ยักษ์ใหญ่ทุบราคา’โปรไฟไหม้’ ทัวร์เอาต์บาวนด์3แสนล้านวุ่น 

ทัวร์เอาต์บาวนด์ 3 แสนล้านเดือด ยักษ์ใหญ่ “ยูนิไทย” ขย่มตลาดหนัก กดราคาทัวร์ ตปท.ต่ำสุด ๆ ใช้โซเชียลมีเดียอัดโมเดล “โปรไฟไหม้” ทุกช่องทาง ทุบเอเย่นต์ทัวร์กลาง-เล็กร่วง สมาคมไทยบริการท่องเที่ยวยอมรับปัญหาสงครามราคากระทบทั้งวงการ “เอนก ศรีชีวะชาติ” บอสใหญ่ “ยูนิไทย” ยันเป็นกลไก-ลูกเล่นการตลาด ชี้โลกดิจิทัลหมุนเร็ว คิดแบบเดิมทำแบบเดิมอยู่รอดยาก

แหล่งข่าววงการธุรกิจนำเที่ยวรายหนึ่ง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในภาวะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปลายปี 2561 ทำให้หลายฝ่ายประเมินว่าบริษัทนำเที่ยวที่นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ หรือเอาต์บาวนด์ได้รับอานิสงส์ เพราะทำให้ต้นทุนท่องเที่ยวถูกลง เป็นปัจจัยสำคัญช่วยกระตุ้นมู้ดคนไทยให้ออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ เนื่องจากการแข่งขันราคารุนแรงของธุรกิจนำเที่ยว

โดยเฉพาะที่ผู้ประกอบการนำเที่ยวรายใหญ่ใช้ความได้เปรียบด้านวอลุ่มไปต่อรองราคาต้นทุนกับบรรดาโฮลเซลและซัพพลายเออร์ เช่น สายการบิน โรงแรมเพื่อกดให้ต้นทุนที่ต่ำลง และทำราคาขายแพ็กเกจนำเที่ยวได้ในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด

ทั้งนี้สำหรับธุรกิจเอาต์บาวนด์ปี 2561 มีคนไทยเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศราว 10 ล้านคน ยอดใช้จ่ายรวมราว 3 แสนล้านบาท และคาดว่าจากภาวะบาทแข็งปีนี้จะมีคนไทยเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 10.8-11 ล้านคนและมูลค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 3.3 แสนล้านบาท

“ยูนิไทย” ทุบราคาตลาดป่วน

แหล่งข่าวระบุว่า กลุ่มที่มีการทำราคาต่ำมากอย่างเห็นได้ชัดขณะนี้คือ กลุ่มบริษัท ยูนิไทย ยักษ์ใหญ่ในวงการทัวร์เอาต์บาวนด์ ต้นตำรับ “โปรไฟไหม้” ได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับอุตสาหกรรมโดยเฉพาะในการทุบราคาแพ็กเกจทัวร์ที่ต่ำมากในทุกตลาด ไม่ว่าจะเป็นยุโรป, ตุรกี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ฮ่องกง, มาเก๊า, เวียดนาม, ไต้หวัน, จีน ฯลฯ

“ต้องยอมรับว่าค่ายยูนิไทยเป็นค่ายที่ปรับตัวรับกับเทคโนโลยีของโซเชียลมีเดียได้เก่งมาก ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้เดินทางได้ทุกช่องทาง ทั้งเว็บไซต์, เฟซบุ๊ก, Line Official ฯลฯ โดยใช้จุดแข็งจากฐานสมาชิกจำนวนมาก เป็นตัวต่อรองส่วนลดกับซัพพลายเออร์เพื่อให้ได้ส่วนลดมากขึ้น ทำให้สามารถกดราคาแพ็กเกจทัวร์ได้ต่ำสุด ๆ ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาและสงครามราคาที่เกิดขึ้นในขณะนี้” แหล่งข่าวกล่าว

เช่น ปกติทุกค่ายจะได้ส่วนลด 20% แต่ยูนิไทยจะได้ 25% แล้วนำส่วนลด 20% ให้ลูกค้า บริษัทเก็บไว้ 5% ทำให้แพ็กเกจทัวร์ที่ขายผ่านยูนิไทยถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปเฉลี่ยราว 20-30%

สอดรับกับแหล่งข่าวในบริษัทนำเที่ยวเอาต์บาวนด์อีกรายหนึ่ง ที่กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า นอกจากการขายทัวร์ราคาถูกมาก ๆ ในทุก ๆ ตลาดแล้ว ยักษ์ใหญ่รายนี้ยังใช้จุดแข็งที่มีความเชี่ยวชาญการใช้โซเชียลมีเดียทุกช่องทาง ในการโหมโปรโมตโมเดลของ “โปรไฟไหม้” ซึ่งเป็นแพ็กเกจทัวร์ราคาถูกในรูปแบบที่ลูกค้าพร้อมที่จะเดินทางทันที หรือพร้อมที่จะเดินทางในอีก 1-2 วัน ทำให้ลูกค้าในปัจจุบันมีพฤติกรรมชะลอการจองซื้อตั๋วและรอแพ็กเกจทัวร์ราคาถูกกันมากขึ้น

