ชวนพักใจ พักกาย “ณ สัทธา อุทยานไทย” เที่ยวครบรสง่ายๆ ใกล้กรุงเทพฯ เพียง 1 ชม.

โหมงานหนักมาทั้งสัปดาห์ ขับรถจนปวดขากันทั้งเช้าเย็น พอได้วันหยุดยาว 3 วัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ก็ดันไม่รู้ว่าจะไปไหน…

ก็เลยอยากชวนมาพักใจ พักกาย พักสายตา ที่ “ณ สัทธา อุทยานไทย” อุทยานการเรียนรู้แห่งใหม่ในราชบุรี ที่ใกล้กรุงเทพฯ เพียงชั่วอึดใจก็ขับรถถึง!

จะมาเดินทอดน่องถ่ายรูปชิคๆ กับ เพื่อน” หรือมาเดินเกี่ยวแขนกะหนุงกะหนิงกับ แฟน” หรือมาแบบคึกคักกับ ครอบครัว” ก็ได้หมด เพราะเขามีกิจกรรมที่จัดเต็มทั้งความสนุกและความรู้เตรียมไว้ให้พร้อม ครบรสทั้งวัฒนธรรม งานศิลปะ และธรรมชาติในที่เดียว!

พร้อมแล้วลุยกันเลย!

 

ที่เที่ยวอยู่ใกล้ ขับรถถึงได้ใน 1 ชั่วโมง

ใครที่มีรถก็เริ่มสตาร์ทจาก สายใต้ใหม่” ถนนบรมราชชนนีฝั่งขาออกกรุงเทพฯ ขับตรงมาเรื่อยๆ เข้าถนนเพชรเกษมจนถึง อ.บางแพ จ.ราชบุรี เมื่อเจอ แยกบางแพ” เพื่อเลี้ยวซ้ายเข้า ถนนเพชรเกษม-ดำเนินสะดวก” (แต่ให้ระวังว่าอย่าเผลอขึ้นสะพานข้ามแยกไปซะก่อน!) แล้วขับตรงไปอีกหน่อยประมาณ 1 กิโลเมตร จะเห็น “ณ สัทธา อุทยานไทย” ตั้งอยู่ฝั่งขวามือ จึงต้องไปหาที่ยูเทิร์นกันสักนิด

หากแต่ใครไม่สะดวกนำรถมาเอง สามารถขึ้น รถตู้” จากสายใต้ใหม่มาลงที่ อ.เมืองราชบุรี” แล้วขอลงก่อนที่ แยกบางแพ” แล้วจึงหารถตู้หรือรถเมล์นั่งต่อเข้าไปถึงทางตลาดน้ำดำเนินสะดวก หรือหากมีรถตู้จากสายใต้ใหม่มายัง ตลาดน้ำดำเนินสะดวก” ก็เป็นอันใช้ได้ เพราะผ่านหน้า ณ สัทธา อุทยานไทย” แบบพอดี

Wifi พร้อม! แอปพร้อม!  

เมื่อซื้อตั๋วเรียบร้อย นำบัตรประจำตัวประชาชนไปยัง จุดลงทะเบียน” เพื่อรับ “Free Wifi” จากนั้นหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ณ สัทธา/NASATTA” เตรียมพร้อมรับประสบการณ์การท่องเที่ยวแปลกใหม่ ผ่านการผสานเทคโนโลยีทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น แอนิเมชั่น, AR, เกม, โฟโต้เฟรม และวิดีโอเล่าเรื่อง เพียงแค่สแกน “QR code” ซึ่งมีให้ร่วมสนุกทั่วทุกจุดจัดแสดง


พาตะลอน 8 โซน บุกไฮไลต์เด็ด “ณ สัทธาปฏิมา” กับ “ถ้ำพุทธชาดก”

Let’s go! โซนหนึ่ง มหาราชกษัตรา เริ่มต้นกันเบาๆ กับการชมประติมากรรมพระรูปหล่อ ของ 3 มหาราชผู้กอบกู้เอกราชชาติไทย ได้แก่ พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสิน และสมเด็จพระปิยะมหาราช ซึ่งตั้งตระหง่านกลางสวนสีเขียวริมน้ำแลดูสบายตา

