ก.ท่องเที่ยวดันต่อ “ภูเก็ตโมเดล” ให้สิทธิ์ “ไทยแลนด์ลองสเตย์” ดึงกลุ่มพักยาว

Nai Yang Beach is located in Sirinat National Park, Phuket

“รมว.พิพัฒน์” เร่งเดินหน้า “ภูเก็ตโมเดล” เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เตรียมเปิด 2 แนวทางหลัก ให้สิทธิ “ไทยแลนด์ ลองสเตย์” เป็นตัวแทนบริหารจัดการนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาพักในไทยระยะยาว คาดดีเดย์กลางเดือนกันยายนนี้ ก่อนเปิดให้ต่างชาติเข้ามาตามภูเก็ตโมเดล1 ตุลาคมนี้ เชื่อ ต.ค. 63 – มี.ค. 64ดึงต่างชาติเข้ามาได้ราว 2 ล้านคนด้านสมาคมแอตต้าเตรียมเสนอเปิดให้กลุ่ม “นักท่องเที่ยวปลอดภัย” ในโซนเอเชียด้วยเหตุเดินทางง่าย ใช้จ่ายสูง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวภายใต้คอนเซ็ปต์ “ภูเก็ต โมเดล” ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) หรือ ศบศ.ไปแล้ว ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ

วันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมาก็เห็นชอบในหลักการแล้วเช่นกัน เหลือเพียงแค่การพิจารณาของศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) หรือ ศบศ. (ชุดใหญ่) เท่านั้น ซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถสรุปได้ในอีกไม่เกิน 2 สัปดาห์นี้

ให้ “ไทยแลนด์ ลองสเตย์” นำร่อง

นายพิพัฒน์กล่าวด้วยว่า สำหรับ “ภูเก็ตโมเดล” นั้นขณะนี้ได้เพิ่มการดำเนินงานเป็น 2 รูปแบบประกอบด้วย1.ดำเนินการผ่านบริษัทไทยแลนด์ ลองสเตย์ หรือบริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด (THAI LONGSTAY MANAGEMENT) รูปแบบนี้เป็นนักท่องเที่ยวที่แจ้งความประสงค์จะเข้ามาในประเทศไทย โดยขอกักตัวเอง14 วันในรูปแบบ ASQ (alternative statequarantine) หรือกักตัวอยู่ในห้องของโรงแรมที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล โดยจ่ายค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด เมื่อครบ 14 วันก็สามารถเดินทางภายในจังหวัดได้ แต่หากต้องการเดินทางข้ามจังหวัดก็ต้องกักตัวรวมเป็น 21 วัน

และ 2.ดำเนินการแบบทั่วไป ซึ่งเป็นภูเก็ตโมเดลเดิมที่ผ่านการเห็นชอบของ ศบศ.แล้ว โดยเป็นลักษณะของการกักตัวในพื้นที่ของโรงแรม หรือเรียกว่า area quarantine โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ,สาธารณสุข, คมนาคม และมหาดไทย จะลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในวันที่ 5-6 กันยายนนี้ เพื่อลงไปทำประชาวิจารณ์ความเห็นของประชาชนในพื้นที่ว่าคนภูเก็ตเห็นด้วยหรือไม่ หากทุกฝ่ายเห็นด้วยรูปแบบนี้น่าจะเริ่มดำเนินการได้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

“ในรูปแบบแรกนั้นบริษัทไทยแลนด์ ลองสเตย์จะเป็นบริษัทที่ทำเรื่องทั้งหมด คือ ตั้งแต่นักท่องเที่ยวส่งประวัติมาทำเรื่องขอวีซ่า ฯลฯ รวมทั้งซื้อประกัน ตรวจโดวิด บริษัทนี้จะเป็นผู้เดินเรื่องให้ทั้งหมดในประเทศไทย ซึ่งจะต่างจากรูปแบบที่ 2 ซึ่งนักท่องเที่ยวเข้ามาเองและใช้ภูเก็ตเป็น area quarantineซึ่งหมายความว่าเขาต้องอยู่ภายในบริเวณโรงแรม 14 วัน” นายพิพัฒน์กล่าว

ดีเดย์กลางเดือนกันยาฯนี้


นายพิพัฒน์กล่าวต่อไปอีกว่า ในการดำเนินการนั้นรูปแบบแรกซึ่งดำเนินการผ่านบริษัทไทยแลนด์ ลองสเตย์ โดยขอกักตัวเอง 14 วันในรูปแบบ ASQ น่าจะสามารถทำได้ก่อน เนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีผ่านความเห็นชอบไปแล้ว ขณะนี้ได้สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการแล้วเพราะมีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งที่ประสงค์จะเข้ามาพักในไทย 2-3 เดือนได้ลงชื่อเข้ามาแล้ว โดยคาดว่าน่าจะประมาณกลางเดือนกันยายนนี้ ส่วนการดำเนินการในรูปแบบarea quarantine นั้นยังไม่ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องนำเข้าไปพิจารณาในที่ประชุม ศบค. (ชุดใหญ่) ก่อนที่จะนำเสนอขอมติเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.อีกครั้ง

