เที่ยวไทยกัดฟันสู้ลด50% อัดแพ็กเกจฟื้น”ภูเก็ต-พัทยา”

เที่ยวไทยกัดฟันสู้ลด50% อัดแพ็กเกจฟื้น”ภูเก็ต-พัทยา”

เอกชนภาคท่องเที่ยวผนึกกำลังสู้ไวรัส เตรียมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทย” กระตุ้นคนไทยเที่ยวภายในประเทศ สทน.เปิดตัวแคมเปญใหญ่ ดึงคนอีสาน-ลาวบินข้ามภาคเที่ยวทะเลระยอง-พัทยา-ภูเก็ต ยันแพ็กเกจราคาสุดเร้าใจ ทุกเซ็กเตอร์ทั้ง “โรงแรม-แหล่งท่องเที่ยว-ร้านอาหาร” กัดฟันเสนอส่วนลดมากกว่า 50% “เสม็ด” ลดทั้งเกาะ หวังฟื้นธุรกิจ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นท่องเที่ยวไทยสู่สายตาชาวโลก “สวนสยาม-สวนนงนุช” จัดหนักแคมเปญ ฟากรถ-เรือนำเที่ยวเอาด้วย ทำราคาพิเศษเพื่อคนไทย ด้าน “เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทล” หนุนสุดตัวไทยเที่ยวไทย

นายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ สทน.และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเตรียมเปิดตัวแคมเปญใหญ่คิกออฟ “ไทยเที่ยวไทย” เพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงที่ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนลดลงหลังเกิดการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ งานแรกมีแผนจัดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนนี้

ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำแผนและกำหนดวันจัดงาน โดยได้ประสานกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ, สายการบิน, กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก, แหล่งท่องเที่ยว, ร้านอาหาร ฯลฯ

กระตุ้นอีสานเที่ยวทะเล

ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้คนไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) และคนในพื้นที่ใกล้เคียงในประเทศลาวเดินทางท่องเที่ยวทะเล โดยพื้นที่เป้าหมายในช่วงแรกของแคมเปญ คือ พัทยา (ชลบุรี), เกาะเสม็ด (ระยอง), กระบี่ และภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนก่อน ประกอบกับจากข้อมูลเชิงสถิติยังพบว่าคนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวทะเลมากที่สุด

“ขณะนี้ทาง สทน.ได้ทยอยคุยกับกลุ่มผู้ประกอบการในฟากเอกชนในทุกพื้นที่เป้าหมายแล้ว เช่น ในพัทยา ภูเก็ต โรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวเริ่มทำราคามาให้แล้ว ซึ่งราคาที่ออกมายืนยันว่าเป็นราคาส่วนลดไม่ต่ำกว่า 50% จากราคาปกติแน่นอน หรือในพื้นที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง แจ้งว่าพร้อมทำราคาลดทั้งเกาะออกมาดึงนักท่องเที่ยว เป็นต้น เราจะนำเสนอแผนงานดังกล่าวเพื่อของบประมาณสนับสนุนจาก ททท. 9 ล้านบาทในสัปดาห์หน้านี้”

สทน.มั่นใจอย่างมากว่า แคมเปญนี้จะสามารถกระตุ้นให้คนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงคนลาวในพื้นที่ใกล้เคียง เดินทางท่องเที่ยวข้ามภาคได้ คาดว่าหากสรุปรายละเอียดทั้งหมดได้ภายในสิ้นเดือนนี้ สทน.ก็พร้อมเดินหน้าคิกออฟแคมเปญใหญ่ได้ในช่วงเดือนมีนาคม ให้เกิดกระแสการเดินทางในช่วงปิดเทอมใหญ่เดือนมีนาคม-พฤษภาคมนี้

