‘เวียดนาม’ มาแรง! ‘ไทย’ทำใจเสียแชมป์ตลาดเกาหลี

ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาธุรกิจการท่องเที่ยวเวียดนามเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้เวียดนามขึ้นแท่นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวแนวหน้าในอันดับที่ 6 ของโลกจากการจัดอันดับโดย TripAdvisor

จากแนวโน้มนี้ทำให้ “เวียดนาม” เป็นที่จับตามองอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาเวียดนามเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เร่งทำการตลาดท่องเที่ยวและสร้างรายได้จากภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างหนัก กระทั่งขยับมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับประเทศไทยเลยทีเดียว

ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยอมรับแล้วว่า เวียดนามกวาดเอานักท่องเที่ยวเกาหลีไปครองได้แล้ว และแซงหน้าประเทศไทยและฟิลิปปินส์ขึ้นเป็นแชมป์นักท่องเที่ยวเกาหลีเบอร์ 1 ของภูมิภาคอาเซียนไปเรียบร้อยแล้ว

เกาหลีแห่เที่ยวเวียดนาม

“สิริเกศอนงค์ ไตรรัตนทรงพล” ผู้อำนวยการสำนักงานโซล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ข้อมูลว่า ตลาดเกาหลีนับเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญสำหรับภาคธุรกิจการท่องเที่ยวไทย เนื่องจากจำนวนและรายได้จากนักท่องเที่ยวเกาหลีเติบโตได้ดีมาตลอด

โดยในปี 2561 ที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวเกาหลีในไทยเติบโตกว่า5.11% หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 1,796,596 คน สร้างมูลค่าทางการท่องเที่ยวกว่า80,396 ล้านบาท ซึ่งเติบโตจากปี 2560ถึง 6.48% รวมถึงมีค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปเติบโตต่อเนื่องจนสูงถึง 45,832 บาท

อย่างไรก็ตาม มองว่านับจากนี้ไปการทำตลาดนักท่องเที่ยวเกาหลีจะทวีความยากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากคู่แข่งสำคัญอย่าง “เวียดนาม” เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่ง

โดยจากสถิตินักท่องเที่ยวเอาต์บาวนด์เกาหลี ระบุว่า ในปี 2561 มี 4 ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเกาหลีเติบโตและมีเพียงประเทศเดียวที่เติบโตอย่างโดดเด่น คือ “เวียดนาม” เติบโตกว่า 42% ในขณะที่อีก 3 ประเทศ อันได้แก่ ญี่ปุ่น ไทย สหรัฐอเมริกา เติบโต 5.6%, 5.23% และ 3.2% ตามลำดับ

แซงไทย 2 เท่าตัว

ส่งผลให้ในปี 2561 เวียดนามมีจำนวนนักท่องเที่ยวเกาหลีรวมทั้งสิ้นประมาณ 3.43 ล้านคน หรือมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเกาหลีในไทยเกือบ 2 เท่า และยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จากสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวเกาหลีในเวียดนามช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 ที่ผ่านมาได้ทะลุ 2 ล้านคนแล้ว ในขณะที่นักท่องเที่ยวเกาหลีในไทยมีจำนวนประมาณ 9 แสนคนเท่านั้น

“ในอดีตเราเชื่อว่าเวียดนามไม่น่าจะสามารถแซงไทยได้ในระยะเวลาอันใกล้ แต่ขณะนี้เวียดนามแสดงให้เห็นแล้วว่ามีความสามารถพอที่จะช่วงชิงนักท่องเที่ยวเกาหลีจนสามารถแซงขึ้นนำไทยไปเกือบ2 เท่าได้ ภายในระยะเวลา 2 ปี”

ฐานลงทุนใหญ่ของเกาหลี

“สิริเกศอนงค์” บอกว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เวียดนามสามารถช่วงชิงนักท่องเที่ยวเกาหลีได้เป็นจำนวนมากนั้นมาจากการที่นักลงทุนชาวเกาหลีเข้าไปตั้งแหล่งผลิตและทำธุรกิจในเวียดนามจนเรียกได้ว่าเวียดนามเป็นที่ตั้งของแหล่งลงทุนเกาหลีที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน รวมถึงยังมีความโดดเด่นในฐานะจุดหมายปลายทางชายทะเล (beach destination) เหมือนกันกับไทยและฟิลิปปินส์ที่เคยได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเกาหลีมาโดยตลอด

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีเส้นทางบินตรงจากเมืองต่าง ๆ ของเกาหลีสู่เมืองชายทะเลของเวียดนามโดยไม่ต้องต่อเครื่องที่เมืองหลวงหรือเมืองหลัก ทำให้เวียดนามดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า และถือครองส่วนแบ่งการตลาดของตลาดเกาหลีในอาเซียนถึง 52% โดยฟิลิปปินส์ตามมาที่ 26% และไทย 22%

แอร์ไลน์แห่เปิดเส้นทางบิน

ทั้งนี้ ปัจจุบันเวียดนามมีเส้นทางบินจากเกาหลีถึง 13 เส้นทาง จาก 4 เมืองในเกาหลีใต้สู่ 13 จุดหมายปลายทางในเวียดนาม รวมทั้งหมด 489 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตอบสนองต่อดีมานด์และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเกาหลีที่นิยมบินตรงถึงแหล่งท่องเที่ยว ไม่นิยมต่อรถนานเกินไปได้