“ที่เราทำรูปแบบผ่านไทยแลนด์ลองสเตย์นั้น เพราะมองว่าจะเป็นโมเดลที่ทำให้คนไทยเห็นว่าเราดำเนินงานแบบไหน ควบคุมอย่างไร และนักท่องเที่ยวที่แสดงความจำนงเข้ามาก็ไมใช่กลุ่มติดเชื้อ ซึ่งหากการดำเนินงานเรียบร้อยเมื่อเราเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในรูปแบบกักตัวตามพื้นที่ คนไทยที่เกี่ยวข้องก็จะมีความสบายยิ่งขึ้น”นายพิพัฒน์กล่าว

อย่างไรก็ตาม โมเดลการกักตัวแบบ area quarantine นั้นทางกระทรวงจะพิจารณาใช้พื้นที่ที่เป็นเกาะมารองรับก่อน เช่น ภูเก็ต, กระบี่, สมุย (สุราษฎร์ธานี) รวมถึงเกาะช้าง (ตราด) ด้วย เนื่องจากบริหารจัดการได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ

“หากเราสามารถดำเนินการภูเก็ตโมเดลได้ทั้ง 2 รูปแบบ เราค่อนข้างมั่นใจว่าในช่วงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 นี้ไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2564 น่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาได้ที่ราว 2 ล้านคน” นายพิพัฒน์ย้ำ

“แอตต้า” ชงดึงกลุ่มเอเชียเสริม

ด้านนายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) กล่าวว่า จากแนวทางของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ต้องการจะเปิดการเดินทางระหว่างประเทศแบบมีเงื่อนไข โดยนำร่องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้นทางสมาคมแอตต้าเห็นด้วยและสนับสนุนการดำเนินการโครงการดังกล่าวอย่างเต็มที่ แต่ด้วยเงื่อนไข

ที่จะต้องกักตัว 14 วันอาจทำให้นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียที่ถือเป็นกลุ่มศักยภาพตัดสินใจเดินทางยาก เนื่องจากมีระยะพำนักสั้นไม่สะดวกกักตัว 14 วัน ดังนั้น สมาคมแอตต้าจึงเตรียมเสนอให้ภาครัฐพิจารณาเปิดการเดินทางท่องเที่ยวใน “กลุ่มท่องเที่ยวปลอดภัย” ให้นักท่องเที่ยวจากเมืองหรือประเทศที่ไม่มีผู้ติดเชื้อเกิน 60 วัน สามารถเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน โดยเป็นการกำหนดพื้นที่ท่องเที่ยวเฉพาะแบบปิดเช่นเดียวกับที่กำลังจะเดินหน้านำร่องในจังหวัดภูเก็ต และอาจขยายพื้นที่ไปในจังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ ของไทย อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย พัทยา ฯลฯ และกำหนดให้นักท่องเที่ยวเดินทางในพื้นที่จังหวัดดังกล่าวเท่านั้น

“การเปิดการเดินทางในลักษณะนี้ก็เหมือนกับการเปิดการเดินทางภายในประเทศด้วยการให้คนจากประเทศที่ไม่มีผู้ติดเชื้อเกิน 60 วันเดินทางสู่ภูเก็ต ก็เหมือนกับให้คนกรุงเทพฯเดินทางไปเที่ยวภูเก็ต เพราะกรุงเทพฯก็ไม่มีผู้ติดเชื้อยาวนานแล้ว ไม่ต่างกับกลุ่มประเทศและเมืองที่เสนอให้สามารถเข้าร่วมโครงการกลุ่มท่องเที่ยวปลอดภัยได้ และการกำหนดให้มีการตรวจเชื้อก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อเดินทางมาถึงก็จะยิ่งสร้างความมั่นใจไปอีกขั้น” นายวิชิตกล่าวและว่า ทางสมาคมแอตต้าเตรียมนำเสนอเรื่องนี้ต่อกระทรวงการท่องเที่ยวฯให้เร็วที่สุด

หวั่นตกงานอีกกว่า 2 ล้านคน

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากหลายพื้นที่ที่ตรงตามเงื่อนไขมีดีมานด์พร้อมเดินทางทันทีจำนวนมากในหลายประเทศ อาทิ จีน ไต้หวัน เวียดนาม ฯลฯซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ กระหายการเดินทาง เพียงแต่มีระยะพำนักสั้นไม่เกิน 7 วัน และเชื่อว่าการเปิดการเดินทางในกลุ่มท่องเที่ยวปลอดภัยนี้จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าสู่ประเทศไทย สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว


นายวิชิตยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า หากประเทศไทยยังไม่สามารถเปิดการเดินทางให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้ในไตรมาส 4 นี้ เชื่อว่าจะมีแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่จะต้องตกงานอีกกว่า 2 ล้านคน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