‘ททท.’ กัดฟันสู้พิษปัจจัยเสี่ยง ทวงแชมป์ท่องเที่ยวยืนเป้ารายได้ 4 ล้านล้าน

ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลายองค์กรด้านการท่องเที่ยวได้ออกมาคาดการณ์ตัวเลขรายได้ของภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พร้อมดัชนีความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของไทยในหลากหลายทิศทาง แต่สำหรับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นั้น ยังคงมั่นใจว่ารายได้ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยสำหรับปี 2562 นี้ จะยังคงเป็นบวกต่อเนื่อง

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถึงทิศทางและเป้าหมายรายได้ท่องเที่ยวตลอดทั้งปี 2562 รวมถึงแผนการดำเนินงานในอีกปีสองปีข้างหน้า

“ยุทธศักดิ์” บอกว่า แม้ว่าจะมีหลายหน่วยงานออกมาคาดการณ์รายได้รวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปีนี้ที่แตกต่างกัน แต่ ททท.ยังคงเชื่อมั่นว่ารายได้การท่องเที่ยวของไทยปีนี้จะยังเติบโต้ที่ 9.5% หรือคิดเป็นรายได้รวมราว 3.38 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขหลังจากที่ ททท.ปรับลดเป้าเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 10% หรือปรับลดลงไปราว 2 หมื่นล้านบาท

ททท.ได้กระจายเป้าการทำงานให้กับสำนักงาน ททท.ในแต่ละประเทศไปแล้ว อาทิ ภูมิภาคอาเซียน ตั้งเป้าเติบโตเพิ่มอีก 5% ภูมิภาคอเมริกาตั้งเป้าเติบโต 3-4% ส่วนตลาดจีนตั้งเป้าเติบโตเพิ่มอีก 5% เป็นต้น

ขณะนี้ได้ให้แต่ละสำนักงานไปทำโครงการ เพื่อขอการสนับสนุนงบประมาณและดำเนินงานแล้ว โดย ททท.จะขอสนับสนุนงบประมาณกระตุ้นการท่องเที่ยวในครึ่งปีหลังจากรัฐบาล เพื่อผลักดันรายได้ทางด้านการท่องเที่ยวให้เติบโตได้ดีตลอดทั้งปี พร้อมทั้งจะนำข้อเสนอของเอกชนที่ให้รัฐต่ออายุมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (VOA) ที่จะสิ้นสุดมาตรการ 31 ตุลาคม 2562 นี้ ออกไปจนถึงสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2563 ยื่นต่อรัฐบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาในการทำตลาดก่อนถึงช่วงเวลาจริงที่จะครอบคลุมช่วงเวลาตรุษจีนต่อไป

“ตอนนี้ตลาดสำคัญ เช่น จีน ไม่ได้น่าเป็นห่วงมากนัก และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วได้แน่นอน เช่นเดียวกันกับตลาดญี่ปุ่น และอาเซียนที่ยังคงเติบโตได้ดี แม้ว่าตลาดอาเซียนอาจจะมีความถี่การท่องเที่ยวที่ลดลง จากภาวะเงินบาทแข็งค่า ขณะที่ตลาดออสเตรเลีย ก็เริ่มกลับมาเติบโตได้แล้ว ถึงตอนนี้มีที่น่าเป็นห่วงมีเพียงตลาดเดียวคือ รัสเซีย จากทิศทางนี้ทำให้เรามั่นใจว่ารายได้ทางการท่องเที่ยวจะยังคงยืนในแดนบวกไปตลอดทั้งปีได้ไม่ยาก”

ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยครองอันดับ 1 ด้านดัชนีความจงรักภักดีของนักท่องเที่ยวในเอเชีย-แปซิฟิกอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2557 แต่ได้เสียตำแหน่งให้กับญี่ปุ่นไปเมื่อปี 2561 ททท.จึงเล็งเห็นว่าควรเปลี่ยนทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากที่เน้นปริมาณเข้าสู่การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ หรือ responsible tourism ที่เน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพ เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ใหม่ให้กับการท่องเที่ยวไทย โดยการปรับตัวเลขอัตราการเติบโตด้วยการเน้นเพิ่มรายได้เป็นสำคัญ

หลังจากนี้จะเน้นสร้างความสมดุลของที่มาของรายได้ พร้อมทั้งหันมาให้ความสำคัญกับตลาดระยะใกล้ที่มีศักยภาพอย่างตลาดอาเซียน รวมถึงให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวไทย โดยการรณรงค์ให้หันมาเที่ยวในประเทศมากขึ้น

หากนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศ (เอาต์บาวนด์) กว่า 10 ล้านคนต่อปี หันมาเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น ก็จะเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเพิ่มรายได้การท่องเที่ยวให้ประเทศ และสร้างสมดุลระหว่างรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะไม่เติบโตมากเหมือนในอดีตด้วย

“ยุทธศักดิ์” กล่าวด้วยว่า สำหรับปี 2563 ที่จะเป็นปีสุดท้ายที่ ททท.จะใช้แคมเปญ Open to the New Shade ในตลาดต่างประเทศ ภายใต้การเน้นเรื่อง “ความรู้สึก” ที่นักท่องเที่ยวจะได้จากการท่องเที่ยว โดยจะเน้นการเจาะกลุ่มคุณภาพรายกลุ่ม และปีถัดไปจะมุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของไทยสู่การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ หรือ responsible tourism ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ส่วนตลาดในประเทศ “ยุทธศักดิ์” ระบุว่า จะยังคงใช้แคมเปญ “Amazing ไทยเท่” ต่อเนื่อง โดยจะกำหนดกลุ่มเป้าหมายหลักและกลุ่มเป้าหมายร่วมของภูมิภาค พร้อมทั้งมุ่งขยายตลาดคนไทยให้ทั่วทุกภูมิภาค เพื่อขยายฐานตลาดใหม่ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงตลาดกรุงเทพฯมากเกินไป รวมทั้งแก้ไขปัญหาเรื่องการแย่งตลาดกันเองอีกด้วย

ผู้ว่าการ ททท.ยังย้ำอีกว่า นอกจากจะเชื่อมั่นว่ารายได้รวมท่องเที่ยวสำหรับปี 2562 นี้ จะยังคงเป็นบวกแล้ว ยังได้ตั้งเป้าหมายการสำหรับปี 2563 ด้วยว่า ภาคท่องเที่ยวของไทยจะยังเติบโตต่อเนื่องได้ราว 10% หรือมีรายได้ราว 3.72 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.43 ล้านล้านบาท และรายได้จากนักท่องเที่ยวในประเทศ 1.28 ล้านล้านบาท และมีเป้าหมายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยให้ได้ถึง 4 ล้านล้านบาทในปี 2564

ที่สำคัญปี 2564 จะเป็นปีที่ ททท.ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้วยอีเวนต์ขนาดใหญ่ หรือ mega event เพื่อให้ประเทศไทยเข้าไปอยู่ในความสนใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวไทยในสายตาชาวโลกอีกครั้ง

คลิกอ่านเพิ่มเติม… สารพัด “ปัจจัยลบ” ทุบอุตฯท่องเที่ยวปี’62 กระอัก !

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleฝรั่งเศสอนุมัติเก็บภาษี 3% “บริษัทเทคฯ” สหรัฐฮึ่มขึ้นภาษีนำเข้าโต้กลับ
Next article‘ออนไลน์’ พาธุรกิจไป ตปท.ไม่ยาก