อาร์เจนตินา และ เมสซี่ ขาดเหลืออะไร ทำไมไปไม่ถึงฝัน

อาฮุย แผ่นดินใหญ่ : เรื่อง

เป็นเรื่องธรรมดาที่ใครบางคนจะสัมผัสความล้มเหลวบ้างในชีวิต แต่อาจเป็นเรื่องไม่ธรรมดาสำหรับคนที่มีชีวิตด้านหนึ่งมีกราฟความสำเร็จอย่างสูง ขณะที่อีกด้านหนึ่งกลับอยู่ในอีกมุมที่ตกต่ำอย่างน่าเหลือเชื่อ กรณีนี้เป็นประเด็นที่ใกล้เคียงเมื่อพูดถึงผลงานของลิโอเนล เมสซี่ กับทีมชาติอาร์เจนตินา อดีตมหาอำนาจลูกหนังจากอเมริกาใต้ ที่มีดาวเตะระดับรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัยอยู่ในทีม

ทีมฟ้า-ขาว อาร์เจนตินา เจ้าของแชมป์โลก 2 สมัยห่างหายจากความสำเร็จในรายการระดับเมเจอร์นานกว่าทศวรรษแล้ว ไม่ใช่ว่าพวกเขาทำผลงานได้ย่ำแย่ไปเสียหมด เพียงแต่ประเด็นอยู่ที่ว่า พวกเขาไม่สามารถฝ่าด่านหินด่านสุดท้ายไปได้ ไม่เพียงแค่ศึกโคปา อเมริกา 2019 ซึ่งพวกเขาก็ตกรอบตัดเชือก อีก 5 ครั้งก่อนหน้านั้นก็พลาดท่าในนัดชิงฯ ทำได้แค่รองแชมป์ถึง 4 ครั้ง

ตลอดครึ่งทศวรรษหลัง อาร์เจนตินา ประสบความสำเร็จแค่ระดับโอลิมปิกเท่านั้นคือ เหรียญทองในปี 2004 และโอลิมปิกที่แดนมังกรเมื่อปี 2008 ซึ่งเป็นรายการที่ถือว่าใช้ทีมชุดผสม (อายุต่ำกว่า 23 ปีเป็นหลัก) กันตามระเบียบของรายการ ซึ่งแฟนบอลอาร์เจนไตน์ หรือแฟนบอลทั่วไปที่เอาใจช่วยทีมฟ้า-ขาวเห็นตรงกันว่าไม่เพียงพอสำหรับทีมระดับนี้

ความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะในโคปา อเมริกา ซึ่งลิโอเนล เมสซี่ ถูกมองว่าเป็นกำลังหลักที่จะช่วยให้พวกเขาได้แชมป์ครั้งแรกในรอบ 26 ปี แชมป์ครั้งหลังสุดที่พวกเขาทำได้คือเมื่อปี 1993 อาร์เจนตินา ที่นำมาโดยดาวเตะระดับโลกแพ้นัดชิงชนะเลิศ 4 ครั้งในรอบ 5 ปี และครั้งล่าสุดในปี 2019 หมายถึงว่า เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ 9 กับทีมชาติรวมทุกรายการที่ เมสซี่ และฟ้า-ขาวไม่สามารถชูถ้วยแชมป์ได้ ซึ่งมันคงไม่ใช่เรื่องโชคชะตาอย่างเดียวแล้ว กระทั่งดาวเตะจากบาร์เซโลนา ประกาศอำลาทีมชาติเมื่อปี 2016 หลังผิดหวังจากนัดชิงแชมป์แต่ก็ยังกลับมาลุยฟุตบอลโลก 2018 ตามเสียงเรียกร้อง (ซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จอีก)

หลายคนยอมรับว่า อาร์เจนตินา ชุดนี้ก็ไม่ได้ย่ำแย่ถึงขนาดเป็นรองทีมแถวหน้าของอเมริกาใต้ด้วยกัน ประเด็นที่สำคัญกว่านั้นคือ ศักยภาพในการหลอมรวม หรือใช้ประโยชน์จากบุคคลเฉพาะตัวอย่างเมสซี่ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งอาร์เจนตินา มักถูกเปรียบเทียบว่า

พวกเขามีเมสซี่ แต่ไม่สามารถผงาดคว้าแชมป์ได้เหมือนกับที่ ดิเอโก้ มาราโดน่า ตำนานนักเตะพาทัพฟ้า-ขาวที่มีผู้เล่นซึ่งฝีเท้าห่างชั้นกว่าตัวเขาเองชูแชมป์โลกเมื่อปี 1986 แต่ในความเป็นจริง ทีมอาร์เจนตินา ยุคหลังน่าจะมีปัญหาเรื้อรังหนักหนากว่าสมัยมาราโดน่า ในแง่หนึ่ง เมสซี่ พาทีมชาติมาไกลกว่าศักยภาพทีมตามความเป็นจริงด้วยซ้ำ อย่างกรณีเกมตัดเชือกเมื่อปี 2015 หากไปดูสถิติเขามีส่วนร่วมกับทั้ง 6 ประตูที่ยิงปารากวัยได้ แต่สุดท้ายก็ดวลจุดโทษแพ้ชิลี ในนัดชิงแบบน่าผิดหวัง โดยที่เมสซี่ ยิงจุดโทษคนแรก ขณะที่ลูกทีมอาร์เจนไตน์ที่เหลือยิงพลาด

