เที่ยวต่างประเทศอย่างไรให้คุ้มค่าเงินที่เสียไป

ภาพ Pixabay

หลายๆ ครั้งในการไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ก็มักจะมีคำถามตามมาว่า “เรานั้นท่องเที่ยวได้คุ้มค่ากับเงินและเวลาที่เสียไปหรือยัง” ซึ่งคงไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ดีเท่าตัวเราเองใช่ไหมล่ะครับ เพราะจุดประสงค์ในการท่องเที่ยวต่างประเทศของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป เช่น บางคนก็หวังจะไปช้อปปิ้ง บางคนก็หวังจะไปดูผู้คนดูการใช้ชีวิตของคนในประเทศอื่นๆ เป็นต้น เหตุนี้จึงไม่มีอะไรที่จะสามารถวัดได้ว่า อะไรคือความคุ้มค่าเงินและเวลาที่เสียไปได้อย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้จึงขอนำไอเดียเกี่ยวกับการเที่ยวต่างประเทศอย่างไรให้คุ้มค่าเงินที่เสียไปในแบบฉบับ MoneyGuru.co.th มาแชร์ให้พวกเรากันครับ เผื่อจะเป็นไอเดียให้หลายๆ คนนั้น มั่นใจในการท่องเที่ยวของตัวเองได้มากขึ้นครับ ว่าแล้วเราก็มาดูกันเลย

เที่ยวต่างประเทศอย่างไรให้คุ้มค่าเงินที่เสียไป

ไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่เราอยากไป

เราเสียเงินเสียเวลาเพื่อไปท่องเที่ยวต่างประเทศทั้งที เราก็ควรจะได้ไปที่ที่เราอยากไป หรือสถานที่ที่เราชอบใช่ไหมล่ะครับ เพราะนั่นจะถือได้ว่าเป็นความสุขของเราเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าเมื่อเราไปถึงสถานที่แล้วอาจจะผิดหวังเพราะผิดไปจากที่คิด หรือจินตนาการไว้ แต่อยากให้รู้ว่านั่นคือความคุ้มค่าแล้วล่ะครับ เพราะอย่างน้อยเราก็ได้มาพิสูจน์ด้วยตาตัวเองในขณะที่เรามีชีวิตแล้ว สัมผัสบรรยากาศและดื่มด่ำกับสถานที่นั้นๆ ให้เต็มที่เลยครับ บางครั้งสถานที่ที่เราอยากไปนั้นอาจจะไม่ใช่ที่สำคัญๆ ก็ไม่เป็นไรครับ หากเราชอบจริงๆ ก็ไปเลยครับ เพราะนั้นคือความสุขของเราและเวลาของเรา เราจะใช้ที่ไหนก็ได้ที่เรามีความสุขครับ ไม่จำเป็นต้องสนใจคนอื่นว่าจะพูดว่าอย่างไร แต่หากยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนก็ลองหาข้อมูลใน google ดูก่อนก็ได้ครับ

ไปท่องเที่ยวในสถานที่สำคัญต่างๆ ของประเทศนั้นๆ

หากเราได้ไปเที่ยวในสถานที่ที่เราชอบแล้ว และยังมีเวลาในการท่องเที่ยวอยู่ ก็ขอแนะนำให้ลองไปท่องเที่ยวในสถานที่สำคัญต่างๆ ของประเทศนั้นๆ ดูครับ เพราะมาทั้งทีหากมีโอกาสก็ควรจะลองไปดูครับ เพราะส่วนใหญ่สถานที่สำคัญๆ นั้นก็มักจะมีประวัติความเป็นมาของประเทศนั้นๆ ครับ ซึ่งส่วนนี้เราก็จะได้รับความรู้และทำให้เรารู้จักกับประเทศที่เราไปท่องเที่ยวมากขึ้นนั่นเอง