เดินต่อโซนสอง ณ สัทธาอนุสรณ์ เปลี่ยนบรรยากาศมาเข้าอาคาร 2 ชั้น ติดแอร์เย็นๆ ภายในแบ่งสัดส่วนออกเป็นห้องๆ จัดแสดง “หุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส12 บุคคลสำคัญ” ทั้งไทยและเทศ หลากหลายแวดวง ทั้งการเมือง ดนตรี สิ่งแวดล้อม ซึ่งประกอบคุณงามความดี ประกาศเกียรติคุณทิ้งไว้ให้แผ่นดิน

ในโซนนี้ขอการันตีความสมจริง เพราะนอกจากจะจำลองรูปลักษณ์ได้สัดส่วน เก็บรายละเอียดผิวหนัง แววตา ประกอบทั้งเสื้อผ้าหน้าผมมาเป๊ะแล้ว ยังจำลองบรรยากาศเสมือนสถานที่ที่ซึ่งบุคคลนั้นๆ เคยใช้ชีวิตอยู่ อย่างบ้าน หรือที่ทำงาน เสมือนได้ยืนอยู่กับท่านนั้นๆ จริง

ที่โดดเด่นที่สุดคือ ไม่มีเชือกกั้นระหว่างคนดูกับหุ่น และ ไม่มีป้ายห้ามจับ (ปล.ถึงเขาไม่มีป้ายห้าม แต่ไม่ต้องไม่สัมผัสก็ได้นะจ้ะ!) ก็เลยได้บรรยากาศแบบใกล้ชิดสมจริงสุดๆ

ส่วนชั้นสองห้ามพลาด มีจัดแสดงพระหุ่นขี้ผึ้งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในพระอิริยาบถและพระจริยาวัตรต่างๆ พร้อมจำลองบ้านสมเด็จย่าในวัยเด็กที่วัดอนงคาราม บอกได้แค่ว่า “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” ต้องมาดูด้วยตาตัวเองจริงๆ!

ต่อที่โซนสาม ณ สัทธาปฏิมา เรียกได้ว่า “ทัวร์ 3 จังหวัด” ในที่เดียว เพราะมีการจัดแสดงพระพุทธรูปถึง 3 สมัย ได้แก่ สุโขทัย เชียงแสน และอู่ทอง บนฐานพระขนาดเท่าของจริง ถ่ายทอดเรื่องราวของยุคสมัยผ่านความงดงามของพระพุทธรูปในแต่ละยุคได้อย่างอลังการ งดงามชดช้อยเหมือนของเก่าจริงๆ ขนาดที่ว่ากำแพงอิฐแดงยังมีตะไคร่น้ำเขียวขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังดูร่มรื่นสบายตา เพราะด้านหลังองค์พระมีต้นไม้ปลูกโอบล้อมรอบด้าน

ในช่วงเดือนนี้ มีจัดกิจกรรมหล่อเทียนพรรษาด้วย ได้บรรยากาศเข้าวัดไปเต็มๆ ใครที่ใส่ชุดไทยเข้ามา จะโพสต์ท่าแบบไทยๆ อย่าง “ประนมมือสวัสดี” หรือแค่โชว์ “ยิ้มสยาม” สวยๆ ก็ปังแน่นอน!

แถมไฮไลต์พิเศษที่ “วิหารสมัยสุโขทัย” ชวนไปชมโชว์ตระการตา บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของพุทธศาสนามาสู่ประเทศไทย จัดเต็มแสง สี เสียง ผ่านเทคนิค Projector Mapping 270 องศา ซึ่งส่วนนี้เปิดให้ชมตามรอบเวลา ทุก 15 นาที ตั้งแต่ 9.30 – 16.45 น. แนะนำว่าเป็นโชว์ที่ถ้าไม่ดูแล้วถือว่า…พลาด

บุกถ้ำชมโชว์ที่โซนสี่ ถ้ำพุทธชาดก หลังจากติดตามภารกิจถ้ำหลวงกันมาอย่างยาวนาน ลุ้นระทึกแบบวินาทีต่อวินาที เราก็อยากพาคุณไปบุกถ้ำ… กันบ้าง!

