ส.ไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หวั่นบาทแข็งทุบทัวร์รายเล็ก เเนะรัฐออกเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ-ไกด์ขาดเเคลน

นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ต้องการให้ภาครัฐออกมาตรการสนับสนุนช่วยเหลือบริษัททัวร์ขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) เช่น การปล่อยสินเชื่อกู้เงินดอกเบี้ยต่ำ ให้ผู้ประกอบการ เนื่องจากปัญหาเรื่องค่าเงินบาทแข็งทำให้บริษัททัวร์รายเล็ก มีกำไรน้อยลงจากเดิมได้ 5% อาจจะเหลือ 3% ส่งผลให้กระทบกับสภาพคล่องทางการเงินเริ่มมีปัญหา หากในอนาคตค่าเงินบาทแข็งไปจนถึงระดับ 10% จะส่งผลกระทบทั้งบริษัทรายใหญ่และเอสเอ็มอีด้วยแน่นอน

ทั้งนี้ บริษัททัวร์เองยังต้องปรับแนวทางการทำตลาดของตัวเองด้วย โดยเฉพาะกลุ่มที่ขายทัวร์ให้นักท่องเที่ยวจีน เพราะหลังจากที่ภาครัฐปราบปรามเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญ ทัวร์จีนมีคุณภาพมากขึ้น ไม่มีการบังคับขายทัวร์ช็อปปิ้งให้นักท่องเที่ยวแล้ว อีกทั้งนักท่องเที่ยวเองก็เริ่มเลือกเดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเอง (เอฟไอที) มากขึ้นด้วย ดังนั้นจึงต้องมีการปรับแนวทางการทำตลาดหารายได้เพิ่มเติมเช่น หันมาขายตลาดท่องเที่ยวเฉพาะ (นิชมาร์เก็ต) เช่น ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ขายเฉพาะตั๋วเครื่องบิน ตั๋วเดินทางต่างๆ เป็นต้น

ส่วนกรณีที่บริษัทโอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ถูกยกฟ้อง เชื่อว่า ไม่น่าจะทำให้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง หลังจากรัฐบาลปราบปรามปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง และทำให้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญลดลงไปมาก

แต่สมาคมยังเน้นย้ำ 3 ประการที่ต้องการเสนอให้รัฐบาลยังคงดำเนินการต่อ คือ 1. ต้องการให้รัฐบาลเข้มงวดกับการปราบปรามปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนอมินีผิดกฎหมาย เพราะทางฝั่งรัฐบาลจีนก็เห็นด้วยว่าเป็นปัญหาสำคัญ แต่หากทางไทยกลับมาหย่อนกับปัญหาดังกล่าว สุดท้ายแล้วปัญหาก็จะกลับมาเกิดขึ้นใหม่ ทำให้ประเทศเจอกับปํญหาเดิมๆ และมีรายได้ที่ลดลง 2. รัฐต้องเข้มงวดกับการจัดเก็บภาษีจากผู้ประกอบการ ซึ่งจะทำให้ทราบปัญหาและเห็นสัญญาณว่าแต่ละปีได้ภาษีจากผู้ประกอบการเท่าใด และหากปีใดรายได้ลดลงไป ก็อาจเป็นสัญญาณว่าปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญอาจจะกลับมาอีกครั้ง

นายวิชิต กล่าวต่อว่า 3. เรื่องมัคคุเทศก์ (ไกด์) ยังขาดแคลน ตรงนี้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลกับปํญหาดังกล่าว เพราะในสภาพความจริงปัจจุบันยังพบว่า ไกด์จีนไม่เพียงพอกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพราะที่ผ่านมา เวลาที่ทางแอตต้าเสนอเรื่องไปยังสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย เพื่อขอไกด์มาช่วยงาน แต่กลัไม่สามารถหาไกด์มาช่วยงานได้ ซึ่งในวันที่ 15 ก.ย.นี้ แอตต้าร่วมกับกรมการท่องเที่ยว น่าจะได้ข้อสรุปจำนวนไกด์ที่อยู่จริงแล้วเสร็จ เพื่อหาทางแก้ปัญหาต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาเรื่องวีซ่า อิเล็กทรอนิกส์ (อีวีซ่า) ที่เห็นว่านอกจากมีบริการที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตแล้ว ยังน่าจะมีติดตั้งบริการนักท่องเที่ยวที่ดอนเมืองและสุวรรณภูมิให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ เพราะในช่วงที่เหลือของปีเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปัจจุบันตลาดเริ่มกลับมาบวกเพิ่มมากขึ้น

“สัญญาณการท่องเที่ยวทั้งจากตลาดจีน ตลาดดาวรุ่งทั้งยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง รวมถึงอาเซียน ยกเว้นสิงคโปร์และมาเลเซีย ตรงนี้น่าจะมีมาตรการรองรับกับสัญญาณนักท่องเที่ยวที่จะมากันเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเห็นว่า หากผู้ประกอบการรุกทำตลาดยุโรปตะวันออกกลางเพิ่มมากขึ้น ก็จะน่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะยังไม่มีใครเข้าไปทำตลาดนี้อย่างจริงจัง ขณะที่ตัวตลาดมีศักยภาพ และมีโอกาสการเติบโตอีกมาก อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่น่าเป็นห่วงคือ ต่อไปทัวร์ช็อปปิ้งจากจีนจะขายไม่ค่อยได้ เพราะนักท่องเที่ยวรู้ข้อมูลต่างๆ ด้วยตัวเองมากขึ้น ทำให้จะซื้อแต่สิ่งจำเป็น และถือเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดจีนมีโอกาสเป็นตลาดเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง หรือเอฟไอทีเพิ่มมากขึ้น” นายวิชิต กล่าว

 

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

Previous articleปาล์มคอมเพล็กซ์สะดุดฝน “พีทีจี”เลื่อนผลิตไปต้นปี”61
Next articleส่องกองอสังหา-REIT-อินฟราฯ มอร์นิ่งฯ ชี้ผลตอบแทนรุ่ง/ภัทรเพิ่มน้ำหนัก