วอลเลย์สาวไทยเฉือนสาวเกาหลีหวิว 3-2 เซต ศึกซุปเปอร์แมตช์ที่โคราช

ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย อาศัยเสียงเชียร์และเค้นแรงฮึดโค้งสุดท้ายเฉือนชนะทีมออลสตาร์เกาหลีสุดระทึก 3-2 เซตสกอร์ 25-23, 29-27, 23-25, 23-25 ในแมตช์กระชับมิตรนัดพิเศษ รายการ “เกาหลี-ไทย” โปร วอลเลย์บอล ออลสตาร์ ซูเปอร์แมตช์ 2019 พรีเซนเต็ดบาย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ที่สนามเทอร์มินอล 21 นครราชสีมา เมื่อวันที่ 5 เมษายน โดยเกมนี้แฟนวอลเลย์บอลชาวไทยต่างเดินทางมาเชียร์กันเต็มความจุของสนาม สร้างบรรยากาศการเชียร์สุดครึกครื้นกระหึ่มฮอลล์

ตัวจริงของทีมออลสตาร์ เกาหลี ได้แก่ อี โซ ยอง (1), คิม ฮี จิน (4), คิม ซู จี (11-กัปตันทีม), พัค จอง อา (13), อี แจ ยอง (17), อี ดา ยอง (19) และมีคิม แฮ รัน (5) เป็นตัวรับอิสระ โดยทัพสาวแดนกิมจิขาดผู้เล่นคนสำคัญอย่างคิม ยอน คยอง ที่ติดภารกิจกับสโมสรที่ตุรกี

ส่วนตัวจริงของทีมชาติไทย ได้แก่ ปลื้มจิตร์ ถินขาว (5), อรอุมา สิทธิรักษ์ (6), นุศรา ต้อมคำ (13-กัปตันทีม), ชิตพร กำลังมาก (14), อัฉจราพร คงยศ (18), จุฑารัตน์ มูลตรีพิลา (23) และมี ปิยะนุช แป้นน้อย (2) เป็นตัวรับอิสระ

เซต 1 ช่วงต้นสู้กันอย่างสูสี 8-8 ก่อนที่เกาหลีใต้จะอาศัยความหนักหน่วงฉีกหนีเป็น 16-11 แต่ทีมไทยก็อาศัยลูกฮึดจากเสียงเชียร์ บวกกับการส่ง วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ ลงท้ายเซตแรก ทำให้ทีมรับและตบได้เด็ดขาดขึ้นจนตีเสมอเป็น 19-19 จากนั้นจึงส่งเจ้าแม่ไหลหลังจอมเก๋า อำพร หญ้าผา (11) ลงเล่นช่วงแต้ม 20-20 เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ดังก้องสนาม จากนั้นทีมไทยเป็นฝ่ายพลิกขึ้นนำ 22-21 ก่อนที่จะจบเซตแรกด้วยชัยชนะของทีมชาติไทย 25-22

เซต 2 ช่วงต้นยังสูสีเช่นเคย โดยมีช็อตทัดดาว นึกแจ้ง กระโดดดึงจังหวะตบอย่างสวยหน้าเน็ตให้ไทยไล่ 3-4 แต่เกาหลีก็เร่งเครื่องขึ้นนำ 8-5 ก่อนที่ไทยจะขอเวลานอกครั้งแรกของเกมตอนเป็นฝ่ายตามหลัง 10-6 จากนั้นไทยเร่งเครื่องแซงขึ้นนำ 14-13 จากความผิดพลาดในการสื่อสารของทีมเกาหลีที่เริ่มมีมากขึ้น จากนั้นไทยขึ้นนำ 20-18 แต่ยังปิดเซตไม่ลงจนดิวซ์กัน 24-24 แถมมีแต้มแรลลี่กันดุเดือดช่วงท้าย สลับกันได้แต้มเป็นระยะๆ เสมอกัน 27-27 ก่อนทีมชาติไทยชนะไป 29-27 ขึ้นนำเป็น 2-0 เซต

เซต 3 โมเมนตั้มเริ่มเข้าทางทีมไทย โดยอำพรทะยานขึ้นตบไหลหลังสุดสวยให้ไทยขึ้น 6-3 จากนั้นไทยเริ่มมีการหมุนเวียนส่งผู้เล่น ส่วนทีมออลสตาร์เกาหลีก็ไม่ยอมง่ายๆ หาโอกาสโต้ตอบได้เป็นระยะๆ แต่ไทยก็รักษาความเป็นทีมนำได้ดีขึ้นนำ 13-11 จากนั้นเกาหลีเริ่มเล่นได้เหนียวแน่นและตีได้แน่นอนขึ้นไล่แซงขึ้นนำ 22-20 ก่อนเสมอกันที่ 23-23 และเป็นทีมเกาหลีใต้ชนะ 25-23 ไล่ตามเป็น1-2 เซต

