สทท.นำคณะกรรมการพบรอง ผบ.สตม.หารือมาตรฐานความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

“ชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร” ประธาน สทท.นำคณะกรรมการเข้าพบสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หารือมาตรการความปลอดภัย-อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวต่างชาติในทุกมิติ ทั้งกลุ่ม Long Stay-Visa On Arrival-การท่องเที่ยวข้ามประเทศ หวังช่วยสร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยว พร้อมกระตุ้นท่องเที่ยวไทยโตต่อเนื่อง

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา สทท. ได้เดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้มีความเข้มแข็ง สะดวก ปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยนำคณะกรรมการของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้าพบหารือ แลกเปลี่ยน ข้อมูลและความคิดเห็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเป็นระยะ อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ฯลฯ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมาก็ได้นำคณะกรรมการเข้าพบ พล.ต.ต. ณฐพล แสวงกิจ รองผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พร้อมด้วย พ.ต.อ. ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รรท.ผกก.สตม.1 ที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยร่วมกันในด้านต่างๆ เช่น ด้านความมั่นคง ความปลอดภัย การสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคข้ามประเทศ (Cross Border ) รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) การส่งเสริมพำนักระยะยาว (Long Stay)

ตลอดจนหารือเรื่องการยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือฟรี Visa On Arrival (VOA) ซึ่งมาตรการต่างๆ นี้จะช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยมีศักยภาพในการขยายตัวอย่างต่อเนื่องต่อไปได้ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นคู่แข่งของไทยส่วนใหญ่ได้ประกาศใช้มาตรการฟรีวีซ่ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำการตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกกันแล้วในหลายประเทศ

นอกจากนี้ยังมีการหารือการส่งเสริม Multiple Visa สำหรับกลุ่มนักธุรกิจและการจัด Convention ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำรายได้เข้าประเทศสูง หากสามารถอนุมัติจำนวนครั้งในการเข้าประเทศไทยได้มากขึ้น โดยไม่ต้องขอวีซ่าในทุกรอบการเดินทาง ก็จะอำนวยความสะดวกในการเดินทางและเป็นแรงจูงใจให้เดินทางเข้าประเทศไทยมากขึ้นด้วย

“ในวันที่เราเข้าพบสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) นั้นที่ประชุมยังได้เชิญผู้แทนหอการค้าต่างประเทศเข้ามาร่วมอีก 33 ชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนว่า ในแต่ละภาคส่วนเจอปัญหาอะไร และมีข้อเสนอแนะอะไร เพื่อให้ชาวต่างประเทศที่อาศัยอยูในเมืองไทยและนักท่องเที่ยวที่เข้ามา รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกส่วนปฏิบัติตัวให้ถูกต้องตามกฎหมาย และทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบข้อมูลและสามารถควบคุมได้” นายชัยวัฒน์กล่าว และว่า

หลังจากนี้ทาง สทท. ยับมีแผนที่จะนำคณะกรรมการเข้าพบหารือกับหน่วยงานอื่นๆ ต่อไปอีกหลายหน่วยงาน อาทิ ตำรวจท่องเที่ยว เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวปรับตัวรองรับกับสถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบันได้อย่างถูกต้อง

Previous articleเรียนรู้ผักพื้นบ้าน
Next articleคลังออกกฎกระทรวง ปรับโครงสร้างภาษีน้ำมันไบโอดีเซลใหม่