“เมอริเดียน ครูซ” ปั้นจุดขาย “เรือดินเนอร์” มาตรฐานโรงแรม

ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาบริเวณริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพฯ มีสีสันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน มีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ เกิดขึ้นเป็นระยะ นับตั้งแต่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์, ศูนย์การค้ายอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค, ล้ง 1919, ท่ามหาราช, ฯลฯ และล่าสุดคือศูนย์การค้าไอคอนสยาม

และไม่เพียงแต่ธุรกิจริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเท่านั้น ธุรกิจเรือท่องเที่ยว หรือเรือดินนอร์ในแม่น้ำเจ้าพระยาก็มีสีสันและมีผู้เล่นหน้าใหม่ประกาศลงเล่นบนน่านน้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “บอม-ธรรมรัตน์ หน่องพงษ์” และ “ต้อม-ณพ ตีระแพทย์” 2 กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอริเดียน ครูซ จำกัด ผู้บริหาร “เมอริเดียน ครูซ” หรือ Meridian Cruise เรือดินเนอร์ลำใหม่ล่าสุดในแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ ถึงแนวทางการดำเนินงาน ทิศทางของธุรกิจ รวมถึงภาพรวมของธุรกิจเรือดินเนอร์ หรือเรือสำราญในแม่น้ำเจ้าพระยา ไว้ดังนี้

“บอม-ธรรมรัตน์” บอกว่า เขาลงทุนสำหรับต่อเรือเมอริเดียน ครูซ ลำนี้ไปราว 40 ล้านบาท ถือเป็นเรือสำราญหรือดินเนอร์ ครูซ น้องใหม่ล่าสุดในแม่น้ำเจ้าพระยาในขณะนี้ แต่ทีมบริหารเกือบทั้งหมดมีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจเรือดินเนอร์มาแล้วราว 3 ปี จากการบริหารเรือ The Vertival Cruise การมาเริ่มต้นลงทุนทำเรือใหม่ภายใต้แบรนด์ “Meridian Cruise” จึงสามารถเดินได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

“เรือเราเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมาจากเดิมที่เราคาดว่าน่าจะใช้เวลาสัก 3-6 เดือนในการทำการตลาดและเดินหน้าได้ แต่กลับพบว่าเอเย่นต์ที่เคยทำงานด้วยกันมาตั้งแต่อยู่เรือเดอะ เวอร์ติเคิล ครูซ ส่งลูกค้ามาให้ตั้งแต่เรือเรายังไม่ทันเสร็จ ทำให้เรือเรามีลูกค้าเต็มตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการ”

ขณะที่ “ต้อม-ณพ” เสริมว่า เรือลำนี้ถูกต่อและออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป กลุ่มครอบครัว กลุ่มคู่รัก กลุ่มเอาติ้งปาร์ตี้ รวมถึงรองรับการจัดงานเวดดิ้งบนเรือด้วย โดยมีขนาดความจุที่350 คน

สำหรับโครงสร้างของเรือนั้น “เมอริเดียน ครูซ” ถือว่าเป็นเรือขนาดกลางถึงใหญ่ แบ่งเป็น 2 ชั้น ตกแต่งเป็น 2 อารมณ์ โดยชั้น 1 ของเรือออกแบบให้ลูกค้าที่มีความรู้สึกเหมือนรับประทานในโรงแรมแต่ได้วิว 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และมีพื้นที่จัดงานปาร์ตี้ที่เป็นส่วนตัวกลุ่มเล็กขนาด 50-100 คนและกลุ่มใหญ่100-140 คนได้โดยไม่รบกวนคนอื่น(ลูกค้าชั้น 2) หรือจะใช้บริการแบบเหมาลำก็สามารถทำได้

ส่วนชั้น 2 ออกแบบให้มีความโฉบเฉี่ยว ได้อารมณ์สนุกสนาน เป็นโอเพ่นแอร์ แต่มีหลังคาคลุม รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 200 คน และมีส่วนหัวเรือ (ไม่มีหลังคาคลุม) สามารถรองรับผู้โดยสารได้อีกราว 50-60 คน

นอกจากนี้ยังออกแบบให้ทุกที่นั่งบนเรือสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาได้

“ณพ” บอกว่า ทั้ง 2 ชั้นมีการแสดงรำไทย โขน และดนตรีแสดงสดทุกวันด้วย และที่พิเศษกว่านั้นคือ อาหาร ซึ่งมีให้บริการกว่า 20 เมนู รวมเมนูอาหารทะเลด้วย โดยทีมผู้บริหารจะเป็นผู้เลือกสรรวัตถุดิบและจัดเมนูด้วยตัวเอง

“ผมมีประสบการณ์ทำงานในด้านอาหารและเครื่องดื่มจากโรงแรมมากว่า 20 ปี ขณะเดียวกันทีมผู้ลงทุนส่วนหนึ่งก็มาจากธุรกิจโรงแรม เราจึงเน้นในเรื่องมาตรฐานอย่างมาก ทั้งมาตรฐานด้านการให้บริการและมาตรฐานของรสชาติและวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหาร เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกับโรงแรม” ณพย้ำ

“ธรรมรัตน์” ยังบอกอีกว่า จากผลตอบรับที่ดีเกินคาดนั้นทำให้ขณะนี้เรือลำดังกล่าวเปิดให้บริการถึง 3 รอบด้วยกัน โดยรอบแรก เวลา 16.00 น. รอบ 2 เวลา 17.00 น. สำหรับรองรับทัวร์จีนโดยเฉพาะ (2 รอบนี้จอดให้บริการที่ท่าเรือสะพานพระราม 8) และรอบดินเนอร์ เวลา 20.00-22.00 น. จอดให้บริการที่ท่าเรือไอคอนสยาม โดยรอบดินเนอร์นั้นราว 60-70% เป็นลูกค้ากลุ่มคนไทย ส่วนต่างชาติส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวยุโรป อเมริกา และเอเชีย

สำหรับราคาตั๋วสำหรับรอบดินเนอร์นั้นจำหน่ายผ่านหน้าเว็บและเอเย่นต์ที่ 890 บาท และราคา 1,600 บาทสำหรับลูกค้าที่ซื้อบริเวณท่าเรือ ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้ามาใช้บริการได้ในปริมาณที่ถี่ขึ้น เนื่องจากราคาไม่ได้แพงจนเกินไป ขณะที่บริษัทก็สามารถดำเนินธุรกิจอยู่ได้ด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ ขณะนี้ “ธรรมรัตน์” ยังได้สั่งต่อเรือเพิ่มขึ้นอีก 1 ลำ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จและนำมาให้บริการได้ภายในสิ้นปีนี้

พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้การตอบรับการท่องเที่ยวในรูปแบบ “ดินเนอร์ ครูซ”เป็นอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายสั่งต่อเรือดินเนอร์ออกมาให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจนด้วยเช่นกัน

Previous articleผู้เเทน”กก.สิ่งแวดล้อมฯ-นายกฯ-ผู้ว่าฯกทม.”ขึ้นแถลงศาลไต่สวนฟ้องละเลยแก้ฝุ่นจิ๋ว
Next articleบริหารทีมเวิร์ก-นวัตกรรม “Netflix” ไม่กลัวจะทำสิ่งใหม่