ททท.เร่งผนึก”สตาร์ตอัพ” ฟื้นตลาดสแกนฯ-นอร์ดิก

นักท่องเที่ยวตลาดยุโรปฝั่งสแกนดิเนเวีย-นอร์ดิกชะลอหนักสุดรอบ 10 ปี เผยผู้โดยสารเครื่องบินลดฮวบ 30% เหตุเจอพิษค่าเงินผันผวน ททท.เร่งเครื่องฟื้นตลาด หันผนึกกลุ่มสตาร์ตอัพไทยเปิดตลาดใหม่เจาะ B2C หวังรักษาสร้างฐานตลาดเดิมด้วยโปรดักต์ใหม่ มั่นใจดันรายได้รวมโตได้ตามเป้า 3-5% 

นางสาวสุปราณี ป้องปัด ผู้อำนวยการฝ่ายภูมิภาคยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง และนางสาวเอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสตอกโฮล์ม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกันเปิดเผยว่า ในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา(มกราคม-พฤษภาคม) ภาพรวมนักท่องเที่ยวจากยุโรปฝั่งสแกนดิเนเวีย รวมถึงตลาดนอร์ดิกที่ประกอบด้วยประเทศสวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ และฟินแลนด์ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีการใช้จ่ายต่อทริปและวันพำนักสูงสุด ประสบกับสภาวะชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจากหลายปัจจัย ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยเครื่องบินหดหายกว่า 30% ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 10 ปีโดยการหดตัวอย่างรุนแรงของนักท่องเที่ยวที่โดยสารเครื่องบินจากนอร์ดิกและสแกนดิเนเวีย ไม่ได้เกิดเฉพาะในไทย แต่ส่งผลต่อเที่ยวบินในภาพรวมสู่ทุกภูมิภาคทั่วโลก เนื่องจากกระแสต่อต้านการเดินทางที่ก่อให้เกิดมลพิษมากอย่างเครื่องบินกระจายไปทั่วทั้งยุโรป เมื่อรวมเข้ากับสถานการณ์เงินบาทไทยที่แข็งค่าขึ้นและยุโรปที่อ่อนค่าลง ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอการเดินทางไกลไว้ก่อน และเปลี่ยนไปท่องเที่ยวระยะใกล้ด้วยรถไฟภายในภูมิภาคยุโรปที่ในปีนี้มีสภาพอากาศดีขึ้นแทน

“ปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจากนอร์ดิกเดินทางมาเที่ยวไทยกว่า 7 แสนคน สร้างรายได้กว่า 6.5 หมื่นล้านบาท และเป็นนักท่องเที่ยวที่มีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปสูงที่สุดที่ 87,500 บาท และถือเป็นนักท่องเที่ยวที่มี brand loyalty ในการเดินทางมาเที่ยวไทยมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง โดยมากกว่า 75% ของนักท่องเที่ยวนอร์ดิกที่เดินทางมาไทยเป็นกลุ่มที่กลับมาเที่ยวซ้ำหลายครั้ง และมากกว่า 30% กลับมาเที่ยวซ้ำมากกว่า 5 ครั้ง ตลาดนอร์ดิกจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง”

สำหรับนักท่องเที่ยวจากกลุ่มนอร์ดิกนั้นมีพฤติกรรมนิยมท่องเที่ยวในแถบทะเลและธรรมชาติของไทย เพราะชอบพื้นที่ที่เงียบสงบและสะดวกได้ดี แต่ในขณะเดียวกันก็อ่อนไหวต่อสถานการณ์ที่มีนักท่องเที่ยวแออัด ทำให้ในนักท่องเที่ยวนอร์ดิกเริ่มย้ายออกจากพื้นที่ท่องเที่ยวเดิมในจังหวัดภูเก็ตไปพักผ่อนในพื้นที่อื่น ๆ อาทิ นครศรีธรรมราช แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน สุโขทัย มากขึ้น รวมถึงมีความสนใจในการท่องเที่ยวเมืองรอง

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวจากตลาดนอร์ดิกมักจะไม่รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ มากนัก เพราะจะเลือกท่องเที่ยวในสถานที่ที่คุ้นเคยเท่านั้น ทำให้ ททท.ต้องเร่งส่งเสริมและเร่งสร้างการรับรู้ให้มากยิ่งขึ้นดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาฐานนักท่องเที่ยวเดิมและขยายฐานไปสู่กลุ่มใหม่ ๆ สำนักงาน ททท.สตอกโฮล์มจึงได้เตรียมที่จะนำเสนอประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวผ่านโครงการ Bringing the New Shade of Thailand to Nordic Traveller ซึ่งเปิดรับสมัครสตาร์ตอัพทั่วไทยที่มีนวัตกรรมและมี digital asset ที่สามารถต่อยอดขยายตลาดได้ในทุกสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น กลุ่ม travel tech กลุ่ม tourism lifestyle กลุ่ม hospitality กลุ่ม food services กลุ่ม wellness life-style กลุ่ม community based และ local experiences ให้เข้ามาเป็นพันธมิตรโดยไม่จำกัดจำนวน

ทั้งนี้ จะเปิดให้สตาร์ตอัพส่งรายละเอียดของสินค้าและบริการด้วยการนำเสนอว่าอยากร่วมมือในการให้บริการกับนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศนอร์ดิกในด้านใด ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์สินค้าและบริการร่วมกันแบบ cocreation เพื่อคัดเลือกผู้ที่จะไปบุกเจาะตลาด B2C ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการส่งเสริมการท่องเที่ยวในตลาดภูมิภาคนอร์ดิกร่วมกันกับ ททท. เนื่องจากประชากรในแถบนอร์ดิกคุ้นเคยและเชี่ยวชาญกับการใช้เทคโนโลยีเป็นอย่างมากจึงเชื่อว่าสตาร์ตอัพจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ทั้งในแง่ของสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวให้กับกลุ่มนอร์ดิกได้

อย่างไรก็ตาม ททท.คาดว่าหากใช้สตาร์ตอัพเข้ามากระตุ้นการใช้จ่ายและความต้องการในการเที่ยวจะทำให้ยอดการใช้จ่ายต่อหัวต่อทริปเพิ่มขึ้นเป็น 87,550-89,610 บาท และทำให้ในปี 2562 ที่ ททท.ตั้งเป้าหมายเติบโตประมาณ 3-5% หรือมีรายได้รวมที่ 66,950 ล้านบาท ใกล้เคียงเป้าหมายที่วางไว้ได้

Previous articleโฉมใหม่สนามบิน “สกลนคร-นครพนม” สร้างเสร็จเปิดใช้ต้นปีหน้ารับผู้โดยสารเพิ่มเท่าตัว
Next articleเตือนจากกรมอุตุฯ! 16-20 มิ.ย.นี้ ‘มรสุมในอันดามัน-อ่าวไทย’มีกำลังแรงขึ้น เตรียมรับมือฝนตกหนัก