เบื้องหลังดีลอลเวง ซื้อตัว “ปาร์เตย์” ปืนใหญ่งัดข้อตราหมี

อาฮุย แผ่นดินใหญ่ : เรื่อง

ตลาดซื้อ-ขายนักเตะยุโรปฤดูกาล 2020-2021 แตกต่างจากฤดูกาลอื่นอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะด้วยสภาพบรรยากาศ หรือสภาพการเงินในช่วงที่สโมสรใหญ่ล้วนรับมือวิกฤตการเงินอันเป็นผลจากช่วงโรคระบาด การย้ายทีมของผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์อาจไม่ได้ปรากฏชัดเจนในฤดูกาลนี้ แต่ดีลที่น่าสนใจพอจะหยิบมาพูดถึงก็มีหลายกรณี และดีลที่หายากจะพบในรอบทศวรรษนี้ก็เกิดขึ้นด้วย

ดีลที่ว่านี้คือกรณีของ โธมัส ปาร์เตย์ มิดฟีลด์ชาวกานาวัย 27 ปีซึ่งย้ายจากแอตเลติโก มาดริด ในลาลีกา สเปน มาร่วมทีมอาร์เซนอล ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วงท้ายของวันที่

ตลาดซื้อ-ขายนักเตะปิดลง โดยอาร์เซนอลไม่ได้ตกลงซื้อตามกระบวนการเจรจาทั่วไปกับสโมสร แต่ไปวางเช็กมูลค่าราว 50 ล้านยูโร เป็นค่าฉีกสัญญาของนักเตะที่ออฟฟิศของลาลีกา (ลีกสเปน) ในชั่วโมงสุดท้ายของวันตลาดปิด (ตามระเบียบของลีกเรื่องการจ่ายค่าฉีกสัญญา) ซึ่งวิธีนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ยิ่งกับสโมสรดังจากลอนดอนแห่งนี้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความตระหนี่ในทรัพย์ อีกทั้งยังเป็นแนวทางที่ทำให้สโมสรต้นสังกัดเดิมของนักเตะไม่พอใจด้วย

ปาร์เตย์เป็นกองกลางตัวหลักของทีม “ตราหมี” นานร่วม 3 ฤดูกาล เขาอยู่กับทีมชุดใหญ่มาแล้ว 5 ปี และใช้ชีวิตในรั้วของทีมจากมาดริดถึง 9 ปี แต่ช่วงที่ผ่านมา เขาไม่สามารถตกลงเรื่องต่อสัญญากับสโมสรต้นสังกัดในมาดริดได้ ส่วนหนึ่งก็มาจากเรื่องสถานะทางการเงินของทีม ยิ่งในช่วงได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับความจริงว่า ดิเอโก ซิเมโอเน่ กุนซือของทีมมีส่วนช่วยปลุกปั้นปาร์เตย์ให้มาอยู่ระดับนี้ได้ แต่ในอีกด้าน สื่อส่วนใหญ่รายงานว่า ปาร์เตย์ไม่ค่อยพอใจที่สโมสรปฏิบัติกับเขา

Guillem Balague นักเขียนสายฟุตบอลสเปน เผยว่า ปาร์เตย์ได้รับค่าเหนื่อยน้อยที่สุดในบรรดาผู้เล่นชุดใหญ่ของแอตฯ มาดริดคือประมาณปีละ 1.8 ล้านยูโร ทั้งที่ 3 ฤดูกาลหลังมานี้ เขาลงเล่นไม่ต่ำกว่า 42 นัดต่อฤดูกาล เมื่อสโมสรต้นสังกัดยื่นข้อเสนอในสัญญาใหม่ช่วงก่อนหน้าโควิด-19 ระบาด เพิ่มค่าเหนื่อยเป็น 3.5 ล้านยูโรต่อปี ข้อเสนอนี้ถูกปฏิเสธ พอมาถึงช่วงโรคระบาดแพร่ทั่วยุโรป สโมสรยิ่งแสดงท่าทีว่า เม็ดเงินจำนวนที่เคยเสนอแทบเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว

ในภาพกว้างกว่านั้น ปาร์เตย์ตกเป็นเป้าหมายของอาร์เซนอลมานานหลายปี ในยุคที่มิเกล อาร์เตต้า มาเป็นกุนซือ ดูเหมือนว่าสโมสรพยายามเดินหน้าดึงตัวมิดฟีลด์รายนี้มาเสริมทีมอย่างจริงจัง แต่อุปสรรคหนึ่งที่พวกเขาพบคือ แอตฯ มาดริด พยายามดึงเชิงในดีลที่เกี่ยวกับการปล่อยตัวปาร์เตย์ออกจากทีม แม้ว่าฝั่งแอตฯ มาดริด ตกลงเรื่องยืมตัวลูคัส ตอร์เรร่า มิดฟีลด์ตัวรับจากอาร์เซนอลมาแล้วก็ตาม แต่ทีมดังจากสเปน เหมือนยังต้องการเรียกร้องผลประโยชน์มากกว่าที่อาร์เซนอลยื่นให้

