได้ ต่อให้อายุ 65 ไปแล้ว แต่ก็ยังมีงานบางอย่างที่ทำได้”

อย่างที่บอกไปว่า การออมเงิน การลดหนี้ การลงทุน การเตรียมตัวให้พร้อมกับชีวิตวัยเกษียณ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณารายละเอียดที่แตกต่างกัน หมอนัทจึงชวนไปพูดคุยกันในงาน “เฮลท์แคร์ 2017 : ฟิตเกินวัย ใจเกินร้อย” ณ เพลนารีฮอลล์ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่หมอนัทจะไปเป็นวิทยากรกิจกรรมเวิร์กช็อปหัวข้อ “การบริหารเงินก่อนและหลังเกษียณ” ในวันที่ 1 มิถุนายน เวลา 15.00-18.00 น.

ในงานนี้หมอนัทจะตอบทุกคำตอบ อธิบาย แนะนำได้อย่างละเอียด ทั้งสอนวิธีเก็บออมเงินให้ทันวัยเกษียณที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ และเนื้อหาความรู้ส่วนใหญ่จะเน้นวิธีการเลือกกองทุน แถมเสริมเคล็ดลับการจัดพอร์ตตามระดับความเสี่ยงของแต่ละคนด้วย ส่วนคนที่เป็นหนี้ ก็เตรียมรายละเอียดข้อมูลหนี้ของตัวเองไปให้หมอนัทพิจารณาและแนะนำให้ได้ว่าจะปลดหนี้ หรือแก้ไขโครงสร้างหนี้ได้อย่างไร รวมถึงจะเก็บออมอย่างไรในขณะที่ยังเป็นหนี้

“เรื่องการเงินเป็นเรื่องสำคัญมากเกือบจะที่สุดของการใช้ชีวิต เนื่องจากทุกเป้าหมายในชีวิตเกี่ยวกับเรื่องเงินทั้งหมด ดังนั้นการบริหารจัดการเงินที่ดีย่อมนำมาซึ่งเป้าหมายในชีวิตเช่นเดียวกัน จึงอยากชวนมาฟังเรื่องการบริหารเงินครั้งนี้” หมอนัทปิดท้ายด้วยการเชิญชวน