เซต 4 ทั้งสองทีมยังออกตัวแบบสูสีเช่นเคย โดยเป็นเกาหลีขึ้นนำ 8-7 ในเวลานอกครั้งแรก จากนั้นไทยอาศัยความเหนียวแน่นแซงขึ้นนำ 10-9 ก่อนที่ทั้งสองทีมจะผลัดกันทำแต้มอย่างคู่คี่ ซึ่งเป็นเกาหลีใต้ขึ้นนำ 16-14 ในเวลานอกครั้งที่สอง จากการแรลลี่แต้มกันอย่างสนุก เกมบล็อกของไทยเริ่มทำงานอีกครั้งทำแต้มตีเสมอเป็น 16-16 ก่อนที่ไทยจะแซงนำ 19-18 โดยเกาหลีกับไทยยังมีจังวะผิดพลาดเป็นระยะๆ สลับกับการตบทำแต้ม ก่อนที่พี่กิ๊ฟจะตบให้ไทยขึ้นนำ 23-20 แต่สาวกิมจิยังไม่ยอมง่ายๆ เก็บ 5 แต้มรวดปิดเซตด้วยสกอร์ 25-23

เซต 5 ทั้งสองทีมออกตัวได้อย่างคู่คี่ ก่อนเป็นปลื้มจิตร์ ทะยานขึ้นตบบอลเร็ว 2 ลูกรวดให้ไทยขึ้นนำ 6-4 เกมรับของไทยเหนียวแน่นขึ้นอีกครั้ง ก่อนเป็นปลื้มจิตร์ที่ตบฝังให้ไทยขึ้นนำ 8-5 โดยปลื้มจิตร์ยังคงท็อปฟอร์มต่อเนื่อง เสิร์ฟเอซให้ไทยขึ้นนำ 10-5 แต่เกาหลีใต้ก็ไม่ถอดใจง่ายๆ ไล่บี้มาติดๆ 10-11 คะแนน จากนั้นมลิกาตบ 2 ลูกรวด ไทยขึ้นนำ 14-10 ก่อนที่เพียวจะตบฝังให้ไทยเก็บชัยชนะด้วยสกอร์ 15-11 ปิดแมตช์ด้วยสกอร์ 3-2 เซตในที่สุด

โดยอี แจ ยอง เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าของทีมเกาหลี ส่วนทีมไทยนั้นตกเป็นของปลื้มจิตร์ ถินขาว ส่วนการแข่งขัน “เกาหลี-ไทย” โปร วอลเลย์บอล ออลสตาร์ ซูเปอร์แมตช์ 2019 พรีเซนเต็ดบาย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ นัดสอง จะแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 7 เมษายนนี้ เวลา 14.45 น. ที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก กรุงเทพฯ

Advertisement

“โค้ชด่วน” ดนัย ศรีวัชรเมธากุล หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า วันนี้เป็นเกมที่สนุก ในเรื่องของการเล่นนั้นเราได้ลองผู้เล่นพอสมควร พยายามปรับในแต่ละตำแหน่งว่าเขาจะเล่นตามกลยุทธ์เราได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งก็ถือว่าทำได้พอสมควร แต่ยังไม่ดีมาก ส่วนเกาหลีเองก็เริ่มปรับตัวในเรื่องของการเล่น ส่งเด็กตัวใหม่ๆ ลงมาเล่น ทำให้ไทยเจอเหลี่ยมบางเหลี่ยมที่ไม่คุ้นเคย เด็กเราเลยยังทำได้ไม่ดีเท่าไร แต่ก็ยังดีที่วันนี้สามารถเอาตัวรอดได้ สำหรับข่วงเวลาเก็บตัวที่น้อยนั้น โดยโครงสร้างที่เราได้วางเป้าหมายเอาไว้ถือว่าเล่นได้ในเกณฑ์ที่ดี แต่ก็ยังไม่ถึงระดับที่สามารถไปสู้กับทีมใหญ่ๆ ทีมอื่นได้มากนัก เพราะเกมการแข่งขันจริงนั้นเรื่องเหลี่ยมหรือคอนเซ็ปท์การเล่นต้องชัดเจนกว่านี้ รวมถึงความเข้าใจของนักกีฬาด้วยเช่นกัน ซึ่งต้องปรับปรุงและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่สนามกรุงเทพต่อไป ส่วนผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งติดทีมชาติเป็นครั้งแรก โดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่บางทีก็ต้องให้โอกาสเขา เพราะว่าเด็กใหม่ต้องยอมรับจริงๆว่าเกมระดับชาติกับในประเทศต่างกันมาก โดยเฉพาะเรื่องของสปีดบอลที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งเราก็มีหน้าที่ไปชี้ให้เขาเห็นว่าสิ่งที่ขาดตกบกพร่องและต้องปรับปรุงอะไรในการฝึกซ้อมต่อไป

 

 

 

ที่มา : มติชนออนไลน์