ทอท.รับอ่อนพีอาร์! ทำสังคมสงสัยปมประมูลดิวตี้ฟรี ยันทบทวนแล้ว-เดินหน้าไทม์ไลน์เดิม


เป็นอีกกระแสที่สังคมกำลังจับตามองไม่แพ้การเกาะติดนโยบายของพรรคการเมืองที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ สำหรับกรณีการจัดให้มีการประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ สนามบินสุวรรณภูมิ และพื้นที่ร้านค้าปลอดอากร หรือ ดิวตี้ฟรี สนามบินสุวรรณภูมิ, เชียงใหม่, ภูเก็ต และหาดใหญ่ แทนรายเดิมที่มีกำหนดหมดสัญญาในวันที่ 27 กันยายน 2563 นี้
โดยหลังจากที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ ทอท. ประกาศขายซองทีโออาร์ประมูลผ่านสื่อและเว็ปไซต์ของตัวเองในวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมระบุชัดว่า โมเดลการเปิดประมูลครั้งนี้ ทอท. เลือกใช้รูปแบบสัญญาเดียว หรือ Master Concession และรวบสัญญาดิวตี้ฟรีสนามบิน 4 แห่งเป็นสัญญาเดียว
ทันทีที่มีประกาศออกมาหลายองค์กรได้เริ่มออกมาเคลื่อนไหวและแสดงความไม่เห็นด้วย อาทิ สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า หรือ OTTC กระทรวงพาณิชย์ ได้ส่งจดหมายแจ้งแถลงข่าวไปยังสื่อต่างๆ
ในช่วงเย็นของวันที่ 14 มีนาคม 2562
โดยแจ้งประเด็นการแถลงว่าเป็นเรื่อง “ธุรกิจร้านค้าปลอดอากรในอาคารผู้โดยสาร จากสาเหตุที่ ทอท รวมสัญญา สนามบิน มีเอกชนรายเดียวเป็นผู้รับบริหารจัดการ และไม่แยกประเภทสินค้า เป็นการผูกขาด (Monopoly)
 
เข้าข่ายจำกัดโอกาสในการแข่งขันทางการค้า” ในเวลา 11.30 น. วันที่ 15 มีนาคม 2562 ห้องประชุม 20613 ชั้น 6 กรมการค้าภายใน โดยนางอร่ามศรี รุพันธ์ กรรมการแข่งขันทางการค้า แต่ไม่ทันข้ามคืนที ประชาสัมพันธ์ของ OTTC ได้แจ้งยกเลิกหมายแถลงข่าวดังกล่าวในช่วงค่ำของวันเดียวกันนั้น พร้อมระบุว่า เนื่องจากข้อมูลที่จะแถลงนั้น มีเรื่องข้อกฎหมายหลายๆ อย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง
ทางคณะกรรมการและผู้ใหญ่จึงเห็นควรให้การแถลงข่าวในเรื่องนี้ออกไปก่อน และที่เป็น “บิ๊กเซอร์ไพรส์”
และเป็นข่าวใหญ่ของเช้าวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (15 มีนาคม 62) คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ออกมาแตะเบรกการประมูลดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า
“รัฐบาลได้รับฟังข้อห่วงใยจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการผูกขาด จึงอยากให้คณะกรรมการ
ทอท. และผู้บริหาร ทอท. พิจารณาทบทวนแนวทางการประมูลดังกล่าว โดยคำนึงถึงข้อท้วงติงของสังคม และประโยชน์ที่ ทอท. และประเทศชาติจะได้รับอย่างรอบด้าน พร้อมทั้งมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปติดตามกำกับดูแลและร่วมหาแนวทางที่ดีที่สุดกับ ทอท. โดยเร่งด่วน
ทำเอาหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร้อนๆ หนาวๆ และลุ้นกันว่าโครงการประมูลดังกล่าวจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร
 
ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “นิตินัย ศิริสมรรถการ” ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย
จำกัด (มหาชน) ในประเด็นที่รัฐบาลท้วงติง รวมถึงแนวทางปฏิบัติต่อจากนี้ไว้ดังนี้
 
