รัฐอัดฟรีวีซ่า-ลดค่าธรรมเนียมเหมาลำ โหมแพ็กเกจปลุกมู้ดท่องเที่ยวปลายปี

แฟ้มภาพ

ครม.ยกเลิกค่าธรรมเนียม visa on arrival ช่วง พ.ย. 61-ม.ค. 62 ดันรายได้ท่องเที่ยว “สมคิด” หนุน “สปริงแอร์ไลน์” เพิ่มเที่ยวบินเสนอค่าแลนดิ้งฟรี อัดแพ็กเกจกระตุ้นท่องเที่ยวปลายปี “เดอะมอลล์” หวังดูดกำลังซื้อ “แอตต้า” ชี้คู่ค้าจีนเริ่มขยับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงยกเลิกการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวชนิดใช้ได้ครั้งเดียวเพื่อการท่องเที่ยวเป็นเวลาไม่เกิน 15 วัน ในกรณียื่นขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (visa on arrival : VOA) จากเดิมที่ให้มีการเก็บอัตราค่าธรรมเนียม ประเภทนักท่องเที่ยว ชนิดใช้ได้ครั้งเดียว จำนวนเงิน 2,000 บาท

โดยให้ใช้ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2561-เดือนมกราคม 2562 ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 หรือจะมีผลวันที่ 1 ธันวาคม 2561-31 มกราคม 2562 รวม 60 วัน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ ครอบคลุม 21 ประเทศ ได้แก่ จีน ไต้หวัน อันดอร์รา มัลดีฟส์ บัลแกเรีย มอลตา ภูฏาน มอริเชียส ปาปัวนิวกินี ไซปรัส โรมาเนีย เอธิโอเปีย ซานมาริโน ฟิจิ ซาอุดีอาระเบีย อินเดีย คาซัคสถาน ยูเครน ลัตเวีย อุซเบกิสถาน ลิทัวเนีย

“ที่ผ่านมา สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ได้ตรวจสอบข้อมูลสถิติผู้โดยสารที่มาขอรับการตรวจลงตราที่ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (visa on arrival) พบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 จนถึงปัจจุบัน จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในไทย และขอรับการตรวจลงตราลดลงอย่างต่อเนื่องในทุกด่าน ครม.จึงมีมติให้ยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว”

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยว ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ ทำให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวมากขึ้น และจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 30


หนุนเพิ่มเที่ยวบินเข้าไทย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในระหว่างโรดโชว์ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ (4 พ.ย.) ได้มีการหารือกับผู้บริหารระดับสูงของสปริงแอร์ไลน์ (Spring Airlines) ผู้ให้บริการสายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์รายแรกและใหญ่ที่สุดในจีน และเอเชียเหนือ เกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวจีนในประเทศไทยที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงในช่วงที่ผ่านมา โดยได้ขอความร่วมมือให้สายการบินสปริงแอร์ไลน์เพิ่มจำนวนเที่ยวบินจากประเทศจีนไปยังประเทศไทยเพิ่มขึ้น

โดยทางไทยพร้อมพิจารณาลดค่าธรรมเนียมการลงจอด (landing fee) และค่าธรรมเนียมการจอด (parking fee) เครื่องบินที่จะลงจอดในสนามบินของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือขยายระยะเวลาในการจอดเครื่องบินในสนามบินที่มีการจราจรหนาแน่นในบางช่วงเวลา และขอให้ขยายเวลาการบินเข้า-ออกที่สนามบินเชียงใหม่ด้วย

ทั้งนี้ สายการบินดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการนำนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนไปท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยมีจำนวนเที่ยวบินไปยังประเทศไทย 1,100-1,200 เที่ยวบินต่อเดือน ถือเป็น

สายการบิน 1 ใน 4 สายการบินที่มีการพานักท่องเที่ยวจีนไปยังประเทศไทยสูงสุด มีเส้นทางหลัก คือ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ซึ่งในแต่ละปีนำคนจีนมาไทยมากกว่าล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 5 ของนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยทั้งหมด หากการเจรจาสำเร็จจะดึงนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 2 ล้านคน

