“เวิลด์ โฮเทล” สยายปีก เพิ่มพอร์ต โรงแรมในไทย-ทั่วโลก

รอน โพลล์- ลร์รี่ คูคูลิค
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

กว่า 50 ปีที่กลุ่ม “เวิลด์ โฮเทล กรุ๊ป” มุ่งมั่นพัฒนาแบรนด์โรงแรม กระทั่งก้าวขึ้นสู่ผู้เล่นระดับโลกในอุตสาหกรรมการบริการ ด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมกว่า 40 ประเทศใน 6 ทวีปทั่วโลก

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “แลร์รี่ คูคูลิค” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ “รอน โพลล์” ประธานฝ่ายปฏิบัติการระหว่างประเทศ “บีดับเบิลยูเอช โฮเทล กรุ๊ป” หรือ BWH Hotel Group และประธานของเวิลด์ โฮเทล ถึงแผนการดำเนินธุรกิจในไทยและในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ดังนี้

คาดปี 2567 ฟื้นตัวเท่าก่อนโควิด

“แลร์รี่” บอกว่า ภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีสัญญาณบวกจากการเริ่มผ่อนคลายมาตรการการเดินทาง ประกอบกับนักท่องเที่ยวในทวีปยุโรปได้รับการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวมีอุปสงค์ (ดีมานด์) คั่งค้างต้องการออกเดินทาง ขณะที่ประชาชนในแต่ละประเทศก็ออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้นเช่นกัน

สำหรับประเทศไทยประเมินว่านักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงออกเดินทางในประเทศในปริมาณสูง ส่วนตลาดต่างประเทศนั้นมองว่าปัจจัยด้านค่าเงินยังส่งผลบวกต่อการออกเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

อีกทั้งชาวไทย ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวของไทย ความงดงามด้านวัฒนธรรมยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางมาเยือนประเทศไทยได้

Advertisment

ทั้งนี้ ประเมินว่าภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะฟื้นตัวสู่ระดับก่อนสถานการณ์โควิด-19 ได้ในปี 2567

เที่ยวบินไม่พอกระทบทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศจีนจะผ่อนคลายมาตรการเข้าออกพรมแดนแล้ว แต่นักท่องเที่ยวยังไม่เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยส่วนหนึ่งยังต้องใช้เวลากับการทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่

“แลร์รี่” บอกด้วยว่า อุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยวในขณะนี้คือ ปัญหาสายการบินยังไม่กลับมาให้บริการเต็มที่ ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นเหมือนกันทั่วโลก คาดว่าต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่าแต่ละสายการบินจะสามารถจัดการปัญหาได้

ด้าน “รอน” บอกว่า ปัญหาดังกล่าวอาจส่งผลดีอีกด้านคือ นักท่องเที่ยวอาจยังไม่เลือกเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลัก แต่อาจท่องเที่ยวเมืองรองมากขึ้น เหมือนที่เกิดขึ้นในภูมิภาคอเมริกาเหนือ

Advertisment

ขณะที่ปัญหาราคาค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น เงินเฟ้อ การขาดแคลนแรงงานส่งผลต่อผลกำไรของธุรกิจโรงแรม

“ปัจจัยบวกที่จะช่วยกระตุ้นความคึกคักในการออกเดินทางมาจากประเทศจีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการเข้าออกพรมแดน รวมถึงนักท่องเที่ยวอินเดียที่เพิ่มมากขึ้น”

มั่นใจปีนี้รายได้พุ่งแซงก่อนโควิด

“รอน” บอกด้วยว่า ปัจจุบันโรงแรมในกลุ่มหลายแห่งมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องในแต่ละช่วงเวลา (RevPar) รวมถึงอัตราการเข้าพัก (occupancy rate) สูงกว่าก่อนการระบาดของโควิด-19 ไปแล้ว ขณะที่รายได้ห้องพักเฉลี่ยของห้องพักที่ขายได้ทั้งหมด (average daily rate) ยังต่ำกว่าก่อนการระบาดของโควิด-19 ราว 5-10%

