จาก “มื้ออาหาร” สู่ “เพื่อนรู้ใจ” : อุตสาหกรรมเนื้อสุนัขในเกาหลีใต้กำลังเปลี่ยนแปลง

เรียบเรียงจาก ซีเอ็นเอ็น

ก่อนจะมาถึงวันที่ “โทริ” สุนัขพันธุ์ผสมสีดำวัย 5 ปี กับใบหน้าที่มีความสุขนี้ มันถูกทารุณจากเจ้าของเดิมกว่าหลายปีก่อนจะได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่มสิทธิสัตว์แห่งเกาหลีใต้

กระทั่งสองปีให้หลังมันกลายมาเป็นสุนัขตัวแรกที่รอดพ้นจากการเลี้ยงเพื่อเอาเนื้อในเกาหลีใต้เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2017


เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตระหนักต่อสุนัขที่ถูกทิ้งและสิทธิสัตว์ “ประธานาธิบดีมุนแจอิน” รับตัวโทริไปดูแลในทำเนียบรัฐบาล ร่วมกับสุนัขล่าสัตว์พันธุ์พื้นเมืองปุงซาน 2 ตัว ซึ่งขณะนี้กลายเป็นของขวัญ “เชื่อมสัมพันธ์” ระหว่างสองเกาหลี

เรื่องราวของโทริช่วยเปลี่ยนทัศนคติให้แก่สังคมเกาหลีใต้ที่มีต่อสุนัขว่าเป็นหนึ่งใน “มื้ออาหาร” สู่การเป็น “เพื่อนที่ดี”

อุตสาหกรรมเนื้อสุนัขที่เปลี่ยนไป

กว่าทศวรรษที่เกาหลีใต้เผชิญกับเสียงวิพากวิจารณ์เรื่องการคุ้มครองสัตว์และวัฒนธรรมการทานเนื้อสุนัขในประเทศ

กลุ่มสิทธิสัตว์ระหว่างประเทศได้ทำงานเพื่อช่วยเหลือสัตว์จากฟาร์มในเกาหลีใต้และส่งพวกมันไปยังประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐ อังกฤษ และแคนาดา โดยกลุ่มช่วยเหลือสัตว์ Humane Society International (HSI) อ้างว่า ได้ช่วยเหลือสุนัขราว 1,600 ตัวจาก 13 ฟาร์มทั่วเกาหลีใต้ ตั้งแต่ปี 2015

แม้ว่าจำนวนชาวเกาหลีใต้ที่รับประทานเนื้อสุนัขมีอัตราลดลงในสองสามปีหลังมานี้ ทว่าจำนวนครัวเรือนชาวเกาหลีใต้ที่เลี้ยงสุนัขกลับเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ และนักกิจกรรมรณรงค์สิทธิสัตว์ก็ต่างออกมาเรียกร้องให้ยุติอุตสาหกรรมเนื้อสุนัข

สถิติเผยให้เห็นว่า จำนวนร้านอาหารในโซลที่เสิร์ฟเนื้อสุนัขลดลง 40 % ระหว่างปี 2005 – 2014 เนื่องจากดีมานด์ที่ต่ำลง
ทั้งนี้ มีการเสนอ “ร่างกฎหมาย” สองฉบับต่อสมัชชาแห่งชาติว่าให้นำ “สุนัข” ออกจากหมวดปศุสัตว์ เพื่อที่จะไม่ให้สุนัขถูกเลี้ยงเพื่อเอาเนื้อ และห้ามการให้เศษอาหารแก่สุนัข เนื่องจากเป็นวิธีเลี้ยงสุนัขในฟาร์ม หากร่างกฎหมายสองฉบับนี้ผ่านจะทำให้อุตสาหกรรมเนื้อสุนัขล่มสลายลง
เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ในเมืองซองนัม จังหวังคย็องกี ได้สั่งปิดโรงเชือดสุนัขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่ซึ่งสุนัขหลายแสนตัวถูกฆ่าในแต่ละปี
AFP PHOTO / JUNG Yeon-Je
“นี่เป็นเหมือนเสียงแห่งสัญญาณการจบสิ้นของอุตสาหกรรมเนื้อสุนัขในเกาหลีใต้และเป็นเหมือนสารที่ชัดเจนว่าสังคมเกาหลีใต้ไม่ต้อนรับอุตสาหกรรมเนื้อสุนัข”
“คิม” หนึ่งในนักเคลื่อนไหวที่ทำงานร่วมกับเจ้าของฟาร์มเลี้ยงสุนัข ซึ่งต้องการเลิกจากอุตสาหกรรม ได้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่เจ้าของฟาร์มเหล่านั้น
“เราทำงานกับ 13 ฟาร์ม และพวกเขาทั้งหมดเดินเข้ามาหาเรา ขอให้เราช่วยเหลือเพราะเขามองว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังจะตายลง” คิม กล่าว

ประชากรเพิ่มสูงขึ้น

การสำรวจจำนวนประชากรโดย Gallup Korea เมื่อเดือนมิถุนายน พบว่า 70 % ของชาวเกาหลีใต้ตอบว่าจะไม่ทานเนื้อสุนัขอีกในอนาคต เพิ่มขึ้น 44 % เมื่อเทียบกับข้อมูลเมื่อปี 2015

การเปลี่ยนแปลงมุมมองที่มีต่อสุนัขของชาวเกาหลีมาจากหลายปัจจัย แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายรายเน้นย้ำถึงปัจจัยความต้องการเพื่อนท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น
“จำนวนการแยกตัวออกมาอยู่คนเดียวที่เพิ่มสูงขึ้นและระดับความเครียดซึ่งผู้คนเกาหลีใต้ต้องเผชิญกำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงนี้”  Suh Eun-kook ศาตราจารย์ด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยยอนเซ กรุงโซล กล่าว
“ผู้คนมักตัดสินผู้คนกันเอง แต่สุนัขไม่ทำเช่นนั้น ตรงกันข้าม สุนัขกลับสร้างความพึงพอใจแก่เราอย่างปราศจากเงื่อนไข ความรักที่ไร้เงื่อนไขจากสุนัขนี้ช่วยส่งเสริมให้สังคมที่มีประชากรขยายตัวเพิ่มขึ้นเริ่มยอมรับสุนัขในฐานะสัตว์เลี้ยง”
ข้อมูลจาก KB Financial Group ระบุว่า ปัจจุบัน 1 ใน 4 ของชาวเกาหลีใต้เลี้ยงสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยง และมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
ขณะที่กระแสการเลี้ยงสุนัขเพิ่มสูงขึ้น บรรดาธุรกิจต่างจัดหาสินค้าและบริการมาตอบสนอง ไม่ว่าจะเป็น ประกันภัย ศูนย์รับเลี้ยงดูรายวัน ร้านตัดขนสุนัข
ข้อมูลจาก NongHyup สหพันธ์สหกรณ์การเกษตรแห่งชาติ ชี้ว่า อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในเกาหลีใต้มีมูลค่ากว่า 1.14 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2013 ทว่ามูลค่าอุตสาหกรรมดังกล่าวกลับเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็วถึง 3.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2017  และคาดว่าในปี 2020 มูลค่าจะแตะที่ 5.4 พันล้านดอลลาร์

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleต่างชาติโพสต์คนไทยอุ้มชะนีเร่ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปแลกเงิน
Next article“ตรัง”ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุปีใหม่