ททท.ผนึกทัวร์ตลาดจีน แก้ปัญหาขายออนไลน์ต่ำกว่าทุน

ธุรกิจท่องเที่ยวปรับตัวรอบทิศ ! รับโครงสร้าง-การแข่งขันตลาดนักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยน “ททท.” รุดจับมือผู้ประกอบการท่องเที่ยวตลาดจีนผุดแนวทางการแก้ไขปัญหาขายทัวร์ออนไลน์ต่ำกว่าราคาทุน ด้าน “ไทยแอร์เอเชีย” เผยโหลดแฟกเตอร์เพิ่ม เดินหน้าปักธงตลาดจีนต่อเนื่อง รองนายกฯ “ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร” เปิดตัวเลขรายได้ท่องเที่ยว 4 เดือนแรกขยายตัวที่ 6.9%

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวจีนเป็นตลาดที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนดำเนินการเพื่อปรับโครงสร้างนักท่องเที่ยว โดยจากการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องพบว่า ราคาทัวร์มาท่องเที่ยวประเทศไทยปรับตัวไปในทิศทางที่น่าพอใจ

ขณะที่นักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ของจีนกำลังอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างนั้นผู้ประกอบการท่องเที่ยวออนไลน์ที่เจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง(Free Independent Traveler หรือ FIT) ของจีนก็ได้รับผลกระทบจากการขาย สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวตัดราคาของออนไลน์แทรเวลเอเย่นต์ (OTA) จีน

ผุดชมรมธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า ททท.ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ในไทยร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา จนในที่สุดได้รวมตัวกันตั้งชมรมธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ (ประเทศไทย) หรือ Online Tourism Club Thailand เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2560 ปัจจุบันมีสมาชิก 44 ราย ประกอบด้วยผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวตลาดออนไลน์จำนวน 19 ราย และผู้ประกอบการแหล่งท่องเที่ยวจำนวน 25 ราย

ทั้งนี้ ททท.มีแนวทางสนับสนุนการดำเนินงานของชมรมธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ ได้แก่ 1.ช่วยประชาสัมพันธ์ Walk In Rate ของสมาชิกชมรมในทุกช่องทางสื่อสารที่ ททท. มีอยู่ 2.จัดโรดโชว์เฉพาะกลุ่มที่ขายผ่านออนไลน์ 3 เมืองในประเทศจีน ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กว่างโจว เพื่อให้มีโอกาสพบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อ รวม 10 เว็บไซต์ที่ประเทศจีน


3.ททท.จะเป็นพยานในการลงนาม MOU ระหว่างชมรมธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ (ประเทศไทย) กับ OTA ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยให้ สนง. ททท. 5 แห่ง ช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวดังกล่าว และ 4.เปิดโอกาสให้มีการรับรู้ในวงกว้างเกี่ยวกับชมรมธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ (ประเทศไทย) ในงานต่าง ๆ อาทิ ไทยแลนด์ แทรเวล มาร์ท พลัส (TTM Plus) 2017 เชียงใหม่, CITM นครคุนหมิง รวมถึงงานโรดโชว์และเทรดโชว์อื่น ๆ

“ความร่วมมือของภาคเอกชนและ ททท.ครั้งนี้มีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากเป็นการตอกย้ำและส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ การซื้อขายสินค้าออนไลน์เป็นไปตามกลไกการตลาด อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการขายตัดราคาในตลาดออนไลน์ ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยต่อไป” ผู้ว่าการ ททท.กล่าว

“แอร์เอเชีย” เปิดจุดบินต่อเนื่อง

ด้านนายสันติสุข คล่องใช้ยา ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวจีนขณะนี้เริ่มปรับตัวดีขึ้นแล้ว เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของ

ปี 2559 ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมาย โดยจุดหมายที่รับนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มกรุ๊ปทัวร์เป็นหลัก ปัจจุบันเริ่มมีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (โหลดแฟกเตอร์) เฉลี่ยที่ดี เช่น เส้นทางอู่ตะเภา-หนานชาง อยู่ในระดับ 80-90%