แต่นี่เป็นถ้ำจำลองที่นำเสนอเรื่องราวของ “องคุลีมาล” มหาโจรผู้กลับใจเข้าสู่แนวทางธรรมะ และบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้ในที่สุด โดยจัดแสดงเรื่องราวเป็นช่วงๆ คล้ายๆ กับการ Rally ในถ้ำ ด้วยเทคนิคแสง สี เสียง ผสานกับหุ่นจำลองหลายฉากอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นหุ่นองคุลีมาลตอนเป็นทารก หุ่นองคุลีมาลตอนหนุ่ม หุ่นองคุลีมาลตอนบวช รวมทั้งหุ่นขี้ผึ้งพระพุทธเจ้าที่เป็นตัวเอกคู่กับเรื่องนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากที่องคุลีมาลในผ้าเหลืองถูกปาหินใส่ด้วยความเคียดแค้นจากชาวบ้านจนเลือดไหล…ต้องบอกว่าน่าประทับใจกับเทคนิคในการนำเสนอจริงๆ!

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์เด็ดที่ต้องบอกว่า…ห้ามพลาด ซึ่งทาง ณ สัทธา อุทยานไทย ก็มีการจำกัดจำนวนผู้ชมในแต่ละรอบ เพื่อให้ทุกท่านเข้าถึงโชว์ได้อย่างมีอรรถรสที่สุด เชื่อว่าเดินไปดูไปเพลิดเพลินอย่างแน่นอน เพราะได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งความสนุกสนาน จะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตื่นตาตื่นใจไปกับเทคนิคล้ำๆ นี้!

สักการะอริยสงฆ์ที่โซนห้า อริยสัทธา สายธรรมะก็ต้องมา…กับงานสักการะพระอริยสงฆ์น่าเลื่อมใสทั่วไทย ให้ครบได้ใน 1 วัน จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งพระอริยสงฆ์จากภูมิภาคต่างๆ ประดิษฐานบนกุฎิเรือนไม้ หอสวดมนต์ เสมือนได้เข้าไปกราบท่านได้อย่างใกล้ชิด จะบอกว่าโซนนี้เขาเอาใจผู้สูงอายุเลยก็ว่าได้! เพราะมาแล้วไม่มีผิดหวัง

พักเหนื่อยที่โซนหก สัทธาถิ่นเรือนไทย เข้ากับกระแสไทยๆ ที่กำลังมาพอดี จึงพามาขึ้นเรือนไทย ซึ่งจำลองตามลักษณะทางสถาปัตยรรมที่เด่นชัดของทั้งสี่ภาค พร้อมเครื่องตกแต่งเรือน ห้องนอน ห้องครัว จำลองวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยเสมือนจริง

โซนนี้บรรยากาศค่อนข้างสบายๆ ถือว่าพักผ่อนหย่อนใจได้เป็นอย่างดี เพราะมีพื้นที่ส่วนกลางระหว่างเรือนไทยทั้งสี่ภาค ปูหญ้าเทียมไว้นั่งปิกนิคเอนกายได้ตามอัธยาศัย เต็มอิ่มบรรยากาศสวนสวยกับเรือนไทยได้เป็นอย่างดี

ส่วนใครที่แต่งชุดไทยมาก็สบโอกาสถ่ายรูปอีกครั้ง จะวางท่าเป็น “แม่หญิง” หรือ “คุณหลวง” ก็จัดไป! เพราะมีบรรดาพร็อบประกอบให้ได้แอคกันสนุกทีเดียว

เปลี่ยนบรรยากาศมาโซนเจ็ด ลานภิรมย์ ตะลุยจัดเต็มศิลปะ-วัฒนธรรมมาค่อนวัน ระหว่างโซนหกมาโซนเจ็ดก็เชื่อมเส้นทางด้วยบรรยากาศธรรมชาติ ทั้งน้ำตกจำลอง ทั้งลำธาร จนมาถึงสวนบอนไซ

เชื่อว่าคนรักต้นไม้ โดยเฉพาะ “บอนไซ” ต้องร้อง “ว้าว!” เพราะสวนแห่งนี้มีแต่กระถางต้นบอนไซ จะเดินทอดน่องสบายๆ ชมบอนไซหลายไซซ์จัดวางใส่กระถาง เรียงรายกลางลานโล่งกว้างสุดแสนสบายตา หรือจะถ่ายรูปบอนไซเก๋ๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกก็น่าสนใจ

แนะนำว่าให้พก “เลนส์มาโคร” หรือถ้าไม่มีก็ใช้เทคนิคค่าเอฟต่ำให้ “หน้าชัดหลังเบลอ” กันสักนิด แจ่มชัวร์!

