หวั่น “ไทยเที่ยวไทย” สะดุดกฎเดินทางข้ามจังหวัด

ไทยเที่ยวไทย

เตรียมเปิดระบบให้ลงทะเบียนในวันที่ 24 กันยายนนี้แล้ว สำหรับโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 จำนวน 2 ล้านสิทธิ์ (รัฐสนับสนุนค่าโรงแรม 40%) และโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย” เที่ยวผ่านทัวร์จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ (รัฐสนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท) โดยเปิดเดินทางตั้งแต่ 15 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2564 นี้

แหล่งข่าวในธุรกิจสายการบินรายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดภายในประเทศที่ยังคงอัตราสูงต่อเนื่อง ทำให้เดือนกันยายนนี้ซึ่งเป็นเดือนแรกของการคลายล็อก บรรยากาศการเดินทางภายในประเทศยังไม่คึกคักนัก แต่ก็คาดหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นหลังจากรัฐบาลเปิดโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศทั้ง 2 โครงการ ในกลางเดือนตุลาคมนี้

อย่างไรก็ตาม ด้วยมาตรการและเงื่อนไขการเดินทางระหว่างจังหวัดที่เข้มข้น โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวหลัก อาทิ ภูเก็ต ที่กำหนดมาตรการเข้า-ออกสำหรับคนไทยที่เข้มข้น และเป็นเงื่อนไขเดียวกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามา ทำให้เป็นอุปสรรคสำหรับการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

สอดรับกับ “ชำนาญ ศรีสวัสดิ์” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่กล่าวว่า กรณีมาตรการเข้าเมืองภูเก็ตที่ระบุว่า คนไทยที่ต้องการเดินทางไปเข้าภูเก็ตนั้น นอกจากต้องเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดส หรือมีผลตรวจโควิดก่อนเดินทางไม่เกิน 72 ชั่วโมงแล้ว ยังต้องมีเอกสารการจองโรงแรม ที่พักด้วยนั้นถือเป็น “อุปสรรค” หนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศแน่นอน

และเชื่อว่า จังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ คงกำหนดมาตรการการเข้า-ออกพื้นที่ที่เข้มข้นขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดในพื้นที่ หลังจากที่รัฐบาลทยอยผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น

“ตอนนี้ไม่เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้นที่สับสนกับมาตรการการเข้า-ออกเมืองท่องเที่ยวของไทย คนไทยด้วยกันเองก็สับสนเช่นกัน ไม่เพียงเท่านี้ แต่ละสนามบินก็ยังมีมาตรการใช้บริการที่ต่างกันด้วย ความสับสนที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้คนชะลอการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวออกไปก่อน”

“ชำนาญ” ยังบอกด้วยว่า สำหรับตลาดไทยเที่ยวไทยนั้น สทท.ก็ได้นำเสนอไปทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ” ด้วยเช่นกันว่า หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องควรกำหนดมาตรการเข้า-ออกจังหวัดให้เป็นมาตรการเดียวกันทั่วประเทศ เช่นเดียวกับ SOP ของแซนด์บอกซ์ในพื้นที่ต่าง ๆ


และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยทั้ง 3 ล้านสิทธิ์ จาก 2 โครงการ ด้วยการขอให้รัฐบาลสนับสนุนชุดตรวจ antigen test kit หรือ ATK จำนวน 3 ล้านชุด สำหรับ 3 ล้านคนที่จองสิทธิ์การเดินทางในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้

“ผมเสนอให้คิกออฟทั้ง 2 โครงการ ด้วยการประกาศว่า ผู้ที่จะออกเดินทางท่องเที่ยว 3 ล้านสิทธิ์นี้ เป็นกลุ่มสะอาด ไม่ออกไปแพร่เชื้อให้กับพื้นที่ที่พวกเขาจะไปเที่ยวแน่นอน เพราะทุกคนที่จะออกเดินทางต้องทำการตรวจ ATK แล้ว เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความสบายใจให้กับทั้งคนที่ออกเดินทาง และคนที่ให้บริการด้วย”

พร้อมย้ำว่า แนวทางดังกล่าวนี้นอกจากจะเป็นการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการในระดับราคาที่ไม่สูงเกินไปด้วย


ส่วนงบประมาณจัดซื้อ ATK 3 ล้านชุดนั้น มูลค่าแค่ 300-400 ล้านบาทเท่านั้น สามารถบวกเข้าไปรวมอยู่ในงบประมาณของ 2 โครงการที่เหลืออยู่ประมาณ 1 หมื่นล้านได้หรือไม่ รัฐควรนำไปพิจารณาดำเนินการต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