อัดต่อแคมเปญใหญ่รับหน้าฝน

นอกจากนี้ สทน.ยังเตรียมทำแคมเปญใหญ่กระตุ้นการท่องในทุกภูมิภาคทั่วประเทศอีกครั้งในช่วงเดือนพฤษภาคม เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วง green season หรือช่วงฤดูฝน เพื่อให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศต่อเนื่องตลอดทั้งปี คอนเซ็ปต์หลักจะสอดรับและทำให้ไปในทิศทางเดียวกันกับแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ ททท.ด้วย

“เรามีแผนของบประมาณจากภาครัฐมาสนับสนุนแคมเปญนี้อีก 9 ล้านบาท เพราะเชื่อว่าถ้ามีแคมเปญดี ๆ ออกมาต่อเนื่องจะทำให้คนไทยจะกล้าเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น ที่สำคัญ กระแสการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยที่เพิ่มขึ้นนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีความปลอดภัย ไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้ว จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้อีกทางหนึ่ง”

นายภูริวัจน์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ภาคเอกชนท่องเที่ยวได้พยายามช่วยกันขับเคลื่อนให้ภาคการท่องเที่ยวของประเทศในภาพรวมเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการหลาย ๆ ส่วนเริ่มออกราคาโปรโมชั่นสำหรับคนไทยมาตั้งแต่ที่เริ่มมองเห็นผลกระทบจากการหยุดการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา บางส่วนก็เริ่มทำการตลาดและจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวบ้างแล้ว บางส่วนอยู่ระหว่างทำราคา คาดว่าจะเห็นราคาสำหรับคนไทยทยอยออกมาเป็นระยะช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ หรือช่วงปิดเทอมซึ่งเป็นช่วงที่คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมาก

“สวนสยาม-นงนุช” จัดหนัก

นางนพกาญจน์ เหลืองอมรเลิศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาดและการขาย บริษัท สยามพาร์ค บางกอก จำกัด ผู้บริหารสวนน้ำสวนสนุก “สวนสยาม” กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้สวนสยามจะมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 15% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด แต่ยอมรับว่าได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากธุรกิจสวนสนุกเป็นการให้บริการกลางแจ้ง จึงเริ่มได้รับผลกระทบมาตั้งแต่เกิดจากกระแสฝุ่น PM 2.5

อย่างไรก็ตาม เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในกลุ่มคนไทย ทางสวนสยามมีแผนเพิ่มความเข้มข้นของแคมเปญ “บิ๊กฮอลิเดย์ 2020” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงเทศกาลปิดเทอม ปีนี้มีแผนจัดขึ้นระหว่าง 9 มีนาคม-10 พฤษภาคม 2563 โดยจะเพิ่มความพิเศษในทุก ๆ ส่วน ทั้งกิจกรรมภายในงาน, ไฟประดับ, โปรโมชั่น รวมถึงขยายเปิดให้บริการสวนสนุกไปถึง 22.00 น. (จากเดิมปิดให้บริการ 18.00 น.)

ด้านสวนนงนุช พัทยา จังหวัดชลบุรี ได้ออกแคมเปญออกมาแล้วเช่นกัน แบ่งเป็น 3 แพ็กเกจ 1.ชมสวนลอยฟ้า, ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย, ชมการแสดงช้างแสนรู้, นั่งรถชมสวนไดโนเสาร์ และรับประทานอาหารกลางวัน ราคา 450 บาท/คน จากราคาปกติ 1,130 บาท/คน 2.ชมสวนลอยฟ้า, ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย, ชมการแสดงช้างแสนรู้ และนั่งรถชมสวนไดโนเสาร์ ราคา 300 บาท/คน จากราคาปกติ 780 บาท/คน และ 3.ชมสวนลอยฟ้า, นั่งรถชมสวนไดโนเสาร์ และรับประทานอาหารกลางวัน ราคา 250 บาท/คน จากราคาปกติ 630 บาท โดยราคาดังกล่าวนี้ใช้ได้ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์-30 เมษายน 2563

เที่ยวไทยกัดฟันสู้ลด50% อัดแพ็กเกจฟื้น”ภูเก็ต-พัทยา”

