ถอดรหัส…ทีมอังกฤษ ยึดเวทีบอลสโมสรยุโรปบอกอะไรได้บ้าง

เป็นอีกครั้งที่ต้องย้ำว่า ฟุตบอลยุโรปมีปรากฏการณ์เซอร์ไพรส์ในรายการระดับสโมสรใหญ่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปีนี้ทีมจากอังกฤษสร้างปรากฏการณ์พิเศษแบบเหนือความคาดหมายติดต่อกัน 2 แมตช์ ลิเวอร์พูล และท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ พลิกกลับมาเอาชนะคู่แข่ง ผ่านเข้ารอบไปเล่นนัดชิงถ้วยใหญ่สุดของยุโรปที่เป็นการเจอกันเองระหว่างทีมจากอังกฤษ

เกมนัดชิงถ้วยสโมสรยุโรประหว่างทีมจากอังกฤษที่จะเกิดขึ้นในปี 2019 ถือเป็นแค่ครั้งที่ 2 เท่านั้น นอกเหนือจากเหตุผลเรื่องฝีเท้าและโชคชะตาแล้ว เบื้องหลังของปรากฏการณ์ที่ทีมจากอังกฤษผงาดในรายการยุโรปอีกครั้ง ยังมีปัจจัยที่เป็นอิทธิพลจากภูมิหลังนอกสนามในบริบทของฟุตบอลอังกฤษเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

แต่ก่อนที่จะพูดถึงปัจจัยนอกสนาม จำเป็นต้องบันทึกไว้ด้วยว่า สโมสรจากลีกสูงสุดของอังกฤษในช่วงปลายยุค 70 ถึงต้นยุค 80 มีแท็กติกและเทคนิคพอฟัดพอเหวี่ยงกับทีมในยุโรปได้ กระทั่งอังกฤษต้องเว้นวรรคจากฟุตบอลยุโรปเมื่อถูกแบนจากเหตุโศกนาฏกรรมเฮย์เซล ทีมตัวแทนของพวกเขากลับมาใน

ต้นยุค 90 ก็กลายเป็นว่าต้องมาตามหลังทีมจากลีกอื่น ด้วยความพยายามอย่างหนักในหลายส่วน สุดท้ายช่องว่างเขยิบเข้ามาใกล้ขึ้น วันนี้ทีมอังกฤษยกระดับคุณภาพทีมกลับขึ้นมาได้อีกครั้งหลังจากช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาทีมจากสเปนทำผลงานได้โดดเด่นที่สุด

ขณะที่ทีมอื่นนอกเหนือจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ลีกอื่นในยุโรปยังเต็มไปด้วยนักเตะระดับดาราคับคั่ง ในขณะเดียวกันลีกอังกฤษกลับเต็มไปด้วยกุนซือแถวหน้าระดับโลก

อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความมั่นคงทางการเงินและแนวโน้มการเติบโตของลีกที่ไต่กราฟอย่างต่อเนื่อง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีลุ้นแชมป์ลีกต่อเนื่องและมาพร้อมกับรูปแบบการเล่นที่โดดเด่นที่สุดอีกทีมในยุโรป ขณะที่ลิเวอร์พูลของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ประกอบร่างมาจนถึงขั้นลุ้นแชมป์ลีกได้แล้ว และที่ชัดเจนสุดคือการเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ปีติดต่อกัน ขณะที่รายการยูโรป้า ลีก ถ้วยรองของสโมสรยุโรปก็มีทีมจากอังกฤษเข้าชิงชนะเลิศในปีเดียวกัน

เมื่อดูรายชื่อสโมสรที่มั่งคั่งร่ำรวยสุดในโลก 10 อันดับแรก มีถึง 6 ทีมที่มาจากอังกฤษ และหากพูดถึงความได้เปรียบทางด้านการเงินของสโมสร สเปอร์สย่อมเป็นทีมที่สะท้อนภาพนี้ได้ดี โดยทีมไก่เดือยทองเพิ่งทำกำไรรวมก่อนเสียภาษีในรอบ 12 เดือนหลังสุดนับวงรอบมาสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน 2018 มากถึง 138.9 ล้านปอนด์ ทำลายสถิติรายได้ของลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลก่อน

ผลประกอบการและตัวเลขกำไรของสเปอร์ส เป็นผลมาจากการขายนักเตะ ค่าตั๋วที่เพิ่มขึ้นจากการใช้สนามเวมบลีย์เป็นสนามเหย้าชั่วคราว (เพิ่งได้ใช้สนามใหม่ไม่กี่เดือนก่อน) ขณะที่ผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีกที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องก็เป็นผลทำให้รายได้เพิ่มขึ้นเช่นกัน