ขณะที่ไทยมีจำนวนเส้นทางบินเพียง 6 เส้นทาง จาก 4 เมืองในเกาหลีสู่ 3 จุดหมายปลายทาง และมีจำนวนเที่ยวบินแค่ 217 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เท่านั้น

แหล่งท่องเที่ยวไทยเริ่มซ้ำ

ผู้อำนวยการสำนักงานโซล ททท. ยังบอกด้วยว่า นอกจากความแข็งแกร่งของเวียดนามแล้ว ยังปฏิเสธไม่ได้ว่าไทยในขณะนี้มีจุดอ่อนหลายอย่าง โดยเฉพาะความเก่าของจุดหมายปลายทางที่ไม่มีจุดดึงดูดใหม่ ๆ มาให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เริ่มมากเกินกว่าขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ และการขนส่งที่ไม่พัฒนามากนัก ทำให้การเข้าถึงเมืองรองใหม่ ๆ เป็นไปได้ยาก เพราะนักท่องเที่ยวเกาหลีนิยมการเดินทางสะดวกสบาย ยิ่งในขณะนี้ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นสวนทางกับค่าเงินวอนของเกาหลีที่อ่อนตัว ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวเกาหลีเลี่ยงการเดินทางมาไทย

โค้งแรกตลาดเกาหลีต่ำเป้า

โดยในช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย.62) ที่ผ่านมา พบว่านักท่องเที่ยวเกาหลีในไทยมีจำนวน 907,055 คน เติบโตขึ้นประมาณ 2.9% และตั้งแต่ต้นปีจนมาถึงเดือนเมษายน 2562 นักท่องเที่ยวเกาหลีสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 33,923 ล้านบาท เติบโต 3.96% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

จากตัวเลขดังกล่าวนี้ถือว่าการเติบโตทั้งจำนวนและรายได้ยังไม่เป็นไปตามเป้าที่จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวขึ้น 5.03% และเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวขึ้น 10.84% ตามที่ ททท.ได้วางแผนไว้

เจาะกลุ่ม “กอล์ฟ-ฮันนีมูน”

ดังนั้น ในปี 2563 นี้ ททท.จึงเตรียมเดินหน้าทำตลาดท่องเที่ยวแบบเฉพาะเจาะจง (segment) ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งตลาดที่เชื่อว่าไทยยังคงมีความแข็งแกร่ง คือ “การท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟ” ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเกาหลีเสมอ รวมถึงเซ็กเมนต์ “ฮันนีมูน” และในช่วงโลว์ซีซั่นนั้นเชื่อว่า “กลุ่มอินเซนทีฟ” จะเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปได้

อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ ททท.เล็งเห็นว่าจะมีศักยภาพมากขึ้นในอนาคต ได้แก่ กลุ่มครอบครัวและกลุ่มผู้สูงวัยที่มีตลาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เที่ยวด้วยจำนวนวันพำนักนาน และจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก

บริษัททัวร์แห่ทำตลาดเวียดนาม

ด้าน “คัง อาย จอง” (Kang Eye Jong) อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือแอตต้า (ดูแลตลาดเกาหลี) อธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันว่า ไทยได้รับผลกระทบอย่างยิ่งจากสภาวะเงินบาทแข็งค่า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวเกาหลี

ประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่หันไปเที่ยวในเวียดนามที่เป็นจุดหมายปลายทางใหม่พร้อมกับมีค่าครองชีพ ค่าที่พัก และค่าสินค้าทางด้านการท่องเที่ยวที่ถูกกว่าไทย จึงทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเกาหลีที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยขณะนี้ลดไปกว่า 20-30%

โดยการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวนั้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการบริษัททัวร์ โดยเฉพาะในเกาหลีมีผู้ประกอบการทัวร์ไทยลดลงจาก 200 แห่งเหลือเพียง 50 แห่งเท่านั้น ซึ่งผู้ประกอบการที่หายไปนั้นย้ายไปทำตลาดเวียดนาม กัมพูชา เมียนมาแทน

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่แข็งแกร่งในตลาดเกาหลี เนื่องจากคนเกาหลีชื่นชอบประเทศไทยและคนไทยมาก ขณะที่ไทยก็ต้องเร่งหาจุดหมายปลายทางและแหล่งท่องเที่ยวใหม่เพื่อมาดึงดูดใจนักท่องเที่ยวเกาหลีด้วย

ที่สำคัญรัฐบาลไทยอาจจะต้องช่วยพยุงค่าเงินบาทเพื่อรักษาฐานตลาดเกาหลีและในอีกหลาย ๆ ตลาดเอาไว้ด้วย

Previous article‘สนธิรัตน์’ รับเผือกร้อนพลังงาน ปรับแผนPDP-รื้อแท่นปิโตรเลียมส่งสตง.
Next articleซีพี ออลล์ มอบอาคารที่นั่งพักคอยสำหรับญาติและผู้ป่วยรพ.ราชบุรี