ททท.โหม”สปอร์ตทัวริซึ่ม”ดึงนักท่องเที่ยวตลาดญี่ปุ่น

ททท.ชี้เทรนด์นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นนิยมท่องเที่ยวควบทำกิจกรรมด้านกีฬามาแรง โหมโปรโมต “สปอร์ตทัวริซึ่ม” หลากรูปแบบ ตั้งแต่กลอ์ฟ-วิ่งมาราธอน-ดำน้ำยันอีสปอร์ต พร้อมบูมพื้นที่โซนอีสานรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยววัยเกษียณแห่งที่ 2 รองจากเชียงใหม่ เตรียมแผนผนึกโลว์คอสต์แอร์ไลน์เชื่อมต่อเมืองรองญี่ปุ่นเข้าไทย

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานโตเกียว เปิดเผยว่า สัดส่วนของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางไปไทยและทำกิจกรรมด้านกีฬาควบคู่ด้วยอยู่ไม่ต่ำกว่า 25-30% โดยกีฬากอล์ฟเป็นกลุ่มที่ไทยเป็นจุดหมายอันดับต้น ๆ มายาวนาน และมีฐานใหญ่สุดเมื่อเทียบกับทุกตลาด เนื่องจากมักพ่วงกับการเดินทางเชิงธุรกิจ หรือการเดินทางเข้ามาเพื่อการค้าและการลงทุน

แต่ปัจจุบันการแข่งขันมาราธอนที่เริ่มเติบโตต่อเนื่อง สะสมคะแนนในเมืองหลักต่าง ๆ ของไทย เช่น กรุงเทพฯ, พัทยา, เชียงใหม่ และเปิดกลยุทธ์บุกเมืองรองด้วย การทดลองจัดเฟมทริปไปยัง จ.ขอนแก่น นำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวเชื่อมโยงจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และจะทำตลาดต่อเนื่องในเดือนเดียวกันของปีนี้ด้วย


อย่างไรก็ตาม โจทย์ใหญ่ของ ททท.ในเวลานี้ คือ การเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัว ซึ่งหลังจากการสำรวจตลาดกีฬาในมิติอื่น ๆ พบว่าตลาดผู้สูงอายุที่กระตือรือร้นในการใช้ชีวิต (active citizen) ให้ความสนใจในกีฬาดำน้ำมากขึ้น จึงถือเป็นโอกาสในการโปรโมตการท่องเที่ยวเมืองรองในภาคใต้ เช่น ตรัง, กระบี่, พังงา นอกเหนือจากภูเก็ตเพิ่มขึ้นด้วย

“จากการไปออกบูทร่วมในงานไดวิ่งแฟร์ที่กรุงโตเกียว พบว่ามีกลุ่มตลาดที่เหนือความคาดคิด คือ นักดำน้ำสูงอายุจากญี่ปุ่น ที่สนใจการท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น กลุ่มนี้มีทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาในการท่องเที่ยวสูง ถือเป็นการแก้โจทย์เรื่องวันพักเฉลี่ยของตลาดญี่ปุ่นที่เริ่มชนเพดานสูงสุด 8 วัน และเพิ่มขึ้นได้ยากแล้ว”

บูมโซน “อีสาน” รับญี่ปุ่น

นอกจากนั้น ยังสอดคล้องกับศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อาจเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยววัยเกษียณแห่งที่ 2 รองจากเชียงใหม่ โดยจากการสำรวจพบว่าเริ่มมีชุมชนชาวญี่ปุ่นหันมาใช้ชีวิตหลังการทำงานที่ขอนแก่นมากขึ้น เพราะมีความเหมาะสมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม และชีวิตความเป็นอยู่ ดังนั้น จึงเป็นอีกช่องทางให้ ททท.ผนวกสินค้าท่องเที่ยวด้านอาหาร (gastronomy tourism) ด้วยการใช้ความสนใจของชาวญี่ปุ่นในเรื่องการดูแลสุขภาพ จัดเส้นทางตามรอยผลิตภัณฑ์การเกษตรที่ชาวญี่ปุ่นนิยมบริโภคเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยมีแผนนำเสนอเส้นทางเกษตรที่ครบทั้งระบบร่วมกับร้านอาหารแมงโก้ทรี จัดเฟมทริปเส้นทางอุดรธานี-ขอนแก่น-นครราชสีมา ในเดือนมกราคมนี้

โหนอีสปอร์ตดึงญี่ปุ่นเข้าไทย

ส่วนอีกเซ็กเมนต์ด้านกีฬาที่ต้องจับตามอง คือ “อีสปอร์ต” ซึ่งในญี่ปุ่นที่เป็นฐานการผลิตใหญ่ แต่เพิ่งเกิดการยอมรับในฐานะกีฬาอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ผ่านการจัดตั้งเป็นสมาคมกีฬาอีสปอร์ตเป็นครั้งแรก ปัจจุบันมีฐานผู้เล่นไม่ต่ำกว่า 12-13 ล้านคน

ทั้งนี้ ททท.ได้เข้าไปร่วมมือกับอีเวนต์การแข่งขันด้านอีสปอร์ตในญี่ปุ่นระดับทีมมหาวิทยาลัย มอบรางวัลให้ผู้ชนะในรายการได้มาท่องเที่ยวในไทย และจัดให้พบปะกับชุมชนนักกีฬาอีสปอร์ตของไทยที่เริ่มสร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติแล้วเช่นกัน ซึ่งจะทำให้ไทยขยายฐานตลาดครอบคลุมกลุ่มเยาวชนได้มากขึ้นด้วย

ผนึกแอร์ไลน์ดันตลาด

นางสาวภัทรอนงค์กล่าวด้วยว่า นับตั้งแต่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ปลดธงแดงด้านมาตรฐานความปลอดภัยให้การบินของไทย แนวโน้มการเปิดเที่ยวบินใหม่เชื่อมระหว่างไทยกับญี่ปุ่นจึงเติบโตขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนที่นั่งของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาไทยได้ส่วนหนึ่ง จากการสำรวจปัจจุบันพบว่า ที่นั่งต่อเดือนจากทุกสนามบินในญี่ปุ่นมายังทุกสนามบินของไทยมีจำนวนราว 2.8 แสนที่นั่ง มากกว่าช่วงก่อนปลดธงแดงซึ่งอยู่ที่ราว 2.6 แสนที่นั่ง

“จำนวนนักท่องเที่ยวไทยไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมาก และอาจจะถึง 1 ล้านคนในปีนี้ ความนิยมดังกล่าวทำให้ที่นั่งเครื่องบินมีความต้องการจากคนไทยหนาแน่นตลอด ขณะที่พฤติกรรมชาวญี่ปุ่นเองยังยึดติดกับการนั่งสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ หรือ full service ดังนั้น ททท.จึงเตรียมร่วมมือกับสายการบินโลว์คอสต์ที่ขยายเส้นทางและความถี่ในช่วงหลังปลดธงแดง เช่น แอร์เอเชีย เอ็กซ์ และนกสกู๊ต เพื่อเพิ่มสัดส่วนลูกค้าจากญี่ปุ่นมากขึ้น ข้อดีสำหรับการท่องเที่ยว คือ การบินโลว์คอสต์จะมีเส้นทางเชื่อมโยงเข้าเมืองรองหลากหลาย ไม่จำกัดเฉพาะเมืองหลัก จึงตรงกับนโยบายเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองโดยตรง” นางสาวภัทรอนงค์กล่าว