“รถ-เรือ” ทำราคาคนไทย

นายจิระเดช ห้วยหงษ์ทอง ประธาน บริษัท สยามฮอป จำกัด ผู้ให้บริการรถนำเที่ยว Hop-on Hop-off ภายใต้แบรนด์ Siam Hop ซึ่งแล่นให้บริการนักท่องเที่ยวครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า รอบนี้สยามฮอปไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากไม่ได้เน้นทำตลาดจีน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตัวเองเป็นหลัก (FIT) และเป็นกลุ่มค่อนข้างหลากหลาย อย่างไรก็ตาม เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทย ที่ผ่านมาบริษัทได้ออกแคมเปญลดราคา 50% (จากปกติ 799 บาท) สำหรับคนไทยมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563

เช่นเดียวกับแหล่งข่าวจากเรือวันเดอร์ฟูล เพิร์ล ผู้ให้บริการเรือนำเที่ยวในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ยอมรับว่าการประกาศห้ามนักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกประเทศของรัฐบาลจีนส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการเรือวันเดอร์ฟูล เพิร์ล โดยรวมลดลงมาก จากปกติวันละ 400-500 คน ลดลงเหลือ 100 กว่าคนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดลูกค้าคนไทยนั้น ทางเรือได้ทำราคาเฉพาะสำหรับคนไทยออกมาในราคา 1,250 บาท/คน (นักท่องเที่ยวต่างชาติ 2,500 บาท) ตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมาแล้วเช่นกัน

นายณพ ตีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอริเดียน ครูซ จำกัด ผู้บริหารเมอริเดียน ครูซ เรือดินเนอร์ลำใหม่ล่าสุดในแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทได้หยุดให้บริการเรือนำเที่ยวในรอบ 16.00 น. และ 17.00 น. ซึ่งเป็นรอบที่ให้บริการสำหรับกรุ๊ปทัวร์จีนโดยเฉพาะไปชั่วคราวแล้ว ขณะนี้เหลือเพียงเรือนำเที่ยวในรอบดินเนอร์ ซึ่งเป็นรอบที่มีกลุ่มลูกค้าค่อนข้างหลากหลายเท่านั้น

“ในส่วนของราคานั้นตั้งแต่เปิดให้บริการมา เรากำหนดราคาไว้ที่ 890-990 บาท/คน ซึ่งเป็นราคาที่ค่อนข้างสอดรับกับกำลังการใช้จ่ายของคนไทยอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะนี้เรากำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อทำโปรโมชั่นร่วมด้วยเช่นกัน” นายณพกล่าว

“เคป แอนด์ แคนทารี” ร่วมวง

นางธีรวัลคุ์ เตชะอุบล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการกลุ่มโรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ เปิดเผยว่า จากนโยบายที่รัฐบาลจะหันมาส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศมากนั้น ทางโรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ก็ได้พยายามสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยนำเสนอโปรโมชั่นห้องพักราคาพิเศษให้แก่คนไทย เช่น ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ก็ได้เปิดจองห้องพักราคาพิเศษล่วงหน้า เพื่อเชิญชวนให้ทุกคนเริ่มวางแผนท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ และพักผ่อนสะดวกสบายกับโรงแรมในเครือ

นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมให้ลูกค้าใช้บริการโรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ หรือสามารถขับรถไปเองได้ เน้นการเดินทางสะดวกสบาย ไม่ต้องใช้บริการของสายการบิน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

