มองทิศทางไฟต์รีแมตช์ ฟลอยด์-ปาเกียว ใครได้ประโยชน์

(FILES) In this file photo taken on May 02, 2015 Floyd Mayweather Jr. (L) defends against Manny Pacquiao (R) during their welterweight unification bout at the MGM Grand Garden Arena in Las Vegas, Nevada. Former world welterweight champion Floyd Mayweather said Saturday, September 15, 2018 he will face Manny Pacquiao later this year in a rematch of their 2015 superfight. In a posting on Instagram, Mayweather said he will come out of retirement to fight Pacquiao, three years after scoring a comfortable points victory over the veteran Filipino. "I'm coming back to fight Manny Pacquiao this year another 9 figure pay day on the way," Mayweather wrote on Instagram. No further details were given. / AFP PHOTO / JOHN GURZINSKI
ถ้าจะบอกว่าตัวละครในหนังฮีโร่ไม่เคยตายจริง เมื่อลมหายใจของตัวละครเหล่านี้อยู่ในกำมือของผู้เขียนที่จะหาเหตุผลชุบชีวิตตัวละครที่เคยเขียนให้ “ตาย” ไปหลายครั้ง คำว่า “แขวนนวม”

สำหรับนักมวยหลายรายก็อาจไม่ต่างจากที่ว่าตัวละครเหล่านี้ไม่เคยตายจริงเลย เมื่อกีฬามือเติบในสายสังเวียนผ้าใบมักกลับมาเสมอ และคราวนี้ ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ จูเนียร์ ที่ “อำลา” สังเวียนไปหลายรอบ ก็มีแนวโน้มกลับมาชกอีกครั้ง

ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ จูเนียร์ โพสต์คลิปในอินสตาแกรมส่วนตัวช่วงกลางเดือนกันยายน ระหว่างอยู่ในช่วงทริปที่โตเกียว ซึ่งนักชกไร้พ่ายชาวอเมริกันพบกับ แมนนี่ ปาเกียว กำปั้นฟิลิปปินส์ โดยไม่มีใครรู้ว่าที่มาของการพบกันครั้งนี้คืออะไร แต่ที่ฟลอยด์ประกาศเป็นประเด็นที่ทำให้แฟนมวยหูผึ่งมากกว่า จากที่ฟลอยด์ถึงกับบอกว่า เขาจะกลับมาขึ้นชก (อีกแล้ว) รีแมตช์กับแมนนี่ ปาเกียว ภายในปีนี้ ก่อนจะเปลี่ยนแผนโดยประกาศจะชกเคาะสนิมไฟต์ใหญ่คั่นกลางก่อนจะดวลรีแมตช์กับปาเกียว

ฟลอยด์เคยประกาศ “ไฟต์สุดท้าย” ในอาชีพมาหลายครั้ง ไฟต์ล่าสุดที่เขาหวนคืนสังเวียนคือ ไฟต์ที่ดีลกับคอเนอร์ แม็กเกรเกอร์ นักชกศิลปะการต่อสู้แบบผสมจากศึกยูเอฟซี ที่ผันตัวมาชกมวยสากลอาชีพเพื่อดวลกับฟลอยด์โดยเฉพาะ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยถกกันไปแล้วว่า เป็นไฟต์ที่สร้างสีสันและสร้างเม็ดเงิน มากกว่าไฟต์ที่เน้นผลทางกีฬา แม้ว่าผลการชกก็เป็นองค์ประกอบที่ดึงดูดแฟนให้มาสนใจ และนั่นหมายถึงเม็ดเงินด้วย
ก็ตาม

เป็นที่รู้กันว่า ฟลอยด์ คือ นักกีฬาสายมือเติบฉายา “มันนี่” และพฤติกรรมโชว์สถานะทางการเงินของตัวเองในสื่อสังคมออนไลน์ บ่งบอกความต้องการของกำปั้นไร้พ่ายที่อาจไม่น่าจะกระหายความสำเร็จทางการกีฬา เมื่อเขาครองสถิติชกมวยสากลอาชีพ 50 ไฟต์ ก็ชนะรวดทั้งหมดไปแล้ว

