สหรัฐบุกตรวจ “เซเว่น-อีเลฟเว่น” ทั่วประเทศ ปราบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย

AP Photo/Chris Carlson

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐ ปฏิบัติการจู่โจมบุกตรวจ “เซเว่น-อีเลฟเว่น” ( 7-Eleven ) เกือบ 100 แห่งในประเทศ เพื่อกวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เบื้องต้นจับกุมได้ 21 คน

เอ็นบีซี นิวส์ รายงานว่า ร้านสะดวกซื้อ “เซเว่น อีเลฟเว่น” จำนวน 98 แห่งในสหรัฐที่ตั้งอยู่บริเวณเมืองแอลเอไปจนถึงเมืองนิวยอร์ก ถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานการควบคุมศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐ (ICE) บุกตรวจการจ้างงานเเรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย โดยระบุว่าเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทเเละร้านค้าต่างๆ ว่าจ้างผู้ลักลอบเข้าเมืองไม่ถูกต้อง


จากปฏิบัติดังกล่าว ถือเป็นการทำงานครั้งใหญ่ที่สุดของ ICE นับตั้งแต่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามาบริหารประเทศเมื่อปลายเดือนม.ค. ปีที่แล้ว

“การบุกตรวจครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณแรงไปยังบรรดาธุรกิจอเมริกาในการว่าจ้างแรงงานผิดกฎหมาย” รักษาการผู้อำนวยการ ICE กล่าวเเละว่า ธุรกิจที่ว่าจ้างเเรงงานผิดกฎหมายเป็นปัจจัยทำให้เกิดการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งทางการกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อกำจัดเเม่เหล็กนี้ออกไป ขณะเดียวกันก็จะพยายามปกป้องงานให้กับพลเมืองสหรัฐ ให้มีการเเข่งขันอย่างยุติธรรม

ด้านเซเว่น อีเลฟเว่นอเมริกา ออกแถลงการณ์ถึงกรณีนี้ว่า แฟรนไชน์สสาขาของทางบริษัทนั้นถูกบริหารโดย “เจ้าของส่วนบุคคล” ซึ่งมีความรับผิดชอบโดยตรงต่อพนักงานภายในร้านแต่เพียงผู้เดียว รวมไปถึงการตัดสินใจในการเลือกว่าจ้างพนักงาน และการตรวจสอบสถานภาพการทำงานในสหรัฐ อย่างไรก็ตามทางเซเว่น อีเลฟเว่นได้ทำตามกฎหมายคนเข้าเมืองของสหรัฐ และได้ยกเลิกสัญญากับผู้ซื้อแฟรนไซนส์ที่ได้ละเมิดกฏหมายเหล่านี้

ทั้งนี้ ปฏิบัติการตรวจค้นเซเว่น-อีเลฟเว่น ของไอซีอี มีขึ้นเพียง 48 ชั่วโมง หลังรัฐบาลทรัมป์ ประกาศยุติการให้สถานะคุ้มครองชั่วคราว หรือ ทีพีเอส แก่ชาวเอลซัลวาดอร์กว่าสองแสนคน ที่เข้ามาอาศัยและทำงานในสหรัฐ โดยพวกเขาจะมีเวลาอีก 18 เดือน หรือจนถึงวันที่ 9 กันยายน ปี 2019 ที่จะต้องเดินทางออกนอกประเทศ หรือต้องหาวิธีที่จะอาศัยอยู่ในสหรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้นอาจถูกจับกุมและเนรเทศ

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐ เพิ่งยุติการให้สถานะคุ้มครองชั่วคราวแก่ชาวเฮติและชาวนิการากัวกว่าหกหมื่นคน และยังสั่งยกเลิกโครงการ “ดากา” ที่ให้ความคุ้มครองผู้อพยพวัยเยาว์กว่าแปดแสนคนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐด้วย