“สทน.” เร่งสร้างความเชื่อมั่น Kick off ไทยเที่ยวไทยแบบ New Norm

สัมภาษณ์

หลังจากรัฐบาลโดยศูนย์บริหารสถานการณ์ระบาดโควิด-19 (ศบค.) ตัดสินใจคลายล็อกเฟส 3 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมาโดยอนุญาตให้หลาย ๆ กิจการสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้แล้ว ทำให้เห็นสัญญาณและบรรยากาศในด้านการเดินทางข้ามจังหวัดและการเดินทางเพื่อการพักผ่อนและท่องเที่ยวเริ่มกลับมาดีขึ้นบ้าง

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์”ภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์” นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) ถึงทิศทาง แนวโน้ม รวมถึงแผนการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศหรือตลาดไทยเที่ยวไทย ดังต่อไปนี้

เร่งทำตลาดดูดเงินสดพยุงธุรกิจ

“ภูริวัจน์” บอกว่า หลังจากที่รัฐบาลประกาศคลายล็อกเฟส 3 เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเริ่มขยับตัว ทั้งโรงแรม บริษัทนำเที่ยว ร้านอาหาร รถขนส่ง แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯจำนวนหนึ่งตัดสินใจกลับมาเปิดให้บริการ และทำการตลาดเชิงรุกสำหรับกลุ่มคนไทยอีกครั้ง

โดยมีเป้าหมายกระตุ้นให้เกิดการเดินทางและทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนไปหาพวกเขาบ้าง หลังจากที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก บางส่วนกระทบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ บางส่วนเริ่มกระทบช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน แต่ทั้งหมดไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐเท่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น สิ่งที่ภาคการท่องเที่ยวทำได้ก็คือ รอการปลดล็อกและได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง เพื่อให้มีคนไทยเกิดการเดินทาง

“ตอนนี้ทั้งโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร บางส่วนทำแคมเปญทั้งลด แลก แจก แถม เพื่อดึงเงินสดเข้ามาพยุงธุรกิจไปก่อน เพราะการเปิดให้บริการในวันนี้ก็ใช่ว่าคนจะเดินทางกันอย่างคึกคักเหมือนเดิม ส่วนใหญ่ยังกลัว และยังเดินทางเพื่อกลับบ้าน หรือเพื่อทำงาน ส่วนที่เป็นการท่องเที่ยวยังมีปริมาณน้อย ขณะที่ผู้ประกอบการบางส่วนก็ยังไม่เปิดให้บริการ เพราะมองว่าถ้าเปิดไปแล้วจะมีนักท่องเที่ยวหรือไม่ กลัวได้ไม่คุ้มเสีย”

คนรอดูสถานการณ์ 3 เดือน

“ภูริวัจน์” บอกด้วยว่า สำหรับตัวเองนั้นประเมินว่ากว่าคนไทยจะกล้าออกมาเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวจริง ๆ นั้นน่าจะใช้ระยะเวลาสักประมาณ 3 เดือนหลังจากที่รัฐบาลปลดล็อก หาก 3 เดือน นับจากนี้ (มิถุนายน-สิงหาคม) เป็นต้นไปไม่มีการกลับมาแพร่ระบาดรอบ 2 อีกครั้งเชื่อว่าผู้ประกอบการท่องเที่ยวในทุกภาคส่วนจะทยอยเปิดให้บริการเพิ่มมากขึ้นและน่าจะทำให้บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวของตลาดไทยเที่ยวไทยหรือคนไทยเที่ยวภายในประเทศ กลับมาสู่ภาวะปกติได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

ส่วนตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศ (out bound) หรือนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาเที่ยวไทย (in bound) นั้น คาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ ๆ หรือเร็วสุดน่าจะเป็นช่วงปลายปี 2563

Kick off ไทยเที่ยวไทย ก.ค. นี้

อย่างไรก็ตามในส่วนของสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือ สทน.นั้น”ภูริวัจน์” บอกว่า ตนและทีมบริหารได้เตรียมวางแผนการทำการตลาดและทำแคมเปญการตลาดเพื่อ kick off ในส่วนของตลาดไทยเที่ยวไทย หรือการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกันสร้างบรรยากาศและสร้างความเชื่อมั่น ให้นักท่องเที่ยวเกิดการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว

โดยขณะนี้ สทน.ได้ร่วมกับ ททท. และทางจังหวัดกาญจนบุรี จัดโครงการพาผู้ประกอบการนำเที่ยวลงไปสำรวจความพร้อมของจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งผู้ว่าฯประกาศปลดล็อกด้านการท่องเที่ยวเป็นจังหวัดแรก ซึ่งจะเปิดจังหวัดต้อนรับคาราวาน สทน. เป็นคณะแรกในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ภายใต้ชื่อโครงการ “คาราวานสาย SHA” และจะเริ่มขายโปรแกรมท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้ เป็นต้นไป

“การไปสำรวจความพร้อมของเมืองกาญจน์ครั้งนี้ เพื่อไปดูว่าทางจังหวัดมีความพร้อมอย่างไร สิ่งที่ทางจังหวัดทำอยู่นั้นดีหรือไม่ดีอย่างไร ควรปรับปรุงในจุดไหนบ้าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยว โดยดูทั้งในส่วนของโรงแรม-ที่พัก, ร้านอาหาร, แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ โดยรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวนั้น จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสุขอนามัย และความปลอดภัย หรือ Amazing Thailand Safety & Health Administration : SHA ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ทางกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวทำร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขทุกขั้นตอน”



โดยหลังจากจังหวัดกาญจนบุรีแล้ว ทาง สทน.ยังมีแผนลงไปสำรวจความพร้อมของจังหวัดระยอง, นครศรีธรรมราช, ระนอง และกลุ่ม 3 จังหวัดภาคกลาง คือ อ่างทอง, สิงห์บุรี, ชัยนาท ตามลำดับ และจังหวัดอื่น ๆ ที่มีความพร้อมต่อไปครีเอตกิจกรรมใหม่รับ New Norm

“ภูริวัจน์” ยังบอกด้วยว่า นอกจากจะดูเรื่องของความพร้อมในด้านการรองรับนักท่องเที่ยวแล้ว ทาง สทน.ยังได้คิดรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ ตามมาตรการ social distancing ซึ่งเป็น new norm หรือ New Normal ของภาคการท่องเที่ยว โดยกิจกรรมที่วางแผนจัดที่กาญจนบุรี จะเป็นคอนเซ็ปต์ “drive in” คือขับรถไปดูหนัง นำรถไปจอดในสนามกว้าง ๆดูหนัง รับประทานอาหารในรถ หรือนอกรถก็ได้ ในบริเวณพื้นที่ของตัวเอง ส่วนที่จังหวัดระยองนั้นกำลังทำคอนเซ็ปต์เสนอทาง ททท. โดยคาดว่าจะออกมาเป็นคอนเซ็ปต์จัดคอนเสิร์ตเล็ก ๆ ริมชายหาด ซึ่งจะเป็นคาราวานคอนเสิร์ตที่ให้นักท่องเที่ยวขับคาราวานรถยนต์ไปดูคอนเสิร์ตริมชายหาด โดยนักท่องเที่ยวจะอยู่ในรถหรือนอกรถก็ได้ แต่ต้องอยู่ในบริเวณของตัวเองเช่นกัน

ชู “เมืองกาญจน์โมเดล” เป็นต้นแบบ

นอกจากนี้ยังมีแผนเอาโมเดลของเมืองกาญจน์มาจัดที่กรุงเทพฯ และจังหวัดอื่น ๆ ที่มีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย โดยจะเน้นจัดในพื้นที่มีลานจอดรถขนาดใหญ่ สามารถรองรับรถยนต์ได้ประมาณ 100 คัน สำหรับรองรับกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบnew norm

“ภูริวัจน์” ย้ำด้วยว่า ขณะนี้ สทน.ได้พยายามสร้างสรรค์และทำทัวร์รูปแบบใหม่ และเป็นไปตามมาตรฐาน social distancing ออกมา ซึ่งในช่วงแรกนี้จะโฟกัสพื้นที่ หรือจังหวัดท่องเที่ยวที่อยู่ในรัศมี 300 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ อาทิ เขาใหญ่ (นครราชสีมา), นครนายก, ชะอำ-เพชรบุรี, หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์, จันทบุรี, ตราด เป็นต้น เนื่องจากสามารถเดินทางด้วยรถส่วนตัวได้สะดวก


โดยจะเน้นคอนเซ็ปต์ “คาราวานกอดประเทศไทย” ในแบบ new norm เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยออกมาเดินทางท่องเที่ยว และช่วยเป็น “เครื่องยนต์” หนึ่งที่จะช่วยปลุกให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจภายในประเทศได้…

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