ปัญหาในส่วนของดาวเตะที่พยุงทีมไม่ได้อยู่ที่ฝีเท้า แต่ถูกมองว่าไปอยู่ที่ภาวะผู้นำมากกว่า ไม่มีใครปฏิเสธว่า เกมรับของทีมฟ้า-ขาวมีปัญหามาแต่ไหนแต่ไร เมื่อเผชิญเกมสวนกลับใครก็หายใจไม่ทั่วท้อง แต่ในขณะเดียวกัน หากเทียบให้เห็นภาพ เมื่ออาร์เจนตินา ตกอยู่ในสภาพสกอร์เป็นรองคู่แข่งแล้วถูกโต้กลับ หรือในแมตช์ที่คู่แข่งคุมเกมได้เหนือกว่า เมสซี่ ไม่ได้เป็นคนคอยกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมมากเท่ากับพฤติกรรมของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งร่วมสมัยกับโปรตุเกส ซึ่งพวกเขาประสบความสำเร็จในยูโร และเนชั่นลีกส์ โดยที่ขุมกำลังของโปรตุเกส ก็ต้องพึ่งพาฝีเท้าโรนัลโด้ มากกว่าครึ่งหนึ่งเช่นกัน ซึ่งจะเชื่อมโยงมาถึงการวางแท็กติกจากผู้บังคับบัญชาเอง

แม้แต่ตัว ดิเอโก้ มาราโดน่า เองที่กลับมาคุมทีมชาติเมื่อปี 2010 ก็ยังเข็นทีม (ซึ่งมีเมสซี่ด้วย) ได้ถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น รายการที่แอฟริกาใต้ครั้งนั้นทัพฟ้า-ขาวถูกเยอรมนีที่ระบบดีกว่าเล่นงานสะบักสะบอม กลับมาปัญหาที่วนเวียนไปมาก็ยังหลอกหลอนอาร์เจนตินา และยิ่งเด่นชัดเมื่อปี 2018 กับฆอร์เก้ ซามเปาลี เข้ามาคุมทีม

ผลงานของทีมอาร์เจนตินา เรียกได้ว่าทุลักทุเลจนมาเข้ารอบน็อกเอาต์ในเฮือกสุดท้าย การสามารถในการจัดการทีม และศักยภาพในการทำทีมของ ซามเปาลี สะท้อนกึ๋นของสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา ในการบริหารจัดการ ที่สำคัญคือคำถามเรื่องความสามารถในด้านการเงินเพื่อดึงแหล่งทุนเข้ามาสนับสนุนทีมให้มีงบประมาณมากพอจะดึงบุคลากรที่มีศักยภาพพอจะพัฒนาระบบทีมตั้งแต่การสร้างนักเตะเยาวชน อันเป็นอีกหนึ่งคำถามที่แฟนบอลถามมาตลอดว่า ผู้เล่นดาวรุ่งที่ขึ้นมานั้นไม่เพียงพอทั้งแง่ปริมาณและคุณภาพสำหรับการทดแทนผู้เล่นยุคปัจจุบันที่กำลังโรยราไป

ที่สำคัญคือ บุคลากรระดับสูงอย่างโค้ชซึ่งจะเห็นได้ว่า หลายชาติใช้ประโยชน์จากความสามารถในการพัฒนาและจัดระเบียบของโค้ชและผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์ มีวิสัยทัศน์ ช่วยยกระดับทีมโดยใช้แหล่งทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าทีมจะมีผู้เล่นระดับโลกหรือไม่ก็ตาม ขณะที่อาร์เจนตินา ยังเลือก ลิโอเนล สกาโลนี ที่มาจากโค้ชเยาวชน (ค่าจ้างไม่แพง) อย่างไรก็ตาม พวกเขายังมีเวลาก่อนที่แคมเปญคัดเลือกฟุตบอลโลก 2022 จะเริ่มขึ้น อย่างน้อยการทำงานของสกาโลนี ยังพอมีแววอยู่บ้างในแง่การเลือกใช้ผู้เล่นหน้าใหม่ แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่แตกต่าง มีสัญญาณความเปลี่ยนแปลงบางอย่างอยู่ น่าเอาใจช่วยให้พวกเขามีแรงหนุนที่ดีพอขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงให้เห็นผลในอนาคต

Previous article“จ้าวจิ้น” ซุปตาร์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเชื่อมสัมพันธ์ “ไทย–จีน” ดึงนักท่องเที่ยว
Next articleประกาศสำนักนายกฯ โปรดเกล้าฯให้เรียกคืนเครื่องราชฯ ‘ธาริต เพ็งดิษฐ์’