เปิดใจ “ดีดีบินไทย” ขาดทุน 6.8 พันล้าน “สาหัส” แต่ (ยัง) ไหว

นับเป็นการ “รับน้อง” ที่สาหัสเอาการทีเดียว สำหรับ “สุเมธ ดำรงชัยธรรม” ที่เข้ามารับไม้ต่อบริหารงานในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อต้นเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมาเรียกว่า เกือบ 1 ปีที่ “สุเมธ” เข้ามานั่งบริหารที่สายการบินแห่งชาติแห่งนี้ไม่มีวันไหนที่ไม่มีปัญหา

โดย “สุเมธ” ยอมรับว่า ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา “การบินไทย” เผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายเกินกว่าที่คาดไว้จนทำให้เกิดภาวะขาดทุนถึงกว่า 6.8 พันล้านบาท โดยมองว่าปัจจัยสำคัญที่ส่งผลอย่างมากคือ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ซึ่งทำให้รายได้ของการบินไทยลดลงตามไปด้วย

นอกจากนี้ปัจจัยเรื่อง “ค่าเงิน” ยังส่งผลกระทบต่อการบินไทยมากกว่าสายการบินอื่น ๆ เพราะมีสัดส่วนเส้นทางบินระหว่างประเทศมากกว่า 95% จากเส้นทางบินทั้งหมด บวกกับปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ที่เข้ามาส่งผลกระทบเช่นกัน อาทิ การปิดน่านฟ้าปากีสถาน ซึ่งนอกจากทำให้รายได้ลดลงแล้วยังส่งผลกระทบต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องบินอ้อมน่านฟ้าปากีสถานอีกด้วย

“สุเมธ” บอกว่า อีกปัจจัยที่ถือว่าส่งผลกระทบรุนแรงไม่แพ้ “ค่าเงินบาท” คือ “การขาดแคลนเครื่องบิน” ซึ่งโดยปกติการบินไทยจะมีอัตราส่วนเครื่องที่ใช้งานและเครื่องที่นำเข้าศูนย์ซ่อมบำรุงอยู่ที่ 90 : 10 หรือมีเครื่องเข้าศูนย์ประมาณ 8 ลำ จากทั้งหมด 82 ลำ แต่ปัจจุบันการบินไทยมีเครื่องที่ต้องจอดอยู่ในศูนย์ทั้งหมด 12 ลำ จึงเหลือเครื่องสำหรับบินเพียง 68-70 ลำ ทำให้มีกำลังการผลิตลดลงไปประมาณ 5-6%

“สถานการณ์ที่ยากลำบากในปีนี้เกิดจากปัจจัยที่ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ เราเองก็ไม่คิดว่าจะต้องขาดทุนมากขนาดนี้ ถือเป็นคลื่นลมที่หนักหน่วง สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยืนขาแข็งแรงแล้วก็อาจจะได้รับบาดเจ็บน้อยหน่อย แต่การบินไทยที่เหมือนกับจมอยู่ในโคลนตมแล้วครึ่งตัวจึงได้รับบาดเจ็บมากกว่าคนอื่น”

อย่างไรก็ตาม “สุเมธ” ยังเชื่อว่า ผลประกอบการปีนี้ของการบินไทยจะยังสามารถพลิกกลับมาเป็นบวกได้ ถ้าหากสามารถดำเนินการตามแผนที่ตั้งไว้อย่างเต็มที่

โดยขณะนี้การบินไทยมีมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหา 3 มาตรการ ประกอบด้วย 1.การปรับลดรายจ่ายสร้างรายได้ เพื่อช่วย #saveTG ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อย 6 มาตรการ (เพิ่มเติมรายละเอียด 6 มาตรการ https://www.prachachat.net/tourism/news-359908) ส่วนอีก2 มาตรการยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ บอกได้เพียงแต่ว่า มาตรการที่ 2 ได้ทำไปแล้ว และมาตรการที่ 3 กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินงาน

นอกจากนี้ยังเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตโดยการเร่งดำเนินการซ่อมเครื่องบินให้เร็วกว่ากำหนด และเร่งเช่าเครื่องบินเพิ่ม 3 ลำ เพื่อมาใช้ในเส้นทางยุโรป ซึ่งยังมีหลายเมืองที่อยู่ระหว่างการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นบรัสเซลส์ เวียนนา หรือมิลาน พร้อมนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ อาทิ พื้นที่อีสานเหนือให้นักท่องเที่ยวจากสแกนดิเนเวีย

ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถรับเครื่องมาใช้ได้ภายในไตรมาส 3 หรืออย่างช้าที่สุดในต้นปีหน้า ส่วนเครื่องบินที่รอการจำหน่ายออกมีทั้งหมด 4 ลำนั้นยังอยู่ระหว่างการเจรจา ไม่เพียงเท่านี้ “การบินไทย” กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องการเปิดเสรีการบินของไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมาซึ่งดูเหมือนจะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบกับภาพรวมอุตสาหกรรมการบินของไทยด้วย

“สุเมธ” ยังได้ประเมินภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบินของไทยในช่วงครึ่งปีหลังนี้ด้วยว่า น่าจะมีสัญญาณที่ดีขึ้นจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว และการส่งสัญญาณบางอย่างของรัฐบาลเกี่ยวกับการขยับอัตราดอกเบี้ยที่น่าจะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้ในอนาคต เพราะเชื่อว่าตราบใดที่รัฐบาลยังไม่ขยับกลไกการเงิน ผู้ประกอบการสายการบินและผู้ประกอบการส่งออกทั้งหมดก็จะได้รับผลกระทบแบบนี้ต่อไป

พร้อมทั้งย้ำว่า แม้ว่าปีนี้จะเป็นปีที่ “เลวร้าย” แต่ “การบินไทย” เองก็ยังมีความหวังว่าหากรวมตัวเลขทั้งปีแล้วบริษัทน่าจะสามารถพลิกมีกำไรได้…

Previous article“ศักดิ์สยาม” ลงพื้นที่บุรีรัมย์เร่ง13โครงการถนนเตรียมแผนคมนาคมทุกโหมดรับแข่ง MotoGP 2019 ต.ค.นี้
Next articleตม.เสริมเวร-เพิ่มคน ลุยแก้แถมยาวสนามบิน คนไทยใช้ช่องอัตโนมัติ 20 วิฯผ่านฉลุย