เมื่อสถานการณ์ดูจะไม่คืบหน้า ดีลดึงตัวปาร์เตย์อาจไม่เกิดขึ้นหากอาร์เซนอลไม่ได้ไปวางเช็คค่าฉีกสัญญาแข้งดัง
ที่ออฟฟิศลาลีกาก็เป็นได้ แต่ประเด็นสำคัญคือ การยื่นวางเช็คนี้ ฝั่งแอตฯ มาดริด ไม่ได้รับแจ้งใด ๆ เกี่ยวกับการย้ายทีมของปาร์เตย์ จนกระทั่งฝั่งทีมจากอังกฤษมาวางเช็คเรียบร้อยแล้ว อาจพอกล่าวได้ว่า ฝั่งอาร์เซนอลต้องงัดไม้นี้มาใช้แก้เกมเพื่อบรรลุเป้าหมาย โดยที่ “ข้ามหัว” ต้นสังกัดของนักเตะไป

แม้ดีลจะลุล่วง แต่การกระทำเช่นนี้ย่อมสร้างบรรยากาศ “มาคุ” ท่ามกลางความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย เพราะต้นสังกัดไม่ทราบเรื่องย้ายทีมจนกระทั่งโค้งสุดท้ายของการซื้อ-ขาย ก็ต้องกระทบต่อการทำทีมโดยรวม เพราะไม่มีเวลาขยับหาตัวแทนหรือปรับแผนสำหรับอนาคตได้

กูรูลูกหนังและแฟนบอลย่อมเข้าใจดีว่า เรื่องนี้เป็นธุรกิจ การเจรจาที่ไม่ลงรอยกันมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นเสมอ การเจรจาทางธุรกิจในอนาคตหากทั้งสองทีมมีวิสัยทัศน์ร่วมกันเรื่องผลประโยชน์โดยรวมเป็นที่ตั้ง สายสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างทั้งสองฝ่ายล้วนมีโอกาสกลับมาประสานกันได้เสมอ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะมีใคร “ลืม” สิ่งที่เกิดขึ้นได้

ในส่วนของอาร์เซนอล ดีลนี้มีนัยที่น่าคิดอีกอย่าง กล่าวคือ การจ่ายเงินซื้อนักเตะมากถึง 50 ล้านยูโรในช่วงที่สภาพเศรษฐกิจโลกไม่ค่อยดีนัก ทำให้แฟนบอลตั้งข้อสงสัยถึงที่มาที่ไปของหมากตานี้ รายงานของ Independent สื่อดังในอังกฤษระบุโดยอ้างอิงการเปิดเผยจากบริษัทที่ถือครองสโมสรว่า สแตน โครเอนเก้ นักธุรกิจมหาเศรษฐีเจ้าของสโมสรเป็นผู้อนุมัติดีลนี้จากที่ได้รับคำร้องขอโดยตรงจาก อาร์เตต้า กุนซือหนุ่มของทีม

ที่ผ่านมา เจ้าของสโมสรรายนี้ถูกแฟนบอลวิจารณ์เรื่อง “รัดเข็มขัด” ในแง่การลงทุนดึงนักเตะมาเสริมทีมเสมอนับตั้งแต่ยังมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้น การตัดสินใจเช่นนี้มีนัยที่พอจะตีความได้ว่า มหาเศรษฐีซึ่งมีข่าวว่าลงมาดูแลด้านการเงินของสโมสรเองในช่วงโควิด-19 ระบาด ให้ความไว้วางใจกุนซือหนุ่มรายนี้ในระดับหนึ่ง กระทั่งยอมลงทุนในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ

ข้อมูลข้างต้นคือทั้งหมดที่ถูกเปิดเผยเกี่ยวกับเบื้องหลังของดีลนี้ นอกเหนือจากนี้คงเป็นเรื่องเกินคาดเดาได้ แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ การขับเคี่ยวกันของทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีก และการเสริมทีมของตัวละครต่าง ๆ ในยุคนี้ที่ล้วนน่าจับตาและดูมีศักยภาพสอดแทรกขึ้นมาแย่งตำแหน่งกับทีมใหญ่ แน่นอนว่า พรีเมียร์ลีกในยุคโควิด-19 ก็มีความตึงเครียดเข้มข้นไปอีกแบบ ติดตามกันให้ดี

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