“ไทยไลอ้อน” เร่งครึ่งปีหลัง ปูพรมบินระหว่างประเทศ

“ไทยไลอ้อนแอร์” ใส่เกียร์บุกเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศ ประกาศพร้อมเปิดเส้นทางบินใหม่อีก 6-7 เส้นทางในครึ่งปีหลังนี้ เผยมุ่งเจาะตลาดจีน-เอเชียใต้-ญี่ปุ่น ตั้งเป้ากวาดยอดผู้โดยสารปีนี้แตะ 14 ล้านคน

นายอัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังปีนี้สายการบินเตรียมเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศรวม 6-7 เส้นทางใหม่ ตามกลยุทธ์หลักที่มุ่งรุกขยายฐานรายได้ตลาดต่างประเทศ โดยในไตรมาส 3 นี้ได้ประกาศแผนเปิดเส้นทางบินกรุงเทพฯ-เสิ่นเจิ้น ไปแล้วเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยความถี่ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ คาดมีอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (โหลดแฟ็กเตอร์) เฉลี่ยที่ 80% ดีกว่าค่าเฉลี่ย 70% ของทุกสายการบินในเส้นทางนี้

ส่วนอีก 2 เส้นทางที่กำลังจะเปิดในเดือนสิงหาคมนี้ประกอบด้วย กรุงเทพฯ-กาฐมาณฑุ เนปาล โดยจะเริ่มให้บริการ 1 สิงหาคมนี้ ด้วยความถี่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ คาดว่ามีโหลดแฟ็กเตอร์ 70% ขณะที่เส้นทาง ภูเก็ต-เจิ้งโจว จะเริ่มให้บริการ 16 สิงหาคมนี้ ด้วยความถี่ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

นายอัศวินกล่าวว่า นอกจากนี้ในช่วงไตรมาส 4 นี้ มีแผนเปิดเส้นทางบิน กรุงเทพฯ-โคลอมโบ ศรีลังกา และ กรุงเทพฯ-ธากา บังกลาเทศ ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะได้ตลาดผู้โดยสารเชื่อมต่อเที่ยวบินจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย และอีกเส้นทางใหม่ที่จะเริ่มทำการบินในเดือนพฤศจิกายนนี้คือ กรุงเทพฯ-โตเกียว (นาริตะ) ซึ่งเป็นเส้นทางบินแรกสู่ญี่ปุ่นของไทยไลอ้อนแอร์ จากทั้งหมด 4 เส้นทางที่วางแผนเปิดให้บริการคือ กรุงเทพฯ-นาโกยา ซึ่งจะพยายามเปิดให้ทันปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ที่เหลืออีก 2 เส้นทางคือ กรุงเทพฯสู่ฟุกุโอกะ และโอซากา ตามลำดับ

“การรุกเปิดเส้นทางใหม่เพิ่มอีก 6-7 เส้นทางในช่วงครึ่งหลังปีนี้ ตามแผนรับเครื่องบินใหม่รวม 4 ลำตลอดทั้งปี และทำให้สิ้นปีไทยไลอ้อนแอร์มีฝูงบินรวม 35 ลำ จะช่วยผลักดันจำนวนผู้โดยสารเติบโตเป็น 13-14 ล้านคน จากปีที่แล้วมี 11 ล้านคน ขณะที่รายได้ตั้งเป้าเติบโต 10% โดยมีความท้าทายเรื่องราคาน้ำมันและต้นทุนการบริหารจัดการเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น ทำให้ยังต้องรอดูว่าปีนี้จะมีกำไรเป็นปีแรกหรือไม่” นายอัศวินกล่าว

นายอัศวินยังกล่าวถึงตลาดจีนหลังจากที่มีเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ตว่า แม้ว่าจะได้รับผลกระทบบ้างในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังเกิดเหตุ แต่มั่นใจว่าตลาดจีนจะฟื้นตัวได้เร็ว โดยปัจจุบันช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมถือเป็นช่วงพีกซีซั่นของตลาดจีนบินเข้าภูเก็ต ซึ่งไทยไลอ้อนแอร์ทำการบิน 5-6 เส้นทาง ปกติจะมีโหลดแฟ็กเตอร์เฉลี่ย 85-90% ขณะนี้ลดลงเหลือ 60-70% จากตลาดกรุ๊ปทัวร์ที่ลดลงชัดเจน

“เรามีรายได้จากเส้นทางตลาดจีนในสัดส่วนประมาณ 25-30% ของรายได้ทั้งหมด ดังนั้นเราจะไม่ชะลอการเปิดเส้นทางใหม่ไปประเทศจีน และต้องพยายามดึงผู้โดยสารจีนกลับมาใช้บริการผ่านกลยุทธ์ราคาแก่เอเย่นต์และนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (เอฟ.ไอ.ที.) ให้ทันช่วงโกลเด้นวีกเดือนตุลาคมนี้” นายอัศวินกล่าว

นายอัศวินยังกล่าวถึงแผนเปิดเส้นทางบินสู่เกาหลีใต้ด้วยว่า เนื่องจากสำนักงานการบินพลเรือนของเกาหลีใต้ใช้มาตรฐานเดียวกับสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (FAA) ทำให้ต้องรอทาง FAA มาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินพลเรือนของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ให้แล้วเสร็จก่อน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าทาง FAA จะเข้ามามาตรวจสอบช่วงกลางปี 2562 หลังจากที่เลื่อนกำหนดเดิมจากเดือนตุลาคมนี้ออกไปก่อน ทำให้ไทยไลอ้อนแอร์อาจเริ่มทำการบินเส้นทางใหม่ กรุงเทพฯ-โซล (อินชอน) ได้ในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า

Previous articleชงตั้งเพิ่ม 11 สน.เมืองกรุง ‘บางบัว-วังหิน-คลองเตย ฯลฯ’ ยกเหตุหั่นพื้นที่เกลี่ยงาน แก้จราจร
Next articleกระอักทั้งลม-ฝน พายุซงดารีเคลื่อนซัดซ้ำพื้นที่เดิมญี่ปุ่น