จ่อเก็บ “ประกัน” นักท่องเที่ยว รับ พ.ร.บ.ท่องเที่ยวฉบับใหม่

ก.ท่องเที่ยวฯเตรียมแผนจัดเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อชำระค่าประกันภัย-ประกันชีวิตระหว่างเที่ยวในประเทศไทย ตาม พ.ร.บ.นโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติฯ ฉบับใหม่ ปลัดโชติ ตราชู เผยจ้าง ม.นเรศวร ศึกษาแนวทางจัดเก็บของทั่วโลกมาเป็นโมเดลคาดสรุปได้ภายใน 6 เดือน ระบุชัดวัตถุประสงค์เพื่อดูแลชีวิตนักท่องเที่ยว-ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการท่องเที่ยวโดยตรง

นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า พระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2562 ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยสาระสำคัญประการหนึ่งของพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดไว้ว่าให้รัฐสามารถจัดเก็บเงินค่าประกันภัยและประกันชีวิตจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และนำมาบริหารรูปแบบกองทุนและมีคณะกรรมการบริหารอย่างชัดเจน

โดยวัตถุประสงค์หลักของการจัดเก็บแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ประกอบด้วย 1.นำไปจ่ายเป็นค่าประกันภัยและประกันชีวิตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลแบกภาระกรณีนักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุ รักษาตัว และเสียชีวิตในประเทศ คิดเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาทต่อปี และ 2.นำไปพัฒนา ฟื้นฟู และปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวและทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรมจากการเข้ามาของนักท่องเที่ยว

“ขณะนี้ทางกระทรวงอยู่ระหว่างการดำเนินการว่าจ้างมหาวิทยาลัยนเรศวรทำการศึกษาเชิงลึกในรายละเอียดว่าหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกที่มีการจัดเก็บนั้นมีโมเดลจัดเก็บอย่างไร เก็บในอัตราเท่าไหร่ และจัดเก็บในรูปแบบไหน พร้อมทำการศึกษาข้อดี-ข้อเสียของแต่ละรูปแบบอย่างละเอียดด้วย เพื่อนำมาพัฒนาและปรับใช้ในประเทศไทยต่อไป”

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะได้ผลการศึกษาอย่างละเอียดภายใน 6 เดือนนับจากนี้ หลังจากนั้นจะนำผลการศึกษาและโมเดลไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อไป เพื่อให้แนวทางการจัดเก็บไม่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยวและเกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยรวมมากที่สุด

“สมมุติว่าถ้าเราเก็บนักท่องเที่ยวต่างชาติคนละ 100 บาท ในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยกว่า 38 ล้านคน เท่ากับว่าเราจะมีเงินเข้ากองทุนดังกล่าวนี้ถึง 3,800 ล้านบาท ซึ่งหากประเมินจากมูลค่าแล้วถือว่ามีศักยภาพในการดูแลชีวิตและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวได้ในระดับที่ดีทีเดียว ส่วนบริษัททัวร์ที่เดิมทีเดียวต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านประกันภัยและประกันชีวิตให้นักท่องเที่ยวก็อาจไม่ต้องมีอีกต่อไปก็ได้”

ทั้งนี้ มองว่าปัจจุบันโครงการของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นเท่าตัวในทุก ๆ 10 ปีเลยทีเดียว นอกจากนี้ UNWTO ยังคาดการณ์ด้วยว่าในปี 2574ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 60 ล้านคน

ด้านนายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ แอตต้า กล่าวว่า หากกระบวนการขั้นตอนการจัดเก็บเรียบร้อยจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวแน่นอน เนื่องจากผู้ประกอบการไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องซื้อประกันภัยและประกันชีวิตให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งปกติต้องชำระเบี้ยประกันภัยที่มีทุนประกันชีวิตไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาททุกคน


อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูในรายละเอียดอีกครั้งว่า โมเดลการจัดเก็บจะเป็นอย่างไร และคุ้มครองมูลค่ามากน้อย แค่ไหน อย่างไรด้วย