“ที่ผ่านมา ความต้องการเที่ยวไทยของนักท่องเที่ยวจีนไม่ได้ลดลง แต่ที่มีผลชัดเจนคือการปรับตัวของบริษัทนำเที่ยวด้านการทำราคาแพ็กเกจทัวร์มากกว่า โดยไทยแอร์เอเชียยังมีแผนเปิดเส้นทางใหม่สู่จีนอีกราว 2 เส้นทาง เป็นเส้นทางใหม่ที่ไม่เคยให้บริการมาก่อน และบินตรงจากศูนย์กลาง (ฮับ) การบินในภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เช่น เชียงใหม่” นายสันติสุขกล่าว

นายสันติสุขกล่าวด้วยว่า การพิจารณาขยายเส้นทางไปจีนยังต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ เพราะการแข่งขันในธุรกิจการบินสูงขึ้นมาก จากทั้งสายการบินฝั่งไทยและสายการบินฝั่งจีนที่เริ่มหันมา

ขยายตลาดเส้นทางระหว่างประเทศ จากเดิมที่เน้นให้บริการแต่ในประเทศจีน ส่งผลให้โครงสร้างราคาตั๋วบินเส้นทางไปจีนเปลี่ยนแปลงไป อัตราผลตอบแทนเริ่มไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน แต่เชื่อว่าไทยแอร์เอเชียยังได้เปรียบตรงที่เข้าไปทำตลาดล่วงหน้ากว่า 10 ปี และปัจจุบันมีเส้นทางให้บริการกว่า 12 เส้นทางแล้ว

“ส่วนกรณีที่กลุ่มแอร์เอเชียได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับเอเวอร์ไบรท์ กรุ๊ป และรัฐบาลเหอหนาน ความร่วมมือจัดตั้งสายการบินโลว์คอสต์ในประเทศจีน หรือ แอร์เอเชีย ไชน่า ซึ่งจะมีฐานปฏิบัติการในนครเจิ้งโจว เมืองหลวงของมณฑลเหอหนาน ทางภาคกลางของจีน ไปเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มองว่าจะเป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการทำตลาดของไทยแอร์เอเชียในระยะยาวให้ดียิ่งขึ้น”

4 เดือนแรกท่องเที่ยวโต 6.9%

พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ (ททช.) กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วง 4 เดือนแรก (มกราคม-เมษายน)

ปี 2560 พบว่า รายได้ด้านการท่องเที่ยวเติบโต 6.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ในด้านจำนวนพบว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมากับกรุ๊ปทัวร์ลดลง 20% จากการปรับตัวเข้าสู่ทัวร์คุณภาพ

อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพราะเริ่มมีสายการบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) จากจีนเพิ่มขึ้นแล้ว

“แม้จะเริ่มมีสัญญาณของทัวร์ผิดกฎหมายกลับเข้ามาบ้าง แต่ตำรวจท่องเที่ยวได้เข้าไปตรวจจับอย่างรวดเร็วพร้อมส่งชื่อบริษัททัวร์และมัคคุเทศก์ที่มีปัญหาให้กรมการท่องเที่ยวสั่งพักหรือถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจทันทีและในวันที่ 13-16 มิถุนายนนี้ จะมีการหารือกับผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (ซีเอ็นทีเอ) เพื่อหามาตรการดูแลอย่างเข้มงวดต่อไป โดยเฉพาะการตรวจรายชื่อบริษัทนำเที่ยวต้นทางว่ามีการขายต่ำกว่าทุนหรือไม่” พลเอกธนะศักดิ์กล่าว

และว่า ประชุม ททช.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้อนุมัติให้ปี 2561 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยเตรียมแสดงศักยภาพให้ทั่วโลกเห็นว่าไทยเป็นจุดหมายที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับด้านการท่องเที่ยวจนติดอันดับโลก

อาทิการได้รางวัลแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม และการได้รางวัลสุดยอดอาหารริมทาง (สตรีตฟู้ด) เชื่อว่าการประกาศครั้งนี้จะกลายเป็นจุดดึงดูดสำคัญที่จะช่วยผลักดันรายได้การท่องเที่ยวของไทยให้สูงขึ้น โดยเบื้องต้นตั้งเป้าหมายว่าปีหน้าจะมีรายได้เติบโตจากปีนี้ประมาณ 10% หรือประมาณ 2.97-3.0 ล้านล้านบาท

Previous articleค่าเงินบาทเทรนด์อ่อนค่า เปิดตลาด 34.06 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
Next articleปตท.รุกปั๊มน้ำมันเพื่อนบ้าน ชู “จิฟฟี่” หัวหอกลุยค้าปลีกดึงลูกค้า