การบินไทยหมดสิทธิ์บริหารภาคพื้นสนามบินภูเก็ต การท่าฯ ส่ง AOTGA เสียบแทน

การท่าฯ เผยการบินไทยหมดสิทธิ์เป็นคู่สัญญาให้บริการภาคพื้น-คลังสินค้าสนามบินภูเก็ตตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ปี 2562 เหตุต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ส่ง AOTGA บริษัทในเครือบริหารแทน

รายงานข่าวจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า ตามที่ AOT ได้ให้สิทธิประกอบการบริการภาคพื้น ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) แก่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีอายุสัญญาตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2563 – 29 เมษายน 2564 โดยได้ผูกอยู่กับสัญญาอนุญาตให้บริการคลังสินค้า ณ ทภก.ด้วยนั้น

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 บริษัทการบินไทยได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ทำให้ไม่มีสิทธิได้รับเลือกเป็นคู่สัญญาของรัฐตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง ลักษณะของเอกชนที่ไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุน พ.ศ.2562 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2562

โดยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 การบินไทยได้มีหนังสือขอต่ออายุสัญญาประกอบการฯ แต่เนื่องจากจะขัดกับประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนฯ ข้างต้น ดังนั้น AOT จึงไม่สามารถพิจารณาการให้สิทธิดำเนินการประกอบกิจการทั้ง 2 กิจกรรมแก่การบินไทยต่อเนื่องได้

ซึ่ง AOT ได้แจ้งประเด็นดังกล่าวให้การบินไทยรับทราบแล้วในการประชุมร่วมกันระหว่าง AOT และการบินไทยมาโดยตลอด ได้แก่ 1.การประชุมเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2563 2.การประชุมเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2564 และ 3.การประชุมเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 ซึ่งการบินไทยรับทราบปัญหา แต่มิได้ดำเนินการใด ๆ ตามกระบวนการกฎหมายจนสัญญาหมดอายุลง

ทั้งนี้ ปัจจุบันได้มีประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง ลักษณะของเอกชนที่ไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 โดยยกเว้นให้นิติบุคคลที่ยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการหรือถูกศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ แต่เป็นนิติบุคคลที่หน่วยงานของรัฐมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละ 25 และเป็นหรือเคยเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐในกิจการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนฯ พ.ศ.2562 สามารถร่วมลงทุนกับหน่วยงานรัฐได้

แต่การให้สิทธิประกอบการยังคงต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดในมาตรา 9 ฯ โดย AOT มีความยินดีและพร้อมที่จะพิจารณาให้สิทธิการบินไทยประกอบกิจการตามขั้นตอนของกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การให้บริการภาคพื้นและคลังสินค้า ณ ทภก.เป็นกิจกรรมที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการให้บริการของสนามบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมให้บริการภาคพื้น ซึ่งมีการบินไทยเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียว หากสิ้นสุดสัญญา ณ วันที่ 29 เมษายน 2564 จะไม่มีผู้ประกอบการรายใดให้บริการเลย

และ AOT มีความกังวลในเรื่องความพร้อมในการให้บริการของการบินไทย ทั้งในส่วนของอุปกรณ์ และบุคลากร ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการให้บริการได้ทันทีที่เที่ยวบินระหว่างประเทศเริ่มกลับมาทำการบินตามปกติ อันจะกระทบต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจและการเปิดประเทศ

ดังนั้น เพื่อสร้างเสถียรภาพในการดำเนินกิจการให้บริการภาคพื้นและคลังสินค้า ณ ทภก.ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก และเพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นกับประเทศโดยรวม AOT จึงจำเป็นต้องให้บริษัท AOTGA หรือ บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด บริษัทในเครือ ซึ่งมีความพร้อมเข้าประกอบกิจการแทน และเพื่อรองรับในทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น แม้ว่าการประกอบการของบริษัท AOTGA ในปัจจุบันจะอยู่ในสภาวะขาดทุนก็ตาม

ทั้งนี้ เมื่อผู้โดยสารกลับมาเป็นปกติและสามารถทำกำไรได้แล้ว การบินไทยสามารถร่วมทุนกับ AOT ในกิจกรรมดังกล่าวได้ ซึ่งคณะกรรมการ AOT ได้มีมติเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2563 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปิดโอกาสให้การบินไทยสามารถเข้าร่วมลงทุนกับบริษัทร่วมของ AOT ได้ในอนาคต หรือหากไม่ประสงค์จะร่วมทุนฯ การบินไทยก็สามารถยื่นความจำนงเข้าขอประกอบกิจการตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนดได้ต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