ด่านสุดท้ายโซนแปด ลานอวโลสัทธา มาถึงจุดท้ายสุดของสถานที่เที่ยวแห่งใหม่นี้ เปิดวาร์ปจากไทยแลนด์ไปจีนอย่างไว เพราะเราจะพาท่านไปอิ่มเอิบกับพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรปางมหาราชสีดา ซึ่งเป็นองค์จำลองจากศิลปะราชวงศ์ซ้อง ประเทศจีน ขนาดสูงถึง 3.5 เมตร ในบรรยากาศลานกว้างวงกลมกับสวนสงบเรียบง่าย

โดยประวัติท่านเป็นพระโพธิสัตว์องค์สำคัญของพุทธศาสนา ลัทธิมหายาน เชื่อกันว่า ท่านเป็นผู้เฝ้าดูแลและคอยช่วยเหลือสรรพสัตว์ตกทุกข์ได้ยากในห้วงทุกข์เสมอ

แวะช็อปของที่ระลึกทิ้งท้ายก่อนกลับ

เที่ยวเพลินมากันทั้งวันแล้ว…ก่อนกลับบ้านแวะมาช็อปของที่ระลึกใน “ณ สัทธา Shop” กันสักหน่อย มีทั้งสินค้าท้องถิ่นอย่างผลไม้แปรรูป เทียนหอม หรือสินค้าที่ระลึกของอุทยาน ณ สัทธา เช่น เสื้อยืด หมวก แก้วน้ำ หรือตุ๊กตามาสคอตประจำที่เที่ยวอย่าง “น้องปีติ” จะซื้อไปฝากเพื่อน ฝากญาติพี่น้อง ก็น่ารักไม่หยอกนะ!

คุ้มค่าราคาค่าเข้าชม

สำหรับบุคคลทั่วไป(ชาวไทย) ผู้ใหญ่คนละ 200 บาท, เด็กที่สูง 90-130 ซม. นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ 60-70 ปี พระสงฆ์และแม่ชี คนละ 100 บาท ส่วนเด็กที่สูงต่ำกว่า 90 ซม. คนพิการ และผู้สูงอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป เข้าชมฟรี

ส่วนบุคคลทั่วไป(ชาวต่างชาติ) ผู้ใหญ่คนละ 400 บาท, เด็กที่สูง 90-130 ซม. นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุ 60-70 ปี พระสงฆ์และแม่ชี คนละ 300 บาท ส่วนเด็กที่สูงต่ำกว่า 90 ซม. คนพิการ และผู้สูงอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป เข้าชมฟรี

หากมาเป็นหมู่คณะขึ้น 25 คนขึ้นไป สามารถจองล่วงหน้าเพื่อขอเรตราคาพิเศษเฉพาะมาเป็นกรุ๊ปได้

โดยวันจันทร์-ศุกร์ เปิดให้ตะลุยได้ตั้งแต่ 9.00-16.30 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดให้ชมได้ตั้งแต่ 8.30-17.00 น. เรียกว่า “เต็มอิ่ม” ฟินกันได้ทั้งวันเช้าจรดเย็น

นอกจากนี้ มีบริการให้ “เช่าชุดไทย” บริเวณทางเข้าอุทยาน ขอบอกว่าผ้าเนื้อดีสุดๆ สีละมุนละไมไม่ธรรมดา ทั้งยังมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบทั้งผู้ชายและผู้หญิง ราคาตั้งแต่ 200-450 บาท แตกต่างตามแบบที่เลือกใส่

แต่ถ้าใครมีชุดไทยอยู่แล้ว ก็สามารถใส่เข้าไปได้เลยโดยไม่ต้องบริการเช่าชุดได้เหมือนกัน

สำหรับ 27 – 30 กรกฎาคม นี้ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. แกรนด์โอเพนนิ่งพร้อมกิจกรรมพิเศษ ชวนสร้างบุญกับ 2 ผู้บริหาร ธรรมวิทย์ และ ยุทธลักษณ์ ศิริพรเลิศ อย่างกิจกรรมหล่อเทียนพรรษา, จัดดอกไม้ถวายพระเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา, ชมการแสดงไทย, ชิมอาหารไทย 4 ภาค, ช็อปสินค้าไทย และกิจกรรมระบายสีศิลปะลายไทยและตุ๊กตาน้องปีติ

ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.nasatta.com