‘โค้ชเฮง’ รับหนักอกเป้าช้างศึกลิ่วตัดเชือกเอเชี่ยนเกมส์ ยันเปิดหัวชน ‘กาตาร์’ ชี้ชะตารอบแรก

ความเคลื่อนไหวทัพนักเตะ “ช้างศึกพลังหนุ่ม” ทีมชาติไทย ชุดเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโนีเซีย ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ โดยทีมชาติไทยอยู่กลุ่มบีร่วมกับ “แชมป์เอเชีย” อุซเบกิสถาน, กาตาร์ และบังกลาเทศ ซึ่งการแข่งขันในรอบแรกได้แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม และคัดอันดับที่ 1-2 รวมทั้งอันดับ 3 ดีที่สุดอีก 4 ทีม ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้ายต่อไปนั้น

“โค้ชเฮง” นายวิทยา เลาหกุล ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิค สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ของทีมชาติไทย เบื้องต้นทราบมาว่า จะประเดิมลงเตะนัดแรก พบ กาตาร์ วันที่ 14 กรกฎาคม ตามด้วยนัดที่สอง พบ บังกลาเทศ วันที่ 16 กรกฎาคม และนัดที่สาม พบ อุซเบกิสถาน วันที่ 20 กรกฎาคม แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่ใช่คิวเตะอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องรอฝ่ายจัดการแข่งขันยืนยันมาทางคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ อีกครั้ง

“ในการแข่งขันรอบแรกแน่นอนว่าคู่แข่งสำคัญที่อันตรายที่สุดคือ อุซเบกิสถาน ดีกรีแชมป์ 23 ปี เอเชีย เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งแข้งอุซเบกิสถานครองบอลดี มีทั้งพาเข้าไปเอง หรือบอลยาว ทั้งเกมริมเส้น การเจาะเข้าทำดีมาก ขณะที่กาตาร์นั้น ทางทีมไทยก็มีข้อมูลอยู่ไม่น้อย โดยอยู่ที่ว่าถึงเวลาแข่งแล้วจะมาฟูลทีมแค่ไหน ซึ่งตามโปรแกรมเบื้องต้นนั้น ถ้าไทยเปิดหัวกับกาตาร์จริงๆ จะถือเป็นเกมสำคัญมาก แทบจะชี้ชะตาเข้ารอบกันเลยทีเดียว” โค้ชเฮงกล่าว

โค้ชเฮงกล่าวอีกว่า ปัญหาที่น่ากังวลของทีมชุดนี้คือ “โค้ชโย่ง” นายวรวุธ ศรีมะฆะ หัวหน้าโค้ช มีโอกาสซ้อมน้อยมาก โดยในวันที่ 8 สิงหาคม ก็ยังมีโปรแกรมโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย กว่าจะซ้อมเต็มที่ได้ก็วันที่ 10 สิงหาคม จากนั้นวันที่ 12 สิงหาคมก็เดินทางแล้ว ส่วนตัวผู้เล่นนั้น ตามนโยบายโค้ชโย่งจะเลือกนักเตะที่ลงเล่นสม่ำเสมอกับต้นสังกัด บางคนเคยเป็นตัวหลัก แต่หากไม่ได้ลงกับสโมสรก็อาจหลุดได้ เพราะเวลามีน้อย ใครไม่ได้เล่นนานๆ จะเสียเวลาปรับสภาพร่างกายอีก ซึ่งตนเห็นด้วยกับนโยบายนี้

ส่วนกรณีที่ “บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธาน และเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ตั้งเป้าว่าทีมฟุตบอลชายไทยจะต้องผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศนั้น โค้ชเฮงกล่าวว่า สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เองหวังเป้าหมายจะเข้ารอบตัดเชือกให้ได้ แต่ต้องยอมรับว่าไม่ง่ายเลย เบื้องต้นคงต้องมองที่รอบแรกก่อน แต่ส่วนตัวยังเชื่อว่า ทีมไทยจะผ่านได้ จากนั้นต้องไปดูว่าในรอบ 16 ทีมสุดท้ายจะไปเจอกับทีมใด

Advertisment

 

ที่มา  มติชนออนไลน์