จัดหนักแพ็กเกจกระตุ้นท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังได้ชี้แจงถึงความคืบหน้าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ากำลังเร่งทำแพ็กเกจเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวประเทศไทยในช่วงปลายปี โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อยู่ระหว่างจัดทำมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ขณะที่ ตม. เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ยกเว้นค่าจัดทำวีซ่า 21 ประเทศ ช่วง 2 เดือนของปีนี้ คาดว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวจีนและต่างชาติเข้าประเทศไทยเป็นไปตามเป้าหมาย

ขณะที่ บมจ.การบินไทย อยู่ระหว่างเจรจากับสายการบินแอร์เอเชีย สายการบินเซาท์เทิร์นไชน่า หากสายการบินสปริงแอร์ไลน์สนใจร่วมเชื่อมเส้นทางการบินจากจีนไปสู่เมืองรองก็ทำได้เช่นกัน

ห้าง “ทุ่มสุดตัว” ดึงทัวริสต์จีน

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ chief marketing officer บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ฉายภาพว่า ในช่วง 2 เดือนที่เหลืออยู่ ธุรกิจค้าปลีกต้องอัดแคมเปญและอีเวนต์หนัก เพื่อกระตุ้นการจับจ่าย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่หายไป ต้องยอมรับว่ากลุ่มนี้มีสัดส่วนการจับจ่ายสูงถึง 38%

“สิ่งที่รัฐกำลังทำก็เป็นเรื่องที่ดี แต่เราก็คงอยู่เฉยไม่ได้ ต้องออกแรงมากระตุ้นนักท่องเที่ยวมาเมืองไทย เพื่อทราฟฟิกในช่วงปลายปีให้กลับมา อย่างที่รู้กันว่าในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนลดลงกว่า 10-15% โดยเฉพาะกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ แต่ยังดีที่กลุ่ม FIT ยังโตต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ กลุ่มเดอะมอลล์ได้เดินเครื่องบุกทุกทางด้วยการทำโปรโมชั่นพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะยิงยาวถึง 31 ธันวาคม อาทิ ลูกค้าชาวจีนที่ใช้ application Alipay รับส่วนลด 10% และสิทธิพิเศษอื่น ๆ ควบคู่

หวังตัวเลขจีนพลิกฟื้น

ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เชื่อว่าจากการประกาศใช้มาตรการดังกล่าวนี้จะช่วยเรียกความเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยวในต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดจีนกลับมาเชื่อมั่นและตัดสินใจเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น และช่วยให้ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยว (ผ่านสมาคมแอตต้า) ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ติดลบในอัตราที่ต่ำลง จากเดือนกันยายน-ตุลาคมที่ติดลบอยู่ในอัตรากว่า 30% มาอยู่ที่ติดลบ 15-20% และในภาพรวมน่าจะติดลบเกิน 10% จากที่ติดลบอยูที่ประมาณ 15% ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา

“หลังจากที่ได้รายงานไปยังคู่ค้าในจีนว่า ประเทศไทยมีมาตรการนี้ออกมา พบว่าผู้ประกอบการในฝั่งของจีนให้การตอบรับค่อนข้างดี ทั้งในกลุ่มบริษัทนำเที่ยว ชาร์เตอร์ไฟลต์ คาดว่าน่าจะเริ่มเห็นการขยับตัวในทิศทางที่ดีตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป คาดว่ามาตรการนี้น่าจะช่วยเพิ่มนักท่องเที่ยวจีนในช่วง 2 เดือนสุดท้ายนี้เพิ่มได้อีกราว 1-2 แสน หรือมีจำนวนรวมที่ประมาณ 10.6-10.7 ล้านคนในปีนี้” ดร.อดิษฐ์กล่าว

เช่นเดียวกับ นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) ที่กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปียังมีแรงหนุนที่ดี การที่ ครม.ประกาศมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับ 21 ประเทศช่วงนี้ จะส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อีกทางหนึ่ง ซึ่ง กกร.ประเมินว่า ปี 2561 GDP ขยายตัวในกรอบ 4.4-4.8%