สำหรับสเปอร์สผลงานทั้งในและนอกสนามที่พัฒนามาจนถึงเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ขนาดนี้ ไม่เพียงพึ่งพาฝีมือของเมาริซิโอ โพเช็ตติโน่ กุนซืออาร์เจนไตน์ (ซึ่งไม่ได้นักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมในช่วงตลาดเปิดต้นปีด้วย) ปัจจัยนอกสนามยังต้องยกให้ทีมบริหารที่นำมาโดยแดเนียล เลวี ประธานสโมสร รายได้ของสเปอร์สเพิ่มขึ้นทุกฤดูกาลนับตั้งแต่ปี 2015-16 ตัวเลขรายได้ไล่จี้ทีมบิ๊กโฟร์เดิมเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกปี และมีชื่อติดอันดับรายชื่อ 10 อันดับแรกของสโมสรที่มั่งคั่งที่สุดในโลกเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร

ขณะที่ทีมจากอังกฤษยกระดับตัวเองกลับขึ้นมาอีกครั้ง ทีมจากสเปนที่เคยครองพื้นที่ในยุโรป ฤดูกาลนี้เรอัล มาดริด ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เป็นปีแรกที่ไม่มีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ส่วนบาร์เซโลนาก็ยังถูกวิจารณ์เรื่องศักยภาพของกุนซือในระดับยุโรป ส่วนท็อปของอิตาลีก็ยังสร้างทีมตามลำดับ บรรดาคู่แข่งในเวทีระดับทวีปก็เป็นอีกบริบทที่เกื้อหนุนให้เห็นทีมจากอังกฤษโดดเด่นขึ้นเช่นกัน

ถึงสเปอร์สจะดูมีอนาคตที่สดใสในแง่ผลงานเฉพาะหน้า หากกลับไปดูสภาพการเงิน ไก่เดือยทองยังมีหนี้จากการสร้างสนามใหม่อีก 366 ล้านปอนด์

กรณีที่ยังสามารถรักษาระดับรายได้และกำไรเอาไว้อย่างสม่ำเสมอเท่านั้น สเปอร์สมีแนวโน้มชำระหนี้ได้รวดเร็วขึ้น จากนั้นจึงจะมาดูกันใหม่

ฟุตบอลยุโรปนัดชิงชนะเลิศปีนี้ ซึ่งจะเป็นทีมจากอังกฤษทั้ง 4 ทีมลงเล่นชิงแชมป์ 2 รายการใหญ่-เล็ก นำมาซึ่งแสงสว่างและบรรยากาศที่น่าอิ่มเอมสำหรับลูกหนังแดนผู้ดี อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่ตามมาในทางอ้อมคือการเบียดบังโปรแกรมเตรียมทีมชาติสำหรับการลงเล่นเนชั่นส์ ลีก เนื่องจากผู้เล่นของสเปอร์สและลิเวอร์พูลรวมกันมีนักเตะที่เข้าข่ายต้องเล่นให้สิงโตคำรามมากที่สุดได้ถึง 9 ราย เรียกได้ว่าครึ่งค่อนทีมเลยทีเดียว

ไม่ว่าผลสุดท้ายใครจะได้ครองถ้วยแชมป์ และจะแบ่งโควตาฟุตบอลยุโรปกันอย่างไร ฤดูกาลนี้คือชัยชนะสำหรับแฟนบอลแดนผู้ดี ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลบวกกลับมาสู่สโมสรทั้งในแง่การเงิน และในแง่การพัฒนาฟุตบอลในอนาคต การกลับมาของ “ฟุตบอลอังกฤษ”

มีแง่มุมน่าสนใจอีกหลายมิติ ที่เล่ามานั้นเป็นภาพโดยรวมมุมกว้างที่พอให้เห็นภาพกว้างขึ้น ถ้ามีโอกาสคราวหน้าจะมาพูดถึงการกลับมาของฟุตบอลอังกฤษต่อไป

Previous articleปั๊บ โปเตโต้ ก้าวผ่านทุกการเปลี่ยนแปลงด้วยคาถา “go on”
Next article“การบินไทย” เตือนระวัง เว็บแอบอ้างชวนตอบคำถามแจกตั๋วฟรี 2 ใบ ย้ำ ของปลอม!