บทเรียนฟันดาบไทย ในเอเชียนเกมส์ พลาดตาเดียวล้มทั้งกระดาน

ในยุคสื่อสังคมออนไลน์เฟื่องฟู คงไม่น่าแปลกใจเมื่อแฟนกีฬามักพบ “ดราม่า” แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ขณะที่ทัพนักกีฬากำลังไล่ล่าเหรียญในมหกรรมกีฬา และเอเชียนเกมส์ 2018 ที่อินโดนีเซีย ก็เป็นอีก 1 ครั้งที่ชาวไทยไม่ได้ว่างเว้นจากปมความขัดแย้งระหว่างการแข่ง

คราวนี้เรื่องราวเกิดขึ้นกับนักกีฬาฟันดาบในช่วงมหกรรมเริ่มเปิดฉากขึ้นช่วงปลายเดือนสิงหาคม เรืองฤทธิ์ แหเกิด นักฟันดาบทีมชาติไทยที่มีชื่อเป็นมือ 1 ในตารางมือวางอันดับของประเทศไทยโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวช่วงวันที่ 19 สิงหาคม เล่าว่า เขาถูกผู้จัดการทีมถอดชื่อจากนักกีฬาที่จะลงแข่งฟันดาบ ประเภทเซเบอร์บุคคลชาย ก่อนหน้ากำหนดแข่งวันที่ 20 สิงหาคมเพียงแค่ 12 ชั่วโมงโดยไม่ได้แจ้งข้อมูลหรือให้เหตุผลแบบส่วนตัวในภายหลัง

ไม่เพียงแค่มือ 1 ของไทยจะรู้สึกไม่เป็นธรรมแล้ว ผลกระทบเชิงประจักษ์อีกอย่างคือเมื่อผู้เล่นที่ผู้จัดการเลือกให้แข่งแทนเป็นผู้เล่นอันดับ 2 และอันดับ 44 ในตาราง ผลการแข่งขันประเภทเดี่ยวออกมาว่านักฟันดาบชายที่ลงแข่งแทนก็ตกรอบแรกไปหมด ขณะที่ประเภททีมชายก็แพ้คาซัคสถาน ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายตกรอบเช่นกัน


เรืองฤทธิ์ให้สัมภาษณ์หลังโพสต์แพร่กระจายทั่วโลกออนไลน์ว่าเรื่องราวการเปลี่ยนตัวปริศนาจะผ่านไปแล้ว และจะแข่งขันประเภททีมอย่างเต็มที่ แต่หลังแมตช์ประเภททีมจบลงด้วยผลพ่ายแพ้ ทีมตกรอบ ขณะที่นาย สนั่น แสงสุวรรณ ผู้ฝึกสอนกีฬาฟันดาบทีมชาติไทย ยอมรับว่า นักกีฬาที่ลงแข่งประเภททีมต่างเล่นภายใต้ความกดดันจากผลการตัดสินของผู้จัดการทีมคือ พันเอกชัยณภนท์ อเนกเวียง ที่เปลี่ยนตัวนักกีฬาประเภทเซเบอร์บุคคลชาย

เรืองฤทธิ์เล่าว่า เหตุผลที่ผู้จัดการทีมใช้อธิบายการตัดสินใจแบบ “เซอร์ไพรส์” ครั้งนี้คือ คัดเลือกนักกีฬาลงแข่งจากอันดับผลงานในรายการเวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2018 ซึ่งผู้ที่ถูกเปลี่ยนมาแทนคือสรวิศ กิจศิริบุญ (มือวางอันดับ 44 ของประเทศ) แต่ถ้านับผลงานในเวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สรวิศ คือนักกีฬาไทยที่ทำผลงานดีที่สุด รั้งอันดับ 74 ขณะที่เรืองฤทธิ์ ทำผลงานในเวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ อยู่ที่อันดับ 93 เป็นอันดับท้ายสุดจากบรรดานักกีฬาไทยที่ลงแข่งรายการนี้ทั้ง 4 คน

อย่างไรก็ตาม ถ้าใช้ตรรกะคัดนักกีฬาจากอันดับดีที่สุดในเวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ลงแข่งเอเชียนเกมส์ ก็ยังมีข้อสงสัยตามมาอีกว่า ทำไมถึงเลือกส่ง วรกันต์ ศรีนวลนัด (มือวางอันดับ 2 ของประเทศ) และอันดับ 82 ในเวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ขณะที่ คณิศร แปงมูล (มือวางอันดับ 5 ของประเทศ) ซึ่งได้อันดับ 80 ในรายการเดียวกัน กลับไม่ได้ลงแข่ง

