“มวกเหล็กฟาร์มสเตย์” เที่ยวเชิงเกษตรทำได้จริง ไปได้ไกล

สระบุรีเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ร่วมอันซีนไปกับ “มวกเหล็กฟาร์มสเตย์” พื้นที่ศักยภาพสูงที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะมีทั้งรัฐ เอกชน และภาคส่วนต่าง ๆ ช่วยกันหนุน เมื่อรวมเข้ากับความแข็งแกร่งของเกษตรกรในพื้นที่ ทำให้มวกเหล็กฟาร์มสเตย์เดินหน้ามาไกลจากปี 2558 และกำลังจะเดินหน้าเข้าสู่ระยะต่อไปในด้านการทำตลาดอย่างจริงจังมากขึ้น

“วรรณภา ชินชูศักดิ์” ประธานกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หอการค้าจังหวัดสระบุรี เล่าให้ “ประชาชาติธุรกิจ” ฟังว่า สาเหตุที่หอการค้าสระบุรีเลือกสนับสนุนการโปรโมตเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรในมวกเหล็กเป็นเส้นทางแรก เนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีความพร้อมสูง มีโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และบุคลากรทางการเกษตรที่มีความพร้อมต่อการรองรับนักท่องเที่ยว

เมื่อประกอบเข้ากับกระแสรักสุขภาพและรักษ์โลกที่กำลังได้รับความนิยม ทำให้ “มวกเหล็กฟาร์มสเตย์” มีโอกาสเติบโตอย่างก้าวกระโดดถ้าหากได้กลุ่มลูกค้าที่เหมาะสม

โดยตลาดสำคัญของเส้นทางมวกเหล็กฟาร์มสเตย์ คือ กลุ่มคนเจนเอ็กซ์ที่มีเวลาใส่ใจตัวเองและสุขภาพมากขึ้น รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวครอบครัวที่อยากจะพาเด็ก ๆ มาผจญภัย เรียนรู้วิถีชีวิตแบบเกษตร และอิ่มอร่อยไปกับสินค้าที่ยืนยันได้ว่าทุกฟาร์มปลอดสารพิษ

และเพื่อทำตลาดที่เหมาะสม ทางสระบุรีจึงได้เริ่มการพูดคุยกับพันธมิตรอย่างซีทริป ยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวจีนและเอเย่นต์ทัวร์ของไทย เพื่อจัดทำทัวร์คุณภาพมาลงในพื้นที่แล้ว

สอดคล้องกับ “สิทธิชัย สำเภาพล” เลขาฯวิสาหกิจชุมชนตำบลหนองย่างเสืออำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ที่บอกว่า ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรใน ต. หนองย่างเสือ อ. มวกเหล็ก เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากนักท่องเที่ยวหลักพันเพิ่มเป็นหลักแสนต่อปี

ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยบวกหลายประการ ทั้งพื้นฐานด้านการเกษตรที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และการผลักดันของทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว เกษตรกร และภาคการศึกษา ทำให้การท่องเที่ยวเชิงเกษตรเกิดได้ไม่ยาก

ทว่า การท่องเที่ยวเชิงเกษตรในหนองย่างเสือและสระบุรีก็ยังมีอุปสรรค จากทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างนิ่ง ปัจจัยจากพื้นที่สระบุรีที่มีภาพจำในฐานะเมืองทางผ่านและเมืองอุตสาหกรรม และไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

ดังนั้น ในปี 2562 นี้ หนองย่างเสือจึงเตรียมความพร้อมพัฒนาบุคลากร ผลิตภัณฑ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมตั้งเป้าสร้าง “เครือข่ายฟาร์มสเตย์”ขนาดใหญ่ที่พักค้างแรม ทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ และรับประทานอาหารในสวนได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยว

ด้าน “สดาสิริ พรหมพิทักษ์” ผู้จัดการสวนบิ๊กเต้ ไร่เบญจมาศที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นแม่เหล็กสำคัญของเส้นทาง “มวกเหล็กฟาร์มสเตย์” นี้ กล่าวว่า หลังจากที่สวนบิ๊กเต้เปิดให้บริการทุกวันมา 3 ปี นักท่องเที่ยวโตขึ้นทุกปี จนต้องขยายพื้นที่คาเฟ่รองรับลูกค้าแล้วถึง 3 ครั้ง

โดยเฉลี่ยในวันธรรมดาจะมีผู้เข้าชมสวนบิ๊กเต้ประมาณ 30-50 คน และจะเพิ่มเป็น 300-500 คนในวันหยุดสุดสัปดาห์ มีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อวันในพื้นที่สวนอยู่ที่ 40 บาท

“การเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมไร่เป็นผลดีต่อสวนมากกว่าแค่เรื่องรายได้ แต่เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ให้สวนเป็นที่รู้จักและช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองในตลาดดอกไม้ด้วย และจากสถานการณ์ที่ผ่านมาเชื่อว่าการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่มวกเหล็กยังสามารถเติบโตได้อีกมาก และเมื่องบประมาณลงมาบริเวณเส้นทางปากช่อง-มวกเหล็กในเวลาอันใกล้นี้ก็จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในเส้นทางนี้เพิ่มอีก”

และไม่เพียงเท่านี้ เส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรทั้งหมดของจังหวัดสระบุรียังมีอีกกว่า 20 แห่ง อาทิ ฟาร์มเฟรช (ฟาร์มเมล่อน), อภิญญากุลไฮโดรฟาร์ม, บ้านไร่กาแฟ, คลีนฟาร์ม, ผักอร่อยไอดิน (ฟาร์มเมล่อน), หมู่บ้านผักหวานป่า, ไร่เผือกหอมบ้านหมอ, ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านคันลำ, ฟาร์มเห็ดลุงหยุด, รุ่งฟ้าฟาร์มสเตย์, ฟาร์มโคนม อ.ส.ค., ฟาร์มสายทอง, สวนผักครูสรรเสริญ, ไร่ภูวนพันธุ์, สวนบิ๊กเต้, ฮันนี่ฮัทฟาร์ม ฯลฯ

การท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดสระบุรีนั้นมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก ที่สำคัญเที่ยวกันได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว

Previous articleเปิดใช้แล้ว! ถนนเลี่ยงเมืองแกลงเสริมการท่องเที่ยว-แก้จราจร-หนุน EEC
Next articleกลุ่มธนาคารยูโอบีต่อสัญญาพรูเด็นเชียลขายประกันอีก 15 ปี จ่ายค่าฟีกว่า 2.7 หมื่นล้าน