@ประเด็นที่รัฐบาลท้วงติงมา ทอท.จะอธิบายอย่างไร
ผมเข้าใจว่าพีอาร์ของ ทอท. อาจจะอ่อนไปนิด รวมถึงตัวผมด้วยที่อาจจะสื่อสารน้อยไป ถ้าเราติดตามข่าวกันอย่างต่อเนื่องจะเห็นว่า ทอท. ชะลอเรื่องทีโออาร์มาเป็นระยะ เหตุผลที่ชะลอก็คือ คนโน้นบอกว่าควรเป็นแบนนี้ คนนี้บอกว่าควรเป็นแบบโน้น พอมีข้อทักท้วงมาเราก็หยุดไว้ก่อนแล้วก็ไปถามที่ปรึกษาว่า มีคนบอกว่าควรจะเป็นแบบนี้ศึกษาหรือยัง มีคนบอกว่าควรจะเป็นแบบโน้นศึกษาหรือยัง ซึ่งเราก็พยายามจะหาคำตอบในทุกๆ คำถาม
วันนี้รัฐบาลบอกว่าให้ชะลอไว้นิดหนึ่ง รัฐบาลเขาไม่ได้เบรก (ผมเข้าใจเอาเองนะครับ) เพราะยังมีกระแสคนไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วย ทอท. พิจารณาเรื่องเหล่านี้หรือยัง ผมก็บอกรัฐบาลไปว่าผมพีอาร์อ่อนไปเอง เดี๋ยววันจันทร์ (18 มีนาคม 62) ทอท.จะจัดแถลงข่าวเพื่อชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง แต่ส่วนตัวผมคิดว่าได้พิจารณาเรื่องนี้หมดแล้ว และมีคำถามหนึ่งที่ถามมาคือ การรวม 4 สนามบินเข้าด้วยกันนั้นผูกขาด หรือ monopoly หรือเปล่า
 
คำตอบก็คือว่า ต้องฟังให้จบว่ามันมาเป็นแพ็ค บอร์ดให้รวมสัญญาก็ต่อเมื่อจะต้องเปิด Pick up Counter เสรี ฉะนั้น ถ้าพูดอย่างเดียวว่าการรวม 4 สัญญาแล้ว monopoly ต้องฟังให้ครบว่า “บอร์ดเขาอนุมัติภายใต้การเปิด pick up counter เสรี”
ถ้าเป็นอย่างนี้แปลว่าอะไร?
แปลว่าต่อไปก็จะมีดาวน์ทาวน์ดิวตี้ฟรีเต็มไปหมด และแปลว่าอุตสาหกรรมดิวตี้ฟรีเมืองไทยก็ไม่ได้ผูกขาดแล้ว เพียงแต่ว่าดิวตี้ฟรีแต่ละรายนั้นตั้งอยู่ในอาคารไหน ของใครเท่านั้น จุดนี้เราเลยเข้าใจว่าไม่ได้ผูกขาด
เพราะโดยหลักการนี้เราสามารถมีดาวน์ทาวน์ดิวตี้ฟรีเต็มบ้านเต็มเมืองได้แบบเสรีแล้ว ส่วนประเด็นพื้นที่ในสนามบินนั้นผมต้องย้ำว่า เป็นเรื่องของการจัดสรรพื้นที่ เรื่องการของไหลเวียน หรือ flow ของผู้โดยสาร ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการผูกขาด
@สรุปแล้วเรื่องนี้ต้องรอเข้า พรบ. ร่วมทุน ปี 2562 หรือไม่
เรื่องที่ทักท้วงกันมี 2 ประเด็น เรื่องแรกคือ ต้องเข้า พรบ ร่วมทุนไหม เรื่องที่ 2 คือ ต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปในประเด็นแรกนั้น เราคือ ทอท. เข้าใจว่าไม่ต้องเข้า พร.บ.ร่วมทุน ทำไมถึงเข้าใจว่าไม่ต้องเข้า เพราะว่าในมาตรา 7 วรรคหนึ่ง ของ พ.ร.บ. ร่วมทุนนั้นได้ระบุรายการอยู่ว่ามีกิจการไหนบ้างที่ต้องเข้า ถ้าผมจำไม่ผิดมีประมาณ 10 กว่ากิจการ
 