หากพิจารณาตามคำกล่าวอ้างของนักกีฬาที่โพสต์ข้อความเรียกร้องความเป็นธรรมซึ่งยืนยันว่าไม่เคยทำผิดกฎของสมาคม การเปลี่ยนตัวแบบกะทันหันก่อนแข่ง 12 ชั่วโมงโดยที่ไม่ได้แจ้งเหตุผลให้เข้าใจกันเป็นการส่วนตัวดูจะแปลกไปจากกรอบการบริหารในแวดวงกีฬาแบบ “มืออาชีพ” อยู่

การตัดผู้เล่นโดยวัดจากศักยภาพเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่เพียงส่งผลต่อผลงานเท่านั้น ยังมีผลเชื่อมโยงต่อสภาพจิตใจจนถึงอนาคตของคนเลยก็ว่าได้ นี่เป็นเหตุผลที่การบริหารงานบุคลากรกีฬาเป็นภารกิจที่มีแนวทางชัดเจนเสมอมาในแง่การวางเกณฑ์หรือระเบียบที่จำเป็นต้องมีมาตรฐานชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานที่ตั้งโดยบุคคลที่มีอำนาจเพียงผู้เดียว หรือมาตรฐานที่วางร่วมกันก็ตาม ไม่มีใครอยากหลุดจากลิสต์รายชื่อผู้เล่นที่ได้ลงแข่ง แต่ความเป็นจริงคือคนในทีมไม่สามารถลงแข่งได้ทุกคน และถ้าใครจะหลุดออกก็ควรหลุดออกด้วยความชัดเจนขั้นที่มีสถิติตัวเลขรองรับอย่างสมเหตุสมผล หรืออย่างน้อยก็มีเหตุผลที่มีน้ำหนักพอ

แน่นอนว่า ไม่ใช่ยอดนักกีฬาระดับโลกทุกคนจะผ่านการคัดเลือกแบบสมหวังไปเสียหมด ที่ผ่านมา มีนักกีฬาระดับตำนานมากมายซึ่งโด่งดังภายหลังเคยเสียตำแหน่งในทีม หรือกระทั่งถูกปฏิเสธร่วมงานก็บ่อยครั้งไป แต่ส่วนใหญ่แล้วมักมีเหตุปัจจัยบางอย่างที่รองรับเท่านั้นเอง ซึ่งเหตุผลเหล่านี้จะเป็นเครื่องบ่งชี้คุณภาพการตัดสินใจ

ลิโอเนล เมสซี่, เวส เวลเกอร์ (อเมริกันฟุตบอล) หรือกระทั่ง ไมเคิล จอร์แดน เคยถูกมองว่าตัวเล็กเกินไปที่จะได้ตำแหน่งในทีมให้ลงไปเล่น ซึ่งเป็นข้อมูลจากข้อเท็จจริงตาม “เกณฑ์” เชิงประจักษ์ที่มีมาตรฐานของแต่ละกลุ่ม หลายครั้งที่พวกเขาพิสูจน์ได้ว่าเกณฑ์เหล่านี้อาจไม่ได้ผลเสมอไปหลังได้รับโอกาส และที่สำคัญคือพวกเขาไม่เคยถูกตัดจากทีมก่อนลงแข่งไม่ถึง 24 ชั่วโมง ถ้าไม่ได้ติดทีมเพราะอยู่นอกเกณฑ์ก็โดนตัดตามรอบไปแล้ว ไม่ต้องรอถึงก่อนแข่งครึ่งวัน

สัญญาณที่เกิดขึ้นดูเหมือนว่าเหตุผลการตัดตัวจากตำแหน่งนักกีฬาที่ลงแข่งมีแนวโน้มแฝงเหตุผลเชิงอัตวิสัยมากเกินกว่าวัตถุวิสัย ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเครื่องชี้วัดคุณภาพการบริหารงานได้เสมอ บุคลากรฝ่ายบริหารที่ดีจะสามารถประเมิน และบริหารจัดการทรัพยากรไปจนถึงความสัมพันธ์ของบุคคลที่ร่วมงานไปควบคู่กันด้วย องค์ประกอบเหล่านี้เป็นฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จระยะยาว