“บินไทย” ส่งสัญญาณ ! “รายได้-กำไรต่อที่นั่ง” ฟื้นตัวแรง

สัมภาษณ์

 

การดำเนินงานในภาพรวมของ “การบินไทย” ยังอยู่ในขั้นตอนของแผนปฏิรูปองค์กรระยะที่ 3 ซึ่งเป็นขั้นตอนของการบริหารเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งการพัฒนาโปรดักต์และบริการ การบริหารอัตราการใช้ประโยชน์เครื่องต่อวัน ฯลฯ โดยมีเป้าหมายคือ สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และหยุดภาวะการขาดทุน และวางรากฐานสู่การเติบโตในอนาคต

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้ร่วมสัมภาษณ์ “อุษณีย์ แสงสิงแก้ว” รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่ออัพเดตภาพรวมของสายการบินไทยในรอบปีที่ผ่านมา รวมถึงแนวทางการทำตลาด และแผนการลงทุนสำหรับปี 2561 ไว้ดังนี้

Q : ปี 2560 ที่ผ่านมาสถานการณ์ของการบินไทยดีขึ้นบ้างหรือยัง

ถ้าหมายถึงรายได้ อัตราการขนส่งผู้โดยสาร (cabin factor) เราสูงกว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมา เรื่องของกำไรต่อที่นั่ง (ยีลด์) ก็ดีขึ้น และสามารถเปรียบเทียบกับคู่แข่งได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2559

ส่วนที่บอกว่าตัวเลขเราบวก 10 นั้นหมายความว่า 10 คือเป้าหมาย แต่ในภาพรวมต้องดูอีกทีว่าถ้าเทียบกับปีที่แล้วทั้งปีจะเป็นเท่าไหร่ แต่สูงขึ้นกว่าปีที่แล้วแน่อน

Q : ถึงขณะนี้ยังมีงานไหนบ้างที่อยู่ในแผนแล้วยังไม่ได้ทำ


เรื่องของการขายเครื่องบิน ยังขายได้ไม่ครบ เพราะยังหาคนซื้อไม่ได้ ตอนนี้ยังเหลืออยู่ 22 ลำ ส่วนนี้หากขายไม่ได้ก็มีแผนรองรับอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาเครื่องพวกนี้เราไม่ได้ใช้งานอยู่แล้ว และไม่อยู่ในแผนว่าจะเอาไปทำอะไร

หากในอีก 1-2 ปีข้างหน้ายังขายไม่ได้ ค่าเสื่อมก็ลงไปเรื่อย ๆ ทำให้ตัวเลขไม่สวย ดังนั้นถ้าขายได้จะดีมาก ซึ่งส่วนนี้การบินไทยได้ให้บริษัทนายหน้าที่รับขายเครื่องบินเป็นคนจัดการขายให้

ส่วนอื่นที่คิดว่าสำคัญคือ เรื่องของ “คน” สำคัญมาก เพราะทรัพยากรบุคคลของการบินไทยหายไปเยอะ โดยตามแผนที่วางไว้นั้นก็ต้องสร้างตั้งแต่ชั้นเด็ก ๆ ขึ้นมา ให้ขึ้นมาเป็นระดับกลาง ระดับบน เพราะว่าเราขาดการรับคนมาเป็น 10 ปี

ส่วนหนึ่งที่รับเข้ามาต้องเป็นเฮด โดยเอาระดับกลางขึ้นมาเป็นระดับที่จะสามารถแคนดิเดตไปเป็นระดับผู้บริหารได้ ต้องวางแผนและต้องมีการเทรนนิ่งเรื่องของผู้นำ (leadership) รวมถึงเรื่องต่าง ๆ ที่ไม่ได้ทำมานาน ส่วนระดับรองยังต้องเปิดรับบุคคลจากภายนอก เช่น ตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ (DN) ตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน (DY) เป็นต้น

Q : การเปิดรับคนนอกเข้ามาร่วมงานจะเกิดความรู้สึกกับคนในไหม

จริง ๆ แล้ว การบินไทยก็ต้องให้โอกาสคนอื่นบ้าง เป็นเรื่องของการให้โอกาสคนนอกที่เข้ามาว่าเขาจะมีความรู้เรื่องธุรกิจสายการบิน (viation) หรือไม่ แต่ถ้าถามความรู้สึกของตัวเองมองว่า คนการบินไทยมีความเรื่องเอวิเอชั่นสูงสุดแล้ว

อีกอย่างถ้าเป็นต่างชาติมา เขาก็ไม่ได้ถนัดตลาดของประเทศไทย การวิเคราะห์ตลาดในแต่ละเส้นทางก็จะไม่เหมือนกับคนไทย หรือการไปเอาคนจากสายการบินอื่นมา เขาก็ชำนาญในเส้นทางเขา เช่น ไปเอาคนจากสายการบินเอมิเรตส์ หรือเอทิฮัดมา เขาก็ชำนาญในเส้นทางมิดเดิลอีสต์ ซึ่งไม่ใช่ตลาดของสายการบินไทย

สำหรับคนที่อยู่ตอนนี้คือ ไบรอัน แบนสตัน ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขายคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารด้านการพาณิชย์จากสายการบินเอมิเรตส์ ซึ่งจะหมดสัญญาในเดือนมีนาคม 2561 นี้

