‘ททท.’ ขนเอกชนบุก CITM 2018 พร้อมอัดแคมเปญกระตุ้น ‘ตลาดจีน’

ปิดฉากไปแล้วสำหรับ China International Travel Mart หรือ CITM 2018 งานส่งเสริมการขายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งจัดสลับกันในแต่ละปีระหว่างเมืองคุนหมิงและเซี่ยงไฮ้

สำหรับปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ร่วมกับ Shanghai Municipal People”s Government จัดงานขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ นับเป็นการจัดงานครั้งที่ 20 ในช่วงวันที่ 16-18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ Shanghai New International Expo Center โดยมีหน่วยงานการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและเอกชนจากประเทศต่าง ๆร่วมออกงานกว่า 1,000 คูหา และผู้ซื้อ (buyers) กว่า 1,400 ราย จากกว่า 100 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมงาน

ขนเอกชนไทย 52 รายร่วมงาน

ในส่วนของประเทศไทยนั้นปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เช่าพื้นที่ขนาด 396 ตารางเมตร พร้อมตกแต่งภายใต้ธีม Amazing Thailand Open to the New Shade และเน้นการตกแต่งแบบไทยร่วมสมัย โดยปีนี้มีผู้ประกอบการเอกชนไทยจำนวน 52 หน่วยงาน ประกอบด้วย กลุ่มโรงแรม/รีสอร์ต 20 หน่วยงาน บริษัทนำเที่ยว 15 หน่วยงาน แหล่งท่องเที่ยว 10 หน่วยงาน

โรงพยาบาล 2 หน่วยงาน สนามกอล์ฟ 2 หน่วยงาน บริษัทรถเช่า 1 หน่วยงาน สายการบิน 1 หน่วยงาน และผู้ประกอบการร้านค้าดิวตี้ฟรี 1 หน่วยงาน ในจำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการจากกรุงเทพฯ 30 หน่วยงาน ภูเก็ต 7 หน่วยงาน พัทยา 5 หน่วยงาน เชียงใหม่ 3 หน่วยงาน เกาะช้าง จังหวัดตราด และเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 2 หน่วยงาน และกระบี่ ชุมพร ลำพูน จังหวัดละ 1 หน่วยงาน

เร่งแก้โจทย์ “ความเชื่อมั่น”

“ยุทธศักดิ์ ศุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สำหรับตลาดจีนประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีสำนักงานตัวแทนท่องเที่ยวมากที่สุด คือ 5 แห่ง ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ โดยปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เข้ามาประเทศไทย โดยมีจำนวนอยู่ที่ 9.8 ล้านคนในปี 2560 ที่ผ่านมา

สำหรับปีนี้คาดว่าน่าจะมีจำนวนรวมอยู่ที่ราว 10.5 ล้านคน จากจำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งหมดที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 38 ล้านคน หรือสร้างรายได้คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5.9แสนล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาราว 10%

“ปีนี้ภาพรวมของการจัดงานดูเงียบไปหน่อย ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะประเทศจีนเองก็ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวลดลงด้วยเช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ททท.ทั้ง 5 แห่งในจีนก็ยังคงทำงานกันอย่างหนักเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นหลังจากที่รัฐบาลได้ออกมาตรการต่าง ๆ ออกมาช่วยกระตุ้นไปแล้ว ซึ่งทำให้เชื่อว่าภาพรวมของนักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป

โฟกัสเวลเนส-สปอร์ตทัวริซึ่ม

“ยุทธศักดิ์” บอกอีกว่า นับจากนี้เป็นต้นไป ททท.จะมุ่งโฟกัสตลาดที่เป็นเซ็กเมนเตชั่นมากขึ้น เพื่อให้ดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพและมีการใช้จ่ายต่อหัวต่อทริปที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากศักยภาพในการรองรับของประเทศไทยค่อนข้างมีจำกัด และต้องใช้เวลาในการเพิ่มศักยภาพในการรองรับ โดยในส่วนของตลาดจีนนั้นได้เน้นกลุ่มเป้าหมาย 2-3 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่ กลุ่ม health and wellness โดยเฉพาะบริการทางการแพทย์ตั้งแต่โปรแกรมการตรวจสุขภาพ การรักษาพยาบาล ไปจนถึงการทำศัลยกรรม บริการสำหรับคนที่มีบุตรยาก ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมในด้านซัพพลาย กลุ่ม sport tourism โดยเฉพาะกิจกรรมการวิ่งมาราธอน เข้าค่ายมวยไทย ฯลฯ และกลุ่ม wedding and honeymoon นอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้หญิงและกลุ่ม Gen Y

ขณะเดียวกัน ททท.ก็มุ่งทำการส่งเสริมการขายร่วมกับเอเย่นต์ทัวร์ในจีนอีกส่วนหนึ่งด้วย เพื่อเจาะนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางครั้งแรกให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายต่อหัวต่อทริปสูงกว่ากลุ่มเดินทางซ้ำ

ผนึกพันธมิตรอัดแคมเปญ

“ฐิติพร มณีเนตร” ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ “เลิศชาย หวังตระกูลดี” ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเซี่ยงไฮ้ ร่วมกันให้ข้อมูลอีกว่า สำหรับงาน CITM 2018 นี้ ทาง ททท.ได้เชิญผู้ประกอบการจากทางฝั่งจีนเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยนอกจากงานส่งเสริมการขายในช่วงวันที่ 16-18 พฤศจิกายน แล้วยังจัดงาน Post-CITM Table-Top-Session 2018 ในวันที่ 19 พฤศจิกายน ขึ้นที่โรงแรม Grand Central Shanghai นครเซี่ยงไฮ้ เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย (sellers) ได้พบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจีนชั้นนำในพื้นที่นครเซี่ยงไฮ้ และใกล้เคียงเพิ่มเติมในครั้งนี้อีกด้วย

“เรามุ่งหน้าทำตลาดร่วมกับบริษัทนำเที่ยวของจีนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งนำเสนอโปรดักต์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมืองรอง”พร้อมทั้งมุ่งทำการตลาดในรูปแบบพันธมิตรธุรกิจอย่างหนักรวมทั้งหมดถึง 87 โครงการ ทั้งกับสายการบิน บริษัทนำเที่ยว ฯลฯ โดยขณะนี้เริ่มเห็นชัดเจนแล้วว่าสายการบินที่ให้บริการในรูปแบบชาร์เตอร์ไฟลต์บางส่วนเริ่มกลับมาให้บริการแล้ว ขณะที่สายการบินที่ให้บริการตามตารางบินก็ยังคงทำการร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่าหลังจากนี้สถานการณ์โดยรวมของนักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเดือนกันยายนที่ผ่านมาจะเป็นเดือนที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่ำที่สุด

Previous articleธนชาตเปิดประมูลหนี้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ไตรมาส 4/2561
Next articleสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ร.6