ลองหัดพูดภาษาอื่นนอกจากภาษาไทยดูบ้างก็ดีนะ

ไหนๆ ก็ไปท่องเที่ยวต่างประเทศทั้งที เราจะพูดแต่ภาษาไทยก็คงจะไม่ค่อยคุ้มค่าใช่ไหมล่ะครับ ดังนั้นเราใช้โอกาสนี้แหล่ะในการฝึกภาษากับสถานการณ์จริงซะเลย เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการลองพูดคุยสอบถามทางจากคนในพื้นที่ดูครับ หรือหากยังไม่ค่อยกล้า ก็ลองคุยกับพนักงานที่โรงแรมที่เราพักดูก่อนก็ได้ครับ เพราะเราต้องเจอเขาในทุกๆ วัน ตลอดเวลาที่เรายังเข้าพักที่โรงแรมนี้ครับ ดังนั้นลองทักทายกันบ้างก็คงจะไม่เป็นไรใช่ไหมล่ะครับ หากลองเริ่มที่จะพูดคุยดูแล้วความกล้าก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาเองครับ และเมื่อเรากล้าพูดกล้าสื่อสารก็จะยิ่งทำให้การท่องเที่ยวของเรานั้นสนุกขึ้นครับ

ลองทานอาหารของประเทศนั้นๆ

ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนหรือเมื่อไหร่ คนเราก็ต้องทานอาหารทั้งนั้น และในเมื่อเราไปต่างประเทศทั้งที เราก็ควรจะลิ้มลองรสชาติของอาหารในบ้านเขาใช่ไหมล่ะครับ โดยให้เราลองทานอาหารที่เป็นรสชาติของประเทศนั้นจริงๆ อย่าพยายามปรุงแต่งอะไรลงไปเลย เพื่อที่เราจะได้ลิ้มรสรสชาติของอาหารได้อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะรู้ได้ว่าคนในประเทศนั้นเขาทานรสชาติอย่างไรกัน หรือหากเป็นไปได้ก็ให้หาอาหารประจำชาตินั้นๆ ทานดูครับ มาทั้งทีลองให้คุ้มเลยครับ เพราะต่อให้ร้านอาหารนั้นมีสาขาที่บ้านเรารสชาติก็อาจจะไม่เหมือนที่ประเทศต้นตำหรับครับ เพราะอาจจะต้องมีการปรับสูตรเพื่อให้ถูกปากของคนในบ้านเราครับ

อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

ทริปท่องเที่ยวของเราอาจจะไม่เหมือนของคนอื่น จนบางครั้งอาจจะได้รับความเห็นว่าไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ก็ขอแนะนำว่าอย่าได้เก็บเอามาใส่ใจครับ รับฟังคำแนะนำได้ แต่คนที่จะเลือกว่าจะทำตามหรือไม่คือเราเอง อย่าลืมเด็ดขาดว่าความสุขของคนเรานั้นแตกต่างกัน บางครั้งความสุขของเราอาจจะไม่ใช่ความสุขของคนอื่นก็ได้ครับ การไปท่องเที่ยวต่างประเทศก็เช่นกัน ที่ไม่มีใครบอกเราได้ว่าการท่องเที่ยวต่างประเทศครั้งนี้คุ้มค่าหรือไม่ ได้ดีเท่าตัวเราเองหรอกครับ หากเรามีความสุขตลอดการไปท่องเที่ยวนั่นก็เรียกได้ว่าคุ้มค่าแล้วล่ะครับ

นี่เป็นเพียงความคุ้มค่าในการท่องเที่ยวต่างประเทศในแบบฉบับของ MoneyGuru.co.th เท่านั้นนะครับ อย่าได้ยึดเอาเป็นมาตรฐาน หากแต่เก็บไว้เป็นไอเดียก็พอครับ เพราะความคุ้มค่าของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไปครับ เรียกได้ว่าไม่มีใครผิดใครถูกหรอกครับ ดังนั้นเที่ยวให้สนุกใช้เวลาให้คุ้มค่าทุกนาทีจะเป็นการดีที่สุดครับ

Previous article‘ในหลวง’ มีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัย ‘ปธน.อินเดีย’ กรณีเกิดอุทกภัยรุนแรง
Next article‘ในหลวง’ มีพระราชสาส์นทรงขอบใจที่ช่วยเหลือนทท.ไทย ‘ปธน.อินโดนีเซีย’ กรณีแผ่นดินไหว