Q : ตอนนี้จีนเติบโตสูงมาก การบินไทยวางเป้าหมายในตลาดนี้อย่างไร

ตลาดจีนยังดีต่อเนื่องอยู่ แต่ถ้าพูดถึงรายได้ ตลาดญี่ปุ่นยังเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือเกาหลี แล้วถึงมาจีน โดยญี่ปุ่นเป็นตลาดที่มีค่ายีลด์ (กำไรต่อที่นั่ง) สูง ซึ่งในส่วนของตลาดญี่ปุ่นนั้น การบินไทยยังมีแผนที่จะเพิ่มเส้นทางบินใหม่อย่างต่อเนื่อง

โดยเมืองที่อยู่ในแผนคือ โอกินาวา เพราะเป็นเมืองที่ทำชาร์เตอร์ไฟลต์ (เหมาลำ) ไปลงบ่อยมาก เพราะคนไทยชอบไปญี่ปุ่น

ส่วนตลาดจีนนั้นการบินไทยจะให้สายการบินไทยสมายล์บุก ซึ่งเท่าที่ประเมินว่าจะมีเพิ่มเติมอาจเป็นเส้นทางไทเป-เชียงใหม่ และอินเดีย เช่น เมืองอัมริตสา (รัฐปัญจาบ) ตอนนี้ตลาดอินเดียได้รับการตอบรับดีมากเช่นกัน ที่สำคัญเราบินกลางคืนได้ คือเครื่องบินที่เราไม่ได้ใช้ก็นำมาบินกลางคืน ซึ่งตอนนี้การบินไทยต้องบริหารจัดการการใช้เครื่องบินให้ได้มากที่สุด

Q : มีตลาดไหนบ้างที่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

สำหรับเส้นทางที่ผลประกอบการยังไม่ดีพอ เท่าที่มอนิเตอร์อยู่ก็มีอิหร่าน คืออิหร่านเปิดมาครบปีแล้ว ช่วงหนึ่งตกลงเราก็ไปคุยมารอบหนึ่งแล้วก็ดีขึ้น แต่ก็ต้องคอยดูเรื่องของการเมืองภายในตลอด ถ้าเสี่ยงมากก็ต้องเคลื่อนย้าย คือถ้าไม่จำเป็นเราก็ไม่อยากไปเปิด-ไปปิดบ่อย ๆ

ตอนนี้เราให้เลื่อนไปถึงเดือนมีนาคม 2561 ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นก็อาจต้องปิดในช่วงเดือนเมษายนนี้ ปัจจุบันเส้นทางนี้มีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (cabin factor) อยู่ที่ประมาณ 70% แต่ถ้าตกก็จะลงไปถึง 50-60%

นอกจากนี้ ตลาดสเปนก็เป็นตลาดที่ดีแต่ยังไม่โฟกัสตรงนั้น เนื่องจากว่าตอนนี้เราเปิดเส้นทางเวียนนาแล้ว ผลตอบรับก็ดีมาก เพราะสามารถส่งต่อผู้โดยสารไปที่อื่น ๆ ได้เยอะ ตอนนี้อัตราขนส่งผู้โดยสารเส้นทางเวียนนา มาดริด ของการบินไทยอยู่ที่ราว 80% โจทย์ในตอนนี้คือเราต้องบริหารยีลด์ให้ดี ถ้าตัวเลขยีลด์แข็งแรงก็มีแผนที่จะบินทุกวัน

ส่วนตลาดสหรัฐอเมริกานั้นยังต้องคิดดูก่อน หากจะต้องเปิดก็อาจจะเป็นช่วงเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นหน้าหนาว ส่วนจะไปเมืองไหนอย่างไรนั้นยังบอกไม่ได้ ยกตัวอย่าง เช่น แอลเอ คู่แข่งเยอะ ได้ราคาต่ำ ส่วนซานฟรานซิสโก, ซีแอตเทิล อยู่ระหว่างการศึกษา

Q : แล้วปัญหาเรื่องเครื่องยนต์โรลสรอยซ์เป็นอย่างไรบ้าง

ปัญหานี้ยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ การบินไทยยังไม่ได้เงินคืน ซึ่งมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ไม่เช่นนั้นการบินไทยจะมีกำไรเยอะมาก แต่ประเด็นนี้ทางโรลสรอยซ์ต้องใช้แน่ ๆ แต่จะใช้วิธีไหนเท่านั้น

นี่คือสิ่งที่การบินไทยจะได้ เพราะเงินอยู่ที่นี่ 1,400 ล้านบาท ตอนนี้ทางการบินไทยได้บันทึกไว้หมดว่ามีค่าเสียหายอะไรบ้าง เช่น ค่าตั๋ว ค่าสวิตช์ตั๋วให้คนอื่น ค่าโรงแรม ฯลฯ ซึ่งเขาก็ยอมชดใช้ แต่จะชดใช้ในรูปแบบไหนคงต้องคุยกันต่อไป

Q : ความร่วมมือกับแอร์บัสในการลงทุนศูนย์ซ่อมคืบหน้าอย่างไรบ้าง

ณ ตอนนี้มองว่ามีความเป็นไปได้มาก และถ้าเราทำได้ ประเทศชาติก็จะสามารถสร้างงานได้ตั้งเยอะมาก แต่ที่ผ่านมาทางแอร์บัสเองก็สนใจมาก และซีอีโอเขามาเอง เราก็ส่งคนของเราไป

เรื่องนี้ทางรัฐบาลโดยรองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็มีแผนจะเร่งให้เสร็จเรียบร้อย คือมีความชัดเจนของการร่วมลงทุน (PPP) ภายในไตรมาส 1 ของปีนี้