“เอเย่นต์กลาง-เล็ก” ร่วงระนาว

แหล่งข่าวกล่าวว่า การแข่งขันราคาดังกล่าวทำให้บริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ด้วยกันเองก็ได้รับผลกระทบ ขณะที่บริษัทขนาดกลางและเล็กก็รับมือไม่ไหว หลายรายต้องหยุดทำการตลาด บางรายก็ชะลอการทำตลาด และมองหาช่องว่างทางการตลาดเพื่อทำตลาดต่อ

“การทำตลาดในรูปแบบนี้ทำให้คนที่ทำการค้าปกติอยู่ไม่ได้ เนื่องจากบริษัทนำเที่ยวส่วนใหญ่กำไรมีเพียงแค่ 5-10% เท่านั้น”

สงครามราคาทัวร์ทั่วโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แพ็กเกจขายราคาถูกของกลุ่มยูนิไทยนั้น ส่วนใหญ่จะถูกกว่าคู่แข่งเฉลี่ย อาทิ โปรคนโสด พักเดี่ยว เที่ยวเกาหลี 6 วัน 3 คืน ราคา 9,888 บาท, หรือพักเดี่ยว เที่ยวฮ่องกง 3 วัน 2 คืน ราคา 9,888 บาท, จางเจียเจี้ย สะพานแก้ว เทียนเหมินซาน 4 วัน 3 คืน ราคา 11,999 บาท, ฮ่องกง, เสิ่นเจิ้น 4 วัน 3 คืน ราคา 6,996 บาท, ไต้หวัน ไทเป อุทยานอาลีซาน 4 วัน 3 คืน ราคา 12,900 บาท, เมียนมา ไหว้พระ 9 วัด พัก 5 ดาว ราคา 6,996 บาท, ทัวร์ญี่ปุ่น โตเกียว ฟูจิ 4 วัน 3 คืน ราคา 14,999 บาท, เกาหลี โซล 6 วัน 3 คืน ราคา 9,999 บาท ฯลฯ โดยราคาเหล่านี้ยังไม่รวมทริปไกด์

และนอกจากกลุ่มยูนิไทยแล้ว ยังมีบริษัทนำเที่ยวจำนวนมากที่ร่วมสงครามราคา ผ่านช่องทางเว็บไซต์/เฟซบุ๊ก อาทิ เอพริล ฮอลิเดย์ ขายทริปเกาหลี พาจู โซล 8 วัน 3 คืน ราคา 9,999 บาท, แฮปปี้เนส ฮอลิเดย์ ทราเวล ขายทริปย่างกุ้ง หาสา สิเรียม พระธาตุอินแขวน พัก 5 ดาว 3 วัน 2 คืน ราคา 10,999 บาท, รอยัลทัวร์ ขายทริปเวียดนามกลาง 4 วัน 3 คืน ราคา 14,888 บาท, แมรี่พลัส ทราเวล ทัวร์ฮ่องกง ไว้พระ 3 วัน 2 คืน ขาย 8,998 บาท เป็นต้น

สมาคมแจงไม่มีกฎคุมราคา

นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) และเจ้าของบริษัท แตงโม ทัวร์ จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประเด็นนี้ทางสมาคมได้รับรู้ข้อมูลและมีการหารือในที่ประชุมเช่นกันว่า บริษัทดังกล่าวทำต้นทุนแพ็กเกจทัวร์ได้ต่ำขนาดนั้นได้อย่างไร เนื่องจากทุกแพ็กเกจมีต้นทุนค่าแรง ตั๋วเครื่องบิน ภาษี ฯลฯ แต่ก็ต้องยอมรับว่าบริษัททำธุรกิจอย่างถูกต้องไม่ได้หลอกลวงลูกค้า เหมือนทัวร์บางกลุ่มที่ขายแพ็กเกจทัวร์เดินทางไม่ได้

“เราก็ไม่ได้มีกฎบังคับว่าราคาที่ซื้อขายนั้นเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร ถ้าเขาทำทุกอย่างถูกต้อง มีการเดินทาง และที่สำคัญเขาเสียภาษีถูกต้อง สมาคมก็ทำอะไรไม่ได้ ประเด็นนี้จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ว่าใครสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีมากกว่ากัน” นายธนพลกล่าว