โดยในปี 2565 ที่ผ่านมาผลการดำเนินงานของโรงแรมในกลุ่มเป็นไปอย่างแข็งแกร่ง โดยมีผลประกอบการใกล้เคียงปี 2562 และคาดการณ์ว่าในปี 2566 นี้ ผลประกอบการของกลุ่มบริษัทจะสูงกว่าก่อนการระบาดของโควิด-19 ได้

รุกเพิ่มพอร์ตทั่วโลก

นอกจากนี้ ในปี 2565 “บีดับเบิลยูเอช โฮเทล กรุ๊ป” ได้ขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาธุรกิจโรงแรมทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยได้ลงนามในสัญญากับผู้ประกอบการโรงแรมรวม 30 สัญญา

แบ่งเป็น โรงแรมในเวียดนาม 21 โรงแรม ปากีสถาน 5 โรงแรม ประเทศไทย 2 โรงแรม และอินโดนีเซีย 2 โรงแรม

สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2566 บีดับเบิลยูเอช โฮเทล กรุ๊ป มีกำหนดเปิดให้บริการโรงแรมในไทย 4 แห่ง ได้แก่ เบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร ในเดือนมีนาคม, เบสท์ เวสเทิร์น รัชดา ในเดือนมีนาคม, เบสท์ เวสเทิร์น คลิ๊ก สาทร 11 และเบสท์ เวสเทิร์น พลัส คาราเพซ หัวหิน เปิดอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน

นอกจากนี้ ยังมีใน เวียดนาม 2 แห่ง อินโดนีเซีย 1 แห่ง และปากีสถาน 1 แห่ง

“รอน” บอกอีกว่า สำหรับแบรนด์ “เวิลด์ โฮเทล” หรือ World Hotel นั้น ในปี 2566 นี้ บริษัทตั้งเป้าขยายพอร์ตจำนวน 40-50 แห่งทั่วโลก โดยเป็นโรงแรมในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกประมาณ 15-20 แห่ง และในประเทศไทย 3-5 แห่ง

ยันสงครามราคาไม่กลับมาแล้ว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบีดับเบิลยูเอช โฮเทล กรุ๊ป ยังบอกอีกว่า ธุรกิจโรงแรมทั้งในไทยและทั่วโลกในปี 2566 นี้จะไม่กลับไปแข่งขันอย่างดุเดือดจนเกิดสงครามราคา “red ocean” อย่างในปี 2562 แน่นอน เพราะการลดราคาไม่ได้เป็นการสร้างอุปสงค์ (ดีมานด์) เสมอไป การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่า

อย่างไรก็ตาม สำหรับ “บีดับเบิลยูเอช โฮเทล กรุ๊ป” จะยึดแนวทางการขยายธุรกิจด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยคงไว้ซึ่งประโยชน์ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการร่วมงานกับแบรนด์เป็นหลัก ไม่เน้นการเร่งเติบโตมากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อความสามารถด้านการทำกำไร

“ปีนี้เรายังให้การลงทุนด้านการพัฒนาโรงแรมเป็นสำคัญ แต่ในเวลาเดียวกันก็จะเริ่มให้ความสำคัญกับด้านการตลาด การพัฒนาระบบเทคโนโลยีมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โครงสร้างขั้นพื้นฐาน และระบบการจัดการภายในองค์กรมากขึ้น”

เสนอรัฐเร่งโปรโมต “เที่ยวไทย”

พร้อมทั้งเสนอว่า รัฐบาลควรสร้างความสะดวกสบายในการเดินทาง เช่น การลดข้อจำกัดและมาตรการต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้มากที่สุด รวมถึงประชาสัมพันธ์ประเทศไทยต่อสายตาชาวโลกมากขึ้น

และนำเสนอว่าประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวแบบใดบ้าง มีความคุ้มค่าต่อการออกเดินทางมากแค่ไหน