แต่กิจการที่ใกล้เคียงกับที่เราคุยกันอยู่คือ ท่าอากาศยาน และในวรรคต่อมาเขียนว่า กิจการในวรรคหนึ่ง
ให้รวมถึงกิจการที่เกี่ยวเนื่องจำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการดำเนินกิจการดังกล่าวด้วย
แปลว่าอะไร?
ก็แปลว่าถ้าขาดกิจการนี้แล้วกิจการในวรรคแรกจะเกิดไม่ได้ ผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าเขาเขียนไว้ชัดเจน
เขาไม่ได้เขียนว่ากิจการที่เกี่ยวเนื่องอะไรก็ได้ เขาระบุชัดเจนว่าเป็นกิจการที่เกี่ยวเนื่องอันทำให้กิจการในวรร
คแรกเกิด ตรงนี้ ทอท. มองว่าถ้าไม่มีร้านค้า ไม่มีดิวตี้ฟรี เครื่องบินก็ยังสามารขึ้นลงได้ปกติ อันนี้เป็นความเข้าใจของทอท. ซึ่งเข้าใจถูก เข้าใจผิด ก็บอกผมมา แต่เรียนว่าผมเข้าใจแบบนี้จริงๆ
 
@สรุปแล้ว ทอท. สามารถเดินหน้าต่อได้ตามไทม์ไลน์เดิม
ครับ ถูกต้องครับ ผมเข้าใจว่าแบบนั้น ตามที่ได้อธิบายไป
 
@กระบวนการจากนี้ ทอท. จะเดินต่อไปอย่างไร
ในเรื่องนี้ต้องมอง 2 ส่วนว่า โดยกระบวนการเราทำถูกไหม? กับอีกส่วนคือ การทำความเข้าใจกับสังคม
เพราะประเด็นนี้เป็นเรื่องที่สังคมสงสัย
 
ผมมั่นใจว่าในเรื่องของกระบวนการนั้นเราเดินมาถูกต้อง เพียงแต่ยังอ่อนเรื่องการทำความเข้าใจกับสังคม
ซึ่งผมได้ให้ฝ่ายสื่อสารองค์กรเชิญแถลงข่าวในช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 18 มีนาคมนี้ แต่ประเด็นคือ
พอผมอธิบายเรื่องปัญหาในการบริหารจัดการพื้นที่ และการหาแชมป์เปี้ยน หรือผู้ประกอบการรายที่แข็งแรงที่สุดไปแข่งในระดับโลก ผมอธิบายเรียบร้อย คำตอบยังเป็นคำตอบเดิมคือ monopoly ตอนนี้สิ่งผมก็อยากได้ยินคือเหตุผลมาหักล้างคำตอบผมว่าผมพูดผิดตรงไหน ถ้าผมพูดผิดตรงไหนก็จะรับฟัง
 
@ทอท. ยังยืนยันว่าจะขายซองทีโออาร์ในวันที่ 19 มีนาคมนี้เหมือนเดิมหรือไม่
ครับ เรายังยืนยันขายทีโออาร์ตามเดิม คือ เริ่มขายในวันที่ 19 มีนาคม ตามที่ได้ประกาศผ่านสื่อออกไปแล้ว
เรื่องนี้ผมเข้าใจว่าทางรัฐบาลบอกให้ทบทวนให้รอบคอบ และผมเข้าใจว่ารัฐมนตรีน่าจะใช้คำว่าทบทวนให้รอบคอบเช่นกัน
และ ทอท. ก็ได้กลับมาทบทวนใหม่แล้ว และทุกอย่างยังเป็นไปตามกำหนดการเดิม เพียงแต่พอมีคนทักเราก็พารานอยด์นิดหน่อย (หัวเราะ)
 
อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าในประเด็นการผูกขาดนั้น ถ้าดูตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แล้วไม่มีข้อไหนที่ตรงกับนิยา
มของคำว่าผูกขาดแม้แต่ข้อเดียวแน่นอน…

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