แนะธุรกิจทัวร์เร่งปรับตัว

ด้านนางสาวทัศนีย์ เกียรติกำจรชัย เลขาธิการสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) และผู้บริหาร บริษัท เอี่ยมทัวร์แอนด์ทรานสปอร์ต จำกัด ให้ความเห็นว่า ในวงการธุรกิจนำเที่ยวขณะนี้แข่งขันกันในเรื่องราคาสูงมาก ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงของตลาดก็เร็วด้วยเช่นกัน ดังนั้นบริษัทนำเที่ยวทั้งหลายจำเป็นต้องปรับตัวให้เร็วและทันกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและพัฒนาการของเทคโนโลยี

“ส่วนตัวมองการปรับตัวเข้าสู่โลกโซเชียลมีเดีย รวมถึงการออกโปรแกรมโปรไฟไหม้ของกลุ่มยูนิไทยนั้น เป็นตัวเปลี่ยนเกมสำคัญสำหรับธุรกิจนำเที่ยว และเป็นตัวเร่งให้ธุรกิจท่องเที่ยวต้องปรับเปลี่ยนเร็วขึ้นเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาบริษัทนำเที่ยวก็เผชิญกับคู่แข่งรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการออนไลน์แทรเวลเอเย่นต์ หรือ OTA จากต่างประเทศ รวมถึงโรงแรม สายการบิน รวมถึงบัตรเครติดต่าง ๆ ที่แข่งกันออกแพ็กเกจท่องเที่ยวมาขายกันอย่างหนักเช่นกัน” นางสาวทัศนีย์กล่าว

แจงเป็นลูกเล่นทางการตลาด

ด้านนายเอนก ศรีชีวะชาติ ประธาน บริษัท ยูนิไทย แทรเวล จำกัด ยืนยันกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ราคาแพ็กเกจทัวร์ของบริษัท ไม่ได้ต่ำกว่าในตลาดมากมาย เนื่องจากระบบการค้าปกติบริษัทโฮลเซลต่าง ๆ จะให้ราคาเดียวกันกับทุกบริษัททัวร์ เพียงแต่ด้วยรูปแบบการทำธุรกิจของบริษัทที่ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการ โดยเฉพาะการนำโซเชียลมีเดียเข้ามาช่วยทำตลาด ทำให้แพ็กเกจทัวร์ของบริษัทถูกขายไปได้ในจำนวนที่มากและในเวลาที่รวดเร็ว

“ราคาส่วนใหญ่ถูกกำหนดมาจากโฮลเซล เราเป็นเพียงตัวแทนช่วยขาย เพียงแต่เมื่อเราขายได้วอลุ่มมากก็ได้ส่วนลดมากขึ้น เป็นเรื่องปกติของการค้า”

นายเอนกยังกล่าวด้วยว่า แน่นอนว่าเมื่อบริษัทมีวอลุ่มมากก็สามารถนำส่วนลดที่ได้ มาลดให้กับลูกค้าได้มากขึ้น ทุกอย่างเป็นเรื่องกลไกและลูกเล่นทางการตลาดทั้งสิ้น เช่นอาจให้ส่วนลดได้อีก 100-200 บาท หรือให้ตัดค่าแพ็กเกจทัวร์ผ่านบัตรเครดิตได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม (บริษัทรับภาระให้) หรือให้สามารถผ่อนจ่ายได้ 3-6 เดือน เป็นต้น

คิดแบบเดิมอยู่ไม่รอด

นายเอนกกล่าวอีกว่า ส่วนตัวมั่นใจว่าโมเดลการทำธุรกิจของยูนิไทยนั้นลูกค้าได้ประโยชน์ และสามารถเดินทางต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ทั้งยังช่วยขยายฐานกลุ่มนักเดินทางท่องเที่ยวคนไทยให้กว้างขึ้นด้วย และไม่เพียงแค่แพ็กเกจที่มีราคาถูกเท่านั้น หากลูกค้าต้องการท่องเที่ยวแบบหรูหรา สะดวกสบาย บริษัทก็สามารถดำเนินการให้ได้

“ประเด็นที่ยูนิไทยเป็นที่จับตามองส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความสำเร็จของโมเดลโซเชียลมีเดียที่นำมาปรับใช้กับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงลูกค้าทางไลน์, เฟซบุ๊ก หรือเว็บไซต์ ทำให้เรามีฐานลูกค้าจำนวนมาก พอเคลื่อนไหวอะไร เลยทำให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง และยืนยันว่าราคาที่ขายนั้นสมเหตุสมผลและเป็นราคาที่ลูกค้าทุกคนได้เดินทางแน่นอน” นายเอนกกล่าว

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous article5 ปีบนเก้าอี้ซีอีโอ ‘เอไอเอส’ ปรับสปีดองค์กรตอบโจทย์ ‘เทคโนโลยี-คน’
Next articleประเทศกลุ่มแม่น้ำโขง สนใจเรียนรู้ Contract Farming