“ดุสิตธานี” ขยายพอร์ตลงทุน บุกอาหารสุขภาพ-โรงแรม

“ดุสิตธานี” เดินหน้าลงทุนทุกสาขาธุรกิจตามแผนบาลานซ์ความเสี่ยงระยะยาว เผยโหมลงทุนธุรกิจอาหารอย่างหนัก เตรียมเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในเอ็บเพอคิวร์ แคเทอริ่ง เป็น 70% ต้นปีหน้า เล็งขยายฐานสู่ตลาดต่างประเทศ เตรียมส่ง “ดุสิต เรียล ฟู้ดส์” บุกอาหารสุขภาพทั่วเอเชีย ด้านโรงแรมธุรกิจหลักยังเดินหน้าเพิ่มพอร์ตทั้งในประเทศ-ต่างประเทศ 10-12 แห่งต่อปี พร้อมโฟกัสลงทุนเองเพิ่มในญี่ปุ่น-อังกฤษ-ยุโรปรับค่าเงินบาทแข็ง

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานของกลุ่มดุสิตธานีว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายฐานธุรกิจภายใต้เป้าหมายหลักใน 3 ด้านหลักๆ คือ 1.สร้างความสมดุลธุรกิจ ทั้งแหล่งที่มาของรายได้ระหว่างในประเทศและต่างประเทศ 2.การขยายฐานธุรกิจและการขยายฐานการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงเพิ่มรูปแบบการลงทุนในโรงแรมแบรนด์ใหม่ๆ และ 3.กระจายความเสี่ยงเพื่อเพิ่มรายได้ในกลุ่มธุรกิจใหม่ ทั้งในธุรกิจอาหาร, การศึกษา และพร็อพเพอร์ตี้ (เรสซิเดนส์) โดยมีเป้าหมายมีสัดส่วนรายได้ระหว่างโรงแรมอยู่ที่ 70% ในปี 2021 จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 88-90%

โดยในส่วนส่วนของธุรกิจอาหารนั้นบริษัทดุสิต ฟู้ดส์ มีแผนเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท เอ็บเพอคิวร์ แคเทอริ่ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำการให้บริการผลิตอาหารแคเทอริ่งให้กับโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยรวมกว่า 30 แห่ง จากปัจจุบันที่ถือหุ้นในสัดส่วน 51% เป็น 70% ภายในต้นปีหน้า พร้อมทั้งมีแผนขยายไปในประเทศเวียดนาม โดยจะเป็นลักษณะของการร่วมทุน

นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายธุรกิจอาหารสุขภาพในประเทศไทย และในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้บริษัท ดุสิต เรียล ฟู้ดส์ จำกัด หรือ DRF จากเดิมที่ทำตลาดในประเทศแอฟริกาใต้ เป็นหลัก โดยเฟสแรกจะเปิดให้บริการอาหารเพื่อสุขภาพในศูนย์บริการของเวอร์จิ้น ฟิตเนส สาขาเดอะวิซดอม 101 เป็นสาขาแรกในกลางเดือนตุลาคมนี้ จากนั้นจะทะยอยเปิดให้ได้ 3 สาขาในปีนี้ และครบทั้ง 7 สาขาภายในปีหน้า ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังมีแผนเปิดให้บริการในร้านดุสิต กรูเม่ต์ และในโรงแรมของกลุ่มดุสิตธานี รวมถึงผลิตและจำหน่ายในช่องทางรีเทล และช่องทางดิลิเวอร์ทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์ด้านสุขภาพ

“ธุรกิจกิจนี้ใช้เงินลงทุนไม่สูงมาก แต่เป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างมาก ตอนนี้นอกจากตลาดในประเทศไทยแล้วเรายังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรในประเทศสิงคโปร์, ออสเตรเลีย และจีน ด้วย โดยในช่วงแรกของการเปิดตลาดก็จะเป็นการจับมือกับกลุ่มเวอร์จิ้นฟิตเนสเหมือนกับในประเทศอื่นๆ จากนั้นค่อยขยายฐานไปยังช่องทางอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลชัดเจนภายในสิ้นปีนี้และเริ่มเปิดตลาดได้ในช่วงต้นปีหน้า” นางศุภจีกล่าว

สำหรับในธุรกิจโรงแรมนั้นนางศุภจีกล่าวว่า บริษัทฯ ยังวางเป้าการขยายโรงแรมใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศไว้ที่จำนวน 10-12 แห่งต่อปี โดยมีเป้าหมายเปิดให้บริการเพิ่มอีกประมาณ 60 แห่งภายใน 3-5 ปีข้างหน้า หรือมีจำนวนโรงแรมรวม 94 แห่งในกว่า 25 ประเทศ หรือมีจำนวนห้องพักรวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 20,000 ห้อง ภายในปี 2023 จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการอยู่ 34 แห่งใน 13 ประเทศ รวมห้องพักกว่า 8,500 ห้องพัก

นางศุภจีกล่าวต่อไปว่า นโยบายด้านการลงทุนของกลุ่มดุสิตธานีนับจากนี้จะให้น้ำหนักกับการลงทุนด้วยตัวเองมากขึ้น จากเดิมที่เน้นการรับบริหาร โดยในปีหน้ามีแผนเปิดให้บริการโรงแรมใหม่ภายใต้แบรนด์ “อาศัย” หรือ ASAI จำนวน 2 แห่ง ประกอบด้วย เยาวราช และสาทร ซอย 12 จากนั้นมีแผนเปิดให้บริการในประเทศญี่ปุ่น, เมียนมา และฟิลิปปินส์ ในปี 2021

ไม่เพียงเท่านี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรเพื่อเข้าลงทุนธุรกิจโรงแรมอังกฤษและยุโรปด้วย โดยมีปัจจัยเรื่องของค่าเงินบาทที่แข็งค่าเป็นส่วนประกอบหลักในการพิจารณาด้วย

นางศุภจีกล่าวเพิ่มเติมถึงแนวโน้มของธุรกิจโรงแรมและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยด้วยว่า ยังเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างประเมินยาก เนื่องจากปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจโลกและสงครามการค้ายังส่งผลกระทบทั่วโลก ซึ่งส่งผลต่อการชะลอการเดินทางท่องเที่ยว รวมทั้งปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่าต่อเนื่องและส่งผลต่อการตัดสินใจการเดินทางของนักท่องเที่ยวด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มดุสิตธานีเองนั้นคาดว่ารายได้สำหรับปี 2562 นี้จะยังเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ โดยมีอัตราการเติบโตราว 10-15%

Previous articleค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ นักลงทุนจับตาดูการเจรจาการค้าจีน-สหรัฐ 10-11 ต.ค.นี้
Next articleก.ล.ต. เฮียริ่งปรับเกณฑ์คุมตลาดบอนด์​คุ้มครองผู้ลงทุน