ไฟต์หยุดโลกระหว่างฟลอยด์ และปาเกียว ทำเงินเข้ากระเป๋าฟลอยด์ รวมแล้วมีแววแตะตัวเลขมากถึง 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ปาเกียวได้ส่วนแบ่งประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไฟต์กับแม็กเกรเกอร์ ว่ากันว่า เป็นไฟต์ที่ทำเงินให้นักกีฬารายเดียวมากที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬาโลก คาดกันว่าตัวเลขรายได้จากคืนที่ฟลอยด์ขึ้นชกไฟต์ “สุดท้าย” คือ 275 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนนักชกไอริชได้รายได้น้อยกว่า 3 เท่า จากตัวเลขที่ 85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้ไฟต์หลังสุดหนุนให้ฟลอยด์กลายเป็นนักกีฬา อีกรายที่ทำรายได้รวมตลอดอาชีพ แตะ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดทำเนียบนักกีฬาที่ทำรายได้แตะเลข 10 หลัก จากการรวบรวมข้อมูลของนิตยสารฟอร์บส แต่มีกระแสซุบซิบว่า ช่วงหลังฟลอยด์กระเป๋าซูบลง จากที่เสียเงินจากเล่นพนันไป “ก้อน” หนึ่งเลยทีเดียว ถึงจะยังไม่มีการยืนยันข้อมูลนี้อย่างชัดเจน แต่หนุ่มวัย 40 ที่มือเติบขนาดนี้ รายได้ก้อนโตก็อาจเป็นเรื่องจำเป็นอยู่บ้าง สำหรับช่วงหันหลังให้อาชีพนักกีฬาไปดูแลธุรกิจย่อยอื่น ๆ

แคปชั่นอธิบายในวิดีโอล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่า ฟลอยด์พบปะกับแมนนี่ ปาเกียว ระบุถึงไฟต์รีแมตช์ที่จะสร้างตัวเลขรายได้ 9 หลักอีกครั้ง เมื่อทอดตาดูวงการหมัดมวยวันนี้ ฟลอยด์แทบชกกับกำปั้นอาชีพแถวหน้าที่พอมีดีกรีน่าสนใจในพิกัดน้ำหนักที่ไปถึงได้มาครบถ้วน คงไม่น่าแปลกใจที่แม้ว่าฟลอยด์เคยเอ่ยปากหลังไฟต์กับแม็กเกรเกอร์ว่า ไฟต์นั้นคือไฟต์สุดท้ายของเขา (อีกแล้ว) แต่ถ้าจะพูดถึงเป้าหมายโกยรายได้เข้ากระเป๋าจากการแข่งในวันเดียว ชื่อของแมนนี่ ปาเกียว ยังคงมาเป็นอันดับต้น ๆ

ฝั่งปาเกียวก็ไม่ได้อยู่ในยุครุ่งเรือง หลังผลงานช่วงที่ผ่านมาฟอร์มตกไปบ้าง เมื่อเคยแพ้เจฟฟ์ ฮอร์น แบบหักปากกาเซียน เมื่อปี 2017 ก่อนกลับมากู้หน้าชนะลูคัส มาธิสเซ่ เมื่อเดือนสิงหาคม หลังเรียกความมั่นใจกลับมา ปาเกียว ก็ทวงถามหารีแมตช์กับฟลอยด์ทันที

ไม่เพียงแค่อาชีพในสังเวียนที่กำลังอยู่ในช่วงขาลง และต้องหาความท้าทายอื่น เส้นทางการเงินของปาเกียวก็ยังมีปัญหา เมื่อนักการเมืองคนดังของฟิลิปปินส์ต้องชำระภาษีให้สรรพากรสหรัฐในหลักร้อยล้านดอลลาร์เลยทีเดียว ถึงจะกวาดรายได้มหาศาลตลอดอาชีพบนผืนผ้าใบ แต่ภาษีที่หนักหน่วงในสหรัฐก็แทบทำเอานักชกกระอักได้เหมือนกัน

Advertisement

เวลานี้อาจเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับทั้งคู่ที่จะกลับมารีแมตช์อีกครั้ง และน่าจะเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย แต่สำหรับผู้ชมแล้ว อาจไม่ได้เห็นอะไรแปลกใหม่นัก ฟอร์มของปาเกียวในไฟต์หยุดโลกเมื่อปี 2015 ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของนักชกตากาล็อกแล้ว สิ่งที่คาใจ อาจมีแค่เรื่องที่ทีมฝั่งปาเกียวมาเอ่ยหลังจบไฟต์ว่า นักมวยเอเชียขึ้นชกโดยที่มีอาการเจ็บไหล่ด้วยเท่านั้น

หากไม่มีอะไรผิดพลาด ไฟต์รีแมตช์น่าจะผุดมาให้แฟนได้ชมกันอีกครั้ง เรื่องผลการแข่งขันก็คงไม่ยากเกินคาดเดา เมื่อดูจากฟอร์มยุคหลัง และถ้าฟลอยด์ชกอุ่นเครื่องคั่นกลางก่อนในช่วงปลายปีนี้ โดยที่ลีลาการชกสไตล์ตั้งรับแบบเดิมยังคงอยู่ ทรงหรือแม้แต่ผลการชกไฟต์รีแมตช์คงไม่หนีไปจาก (อดีต) ไฟต์หยุดโลกเดิมมากนัก

ท้ายที่สุดคนที่ชนะก็คือนักมวยทั้งสองรายที่เล่นเกมได้ถูกเวลา ไม่ว่าใครแพ้หรือชนะ คนที่ได้ประโยชน์มากที่สุด (โดยเฉพาะประโยชน์ทางการเงิน) ก็คือนักมวยทั้งสองฝ่าย