3 แหล่งเที่ยวห้องพักว่างเพียบ

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า การระบาดของไวรัสโคโรน่ายังส่งผลกระทบภาคท่องเที่ยวในวงกว้าง จากการสำรวจยอดจองห้องพักผ่านเว็บไซต์ Agoda แพลตฟอร์มท่องเที่ยวดิจิทัลที่ให้บริการสำรองห้องพักผ่านทางออนไลน์ โดยสำรวจการจองโรงแรมทั้งขนาดใหญ่-กลาง-เล็ก ระหว่างวันที่ 15-16 ก.พ. 2563 พบว่า วันที่ 6 ก.พ. 2563 จ.เชียงใหม่ มีที่พักว่าง 2,101 แห่ง, จ.ภูเก็ต ห้องว่าง 2,354 แห่ง, และพัทยา 1,457 แห่ง ส่วนวันที่ 11 ก.พ. 2563 เชียงใหม่ มีที่พักว่าง 3,019 แห่ง, ภูเก็ต 3,391 แห่ง, พัทยา 2,969 แห่ง เท่ากับห้องพักว่างในจังหวัดท่องเที่ยวหลักเพิ่มขึ้นมาก ทั้ง ๆ ที่ควรมีจำนวนห้องว่างลดลง ขณะที่ค่าเช่าที่พักพบว่าส่วนใหญ่ไม่มีการปรับลดราคาลงเพิ่มเติม

นอกจากนี้ จากการสอบถามโรงแรมหลายแห่งใน จ.เชียงใหม่ จ.ภูเก็ต และพัทยา พบว่าช่วงนี้มีการคืนห้องพักเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวจีนคืนห้องพักแทบทั้งหมด เพราะไม่สามารถออกนอกประเทศได้ ยิ่งทำให้มีห้องพักว่างเพิ่มมากขึ้น

ย่านนิมมานฯฟุบสนิท

ขณะเดียวกัน จากการสำรวจย่านถนนนิมมานเหมินทร์ ซึ่งเป็นย่านที่ชาวจีนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ เมื่อ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่านักท่องเที่ยวจีนบางตาลงอย่างมาก โดยเฉพาะโครงการ “วัน นิมมาน” (ONE NIMMAN) คอมมิวนิตี้มอลล์ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กบนถนนสายนี้ และเป็นสถานที่ฮอตฮิตที่เคยคลาคล่ำด้วยนักท่องเที่ยวจีน บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา

พนักงานประจำร้านขายกระเป๋าและของที่ระลึกในโครงการ “วัน นิมมาน” กล่าวว่า นับตั้งแต่มีข่าวไวรัสโคโรน่าแพร่ระบาด นักท่องเที่ยวชาวจีนหายไปกว่า 80% ส่งผลให้ยอดขายของร้านลดลงอย่างมาก ต้องหันมาทำโปรโมชั่นลดราคาสินค้าลงทุกรายการ 20% บางวันขายสินค้าได้เพียงชิ้นเดียว บางวันขายไม่ได้เลย แต่ยังเปิดร้านตามปกติ ขณะที่นักท่องเที่ยวชาติอื่น เช่น ฝรั่งเศส ลดลงเช่นกัน

ตลาดน้ำ 4 ภาค ดึงคนไทย

นางสาวธิชาธร ศรีเมือง ผู้บริหารฝ่ายการตลาด ตลาดน้ำ 4 ภาค (พัทยา) เปิดเผยว่า หลังนักท่องเที่ยวลดลงจากไวรัสโคโรน่า ตลาดน้ำ 4 ภาค ซึ่งปกติจะจัดแคมเปญต่าง ๆ ตามเทศกาลอยู่แล้วได้เน้นกิจกรรมทางการตลาดดึงนักท่องเที่ยวมากขึ้น ล่าสุดจะมีกิจกรรมแห่ขันหมากทางเรือในช่วงวันวาเลนไทน์ ในส่วนการเข้าชมตลาดน้ำ 4 ภาค คนไทยเข้าฟรี ชาวต่างชาติ 200 บาท/คน ยังไม่มีการลดราคาลง เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวไม่มาก ตกประมาณ 700-800 คน/วัน จากเดิม 10,000-20,000 คน/วัน เพราะแม้จะจัดโปรโมชั่น แต่ถ้าไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาก็ไม่สามารถกระตุ้นได้

QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