“พิพัฒน์” เปิดมิติใหม่เที่ยวไทย หนุน “กัญชา-Grab-Airbnb” ดึงทัวริสต์

“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.การท่องเที่ยวฯ เปิดมิติใหม่ท่องเที่ยวไทยรอบทิศ ! เร่งสานต่อนโยบายท่องเที่ยวปลอดภัย ผนึกสาธารณสุขปั้น “กัญชา” เป็นจุดขายใหม่ท่องเที่ยวไทย หวังดึงนักท่องเที่ยวชาติตะวันตก จับมือคมนาคมหนุน “Grab-Airbnb” ถูกกฎหมาย ปลดล็อกนักท่องเที่ยวถูกเอาเปรียบ เตรียมถก ธปท.-ผู้ประกอบการรับมือเงินบาทแข็ง ปัดตอบเรื่องเป้าหมายรายได้ท่องเที่ยวปี”62

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนพร้อมทำงานขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทันที หลังจากที่เข้ากระทรวงเพื่อรับทราบระบบการทำงาน นโยบาย รวมถึงแผนงานเบื้องต้นของกระทรวงการท่องเที่ยวฯเมื่อ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยนโยบายสำคัญเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการทันทีประกอบด้วย 2 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.นโยบายท่องเที่ยวปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย นอกจากตำรวจท่องเที่ยวแล้วยังควรจะเร่งสร้าง “อาสาสมัครชุมชน” เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ที่มีจำนวนจำกัดในการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิดและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น และ 2.ผลักดันนโยบายท่องเที่ยวชุมชนทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัดให้เกิดขึ้นจริงจัง เพื่อตอบโจทย์เรื่องการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าสู่ชุมชนโดยตรง โดยจะเริ่มต้นดำเนินนโยบายทันทีภายในปีนี้

หนุน “กัญชาเพื่อการท่องเที่ยว”

นายพิพัฒน์กล่าวว่า นอกจากนี้ ตนยังได้รับมอบนโยบายสำคัญให้ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สนับสนุนนโยบายของพรรคภูมิใจไทย คือ ผลักดัน “การท่องเที่ยวเชิงกัญชา” ให้กลายเป็นจุดขายใหม่ของการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยนำสูตรน้ำมันกัญชาจากตำรับยา 16 สูตรของรัชกาลที่ 3 มาผสานกับการนวดแผนไทยและการดีท็อกซ์ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทย

โดยจะนำไปผสานกับความรู้เรื่องแพทย์แผนไทยให้ถูกต้อง และให้กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศนียบัตรรองรับให้ถูกต้อง พร้อมทั้งจัดทำโมเดลท่องเที่ยวรูปแบบดังกล่าวนี้นำร่องภูมิภาคละ 1-2 โมเดล ในทั้ง 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ

ทั้งนี้ เชื่อว่าโครงการดังกล่าวนี้จะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจากยุโรปและอเมริกันที่มีพื้นฐานความเข้าใจด้านการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคเป็นอย่างดี และชื่นชอบการนวดและสปาไทยมาแต่เดิม โดยจะเริ่มนำร่องในจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ที่มีพื้นฐานด้านนี้อยู่ก่อนแล้ว ก่อนจะขยายต่อยอดไปในจังหวัดอื่น ๆ และคาดว่าจะเห็นการทำงานอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี

ดัน “Grab-Airbnb” ถูกกฎหมาย

นายพิพัฒน์ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังมีแผนจะเร่งประสานงานกับกระทรวงคมนาคมในการผลักดันแพลตฟอร์มจองรถโดยสารออนไลน์ อาทิ Grab ให้ถูกกฎหมาย เพื่อลดโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะถูกโกงราคาค่าโดยสารจากแท็กซี่และรถรับจ้างโดยสารประเภทอื่น ๆ

รวมถึงแผนการนำเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับแพลตฟอร์มจองบ้านเช่าออนไลน์แบ่งปันอย่าง Airbnb และโฮมสเตย์ให้ถูกกฎหมาย เพื่อขยายโอกาสด้านการท่องเที่ยว และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่าด้วย

เจาะนักท่องเที่ยวรายเซ็กเมนต์

สำหรับในด้านการทำตลาดท่องเที่ยวนั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า จะเน้นการเข้าถึงนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มมากยิ่งขึ้น อาทิ ผ่านการจัดการแข่งขันอีเวนต์ทางด้านการกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างโมโตจีพี โดยเล็งเห็นว่ากีฬาเทรลและอีสปอร์ตน่าจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศได้ โดยตั้งเป้าที่จะดึงการจัดการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกเข้ามาจัดในไทยโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ในด้านของซัพพลายของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้น ทางกระทรวงก็จะพยายามปรับการทำงานเพื่อเข้าถึงผู้ประกอบการให้มากกว่าเดิมด้วย

เร่งแก้ไข “ค่าเงินบาท”

นายพิพัฒน์กล่าวต่อไปอีกว่า ไม่เพียงเท่านี้ทางกระทรวงยังเตรียมแผนประสานงานเพื่อพูดคุยกับทางผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหารือเรื่องปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างหนัก และกำลังส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในทุกภูมิภาคอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินดอลลาร์สหรัฐ เงินหยวน และเงินริงกิต ที่ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดการชะลอการเดินทาง

“โดยแนวทางการแก้ไขปัญหานั้น เราคงต้องหารือกันว่าจะสามารถดำเนินงานเพื่อปรับค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับเหมาะสมได้อย่างไรบ้าง และในวันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา เราก็ได้เดินทางไปพบเอกชนบริษัทนำเที่ยวจากมาเลเซียกว่า 70 ราย เพื่อพูดคุยถึงปัญหาต่าง ๆ ทั้งเรื่องของการให้บริการ ค่าเงินริงกิต และความปลอดภัย” นายพิพัฒน์กล่าว

ยันไม่มีอะไร “ยาก”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯยังกล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีความล่าช้าของงบประมาณในการอุดหนุนนโยบายด้วยว่า แม้งบประมาณจะมีความล่าช้าไปบ้าง แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด และเชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะสามารถจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอและเหมาะสมได้

สำหรับประเด็นในเรื่องการขอขยายมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (VOA) และการดูแลนักท่องเที่ยวจีนที่ผู้ประกอบการภาคเอกชนขอ รวมถึงเป้าหมายรายได้ด้านการท่องเที่ยวของไทยในปี 2562 นี้ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ยังไม่ขอตอบในตอนนี้ เนื่องจากจะขอปรึกษานโยบายกับนายกรัฐมนตรีก่อน

“ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรเป็นสิ่งที่ยากเกินไป แม้ว่าจะเป็นการทำงานของรัฐมนตรีหน้าใหม่ ด้วยการทำงานทั้งหมดจะยึดเอาแบบอย่างที่ดีงามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯคนก่อน ๆ มาเป็นต้นแบบ โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของประเทศเติบโตมากกว่าที่ผ่านมา” นายพิพัฒน์กล่าว

และว่า อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการเข้ามาของรัฐบาลประชาธิปไตยจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญให้กับการท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากโดยเฉพาะในแถบยุโรปที่อาจจะไม่เชื่อมั่นในการเดินทางมาไทยสามารถวางใจลง และกลับมาเที่ยวในประเทศไทยได้แล้ว

Previous articleลุย “อีคอมเมิร์ซ” แก้เกมเศรษฐกิจจีนขาลง
Next articleฝนทิ้งช่วง! ภูทับเบิกแล้งหนัก ฝนตกน้อยในรอบ 10 ปี รีสอร์ทดิ้นหาน้ำรับนักท่องเที่ยว