“Dermache” ปรับโหมด พุ่งเป้าเจาะกลุ่ม “นักท่องเที่ยวจีน”

แม้ภาพรวมของภาคธุรกิจท่องเที่ยวปีนี้จะดูไม่หวือหวานัก แต่จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวน 10.5ล้านคน และสร้างรายได้รวมถึง 5.8แสนล้านบาท ในปีที่ผ่านมานั้น ทำให้ผู้ประกอบการไทยในหลายๆ ภาคส่วนยังคงฝากความหวังไว้ว่านักท่องเที่ยวจีนจะยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยต่อไปได้

เพราะการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้น ไม่เพียงแต่ผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวและบริการเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์ ยังมีสินค้าไทยจำนวนมากที่ได้รับอานิสงส์จากการเข้ามาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนอย่างเป็นกอบเป็นกำอีกด้วย

ทัวร์จีนแห่ช็อปสินค้าไทย

ทั้งในกลุ่มสินค้าที่เป็นของใช้ ของกิน ของฝาก ซึ่งถ้าเป็นกลุ่มของใช้ ของฝากที่เห็นขายกันถล่มทลายก็คือสินค้าจำพวกหมอนยางพารา, กระเป๋านารายา (NARAYA), ยาหม่องสารพัดยี่ห้อ หรือถ้าเป็นของกินสินค้าที่เคยฮอตฮิตและก็ยังนิยมกันอยู่ คือ สาหร่ายเถ้าแก่น้อย, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า รสต้มยำกุ้ง, นมอัดเม็ดสวนจิตรลดา รวมถึงสินค้าจำพวกผลไม้แปรรูปและอบแห้งต่าง ๆ โดยเฉพาะทุเรียนและที่เป็นกระแสแรง ๆ อีกกลุ่ม คือ เครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นครีมสเนลไวท์ (Snail White), แป้งศรีจันทร์, อายไลน์เนอร์ มิสทิน, มาสก์หน้ายี่ห้อต่าง ๆ เรียกว่าอะไรที่ขาย “ความกระจ่างใส” โดนใจคนจีนหมด

โดยจะเห็นว่าตามแหล่งที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนจีน รวมถึงห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ จะจัดสินค้าจำพวกนี้วางขายอยู่บริเวณหน้าร้าน มองเห็นได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว

“Dermache” โดดแจม

นฤมล พุ่มฉัตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผลิตภัณฑ์ Dermache บริษัท วูเช่ จำกัด บอกว่า จากแนวโน้มและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดนักท่องเที่ยวจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระทั่งปัจจุบันมีจำนวนมากถึงปีละกว่า 10 ล้านคน

ขณะที่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไทยถือเป็นสินค้ากลุ่มที่ได้รับการตอบรับจากชาวจีนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มไวเทนนิ่ง

“นฤมล” บอกด้วยว่า จากแนวโน้มดังกล่าวนี้บวกกับที่ประเทศไทยเป็นแหล่งที่มีสมุนไพรที่ดีที่สุดแหล่งหนึ่ง และเป็นฐานการผลิตเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐานและผลิตป้อนให้กับผู้ผลิตชั้นนำทั่วโลก บริษัทจึงหันมาพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิวภายใต้แบรนด์ Dermache ซึ่งเป็นแบรนด์หลักในขณะนี้ออกจำหน่ายในตลาดประเทศไทย เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดที่มีมูลค่ารวมสูงกว่าปีละ 1.68 แสนล้านบาท (ขยายตัวปีละ 7-8%) รวมทั้งตลาดส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่ารวมปีละกว่า 8.3 หมื่นล้านบาท

มุ่งเจาะตลาดนักท่องเที่ยวจีน

และด้วยจุดเด่นของเครื่องสำอาง Dermache ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่เป็นสมุนไพรจากธรรมชาติทั้งหมด เรียกว่าเป็นสินค้าออร์แกนิกที่มีความปลอดภัยสูง และเหมาะกับผิวหน้าของคนเอเชียอย่างมาก บริษัทจึงเตรียมแผนการตลาดสำหรับเจาะเข้าสู่ตลาดจีน และกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย ที่มีจำนวนมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี

โดยที่ผ่านมาได้ชิมลางด้วยการไปออกบูทแนะนำสินค้าในงานแสดงสินค้าเอสเอ็มอี China International SMEs Fair (CISMEF) ครั้งที่ 16 ที่นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นงานที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการSMEs ไทยที่สนใจจะเข้าสู่ตลาดจีนได้แนะนำผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งสำรวจความนิยมของผู้บริโภคชาวจีน และพบผู้ประกอบการและบริษัทตัวแทนจำหน่ายของจีนด้วย

“การไปร่วมงานครั้งนี้ถือเป็นการเข้าไปชิมลางตลาดและผลตอบรับของกลุ่มคนจีนก่อน จากนี้จะเริ่มวางแผนที่เป็นยุทธศาสตร์มากขึ้น”

โดยได้เตรียมแผนทำงานร่วมกับบริษัทให้บริการรถนำเที่ยว บริษัทนำเที่ยว ร้านจำหน่ายสินค้าสำหรับนักท่องเที่ยว ฯลฯ เพื่อนำผลิตภัณฑ์ของ Dermache ไปแนะนำและวางจำหน่ายให้กลุ่ม

นักท่องเที่ยว รวมถึงเตรียมแผนสำหรับเข้าไปสร้างการรับรู้ในกลุ่มชาวจีนในประเทศจีนเพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและเกิดดีมานด์เมื่อเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

เล็งอินเดีย-ตะวันออกกลาง

และไม่เพียงแต่กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเท่านั้น เป้าหมายในการทำตลาดของผลิตภัณฑ์ Dermache ยังมองถึงตลาดนักท่องเที่ยวอินเดีย, ตะวันออกกลาง รวมถึงชาวอาหรับ ซึ่งเป็นกลุ่มที่สนใจเรื่องผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในกลุ่มไวเทนนิ่งเช่นกัน

ขณะที่กลุ่มตลาดอาเซียนนั้น “นฤมล” บอกว่า ที่ผ่านมาใช้วิธีเปิดตลาดในรูปแบบผ่านตัวแทนจำหน่ายเป็นหลัก อย่างไรก็ตามก็มองว่า ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวชาวอาเซียนที่เดินทางเข้ามา

เที่ยวในประเทศไทย ปีละ 10 ล้านคน ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ปี 2562 นี้ จึงเป็นปีที่ Dermache มีการปรับแผนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ และพร้อมผลักดันโปรดักต์ไทยออกสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวจีน และเติบโตไปพร้อม ๆกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยด้วย…

Previous article“คาเฟ่ญี่ปุ่น” จ่อคิวบุกไทย มูจิแตกโมเดลใหม่…เสิร์ฟกาแฟ
Next article30 ก.ย.ปิดจ็อบคูปองทีวีดิจิทัล เอกชนโอดลงทุนหมื่นล้านแบกสต๊อกอื้อ