วุฒิฯสหรัฐเร่งเจรจาหาทางจบปัญหาชัตดาวน์-พาณิชย์ไทยมองกระทบระยะสั้น

A Senate staffer places a sign blaming U.S. President Donald Trump for shutdown of the Federal Government before a news conference with Senate Minority Leader Chuck Schumer (D-NY) on Capitol Hill in Washington, U.S., January 20, 2018. REUTERS/Joshua Roberts

วุฒิฯสหรัฐเร่งเจรจาหาทางจบปัญหาชัตดาวน์-พาณิชย์ไทยมองกระทบระยะสั้นหน่วยงานศุลกากร-ตม.สหรัฐ- งานบริการด้านกงสุลยังทำงานปกติ

หลังจากเกิดกรณีภาวะชัตดาวน์จากการที่สมาชิกจากพรรคเดโมแครต และรีพลับลิกันไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ในเรื่องกฎหมายบประมาณสหรัฐปี 2561 และกฎหมายเกี่ยวกับประเด็นนโยบายคนเข้าเมือง ส่งผลให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ บางส่วน ต้องปิดทำการ หรือ Government Shutdown ต่อเนื่องจนถึงขณะนี้

มีรายงานล่าสุดว่า วุฒิสมาชิกสายกลางจากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน พยายามหาทางออกเพื่อยุติภาวะชัตดาวน์ ก่อนที่รัฐสภาสหรัฐจะโหวตร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวอีกครั้งในเที่ยงวันจันทร์ของสหรัฐ หรือเวลา 24.00 น.ตามเวลาไทยในวันอังคาร โดยวุฒิสมาชิกสายกลางจากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน อยู่ระหว่างเดินหน้าหาทางออกเพื่อให้รัฐบาลมีงบประมาณในการบริหารประเทศต่อไปจนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์

ทั้งนี้ มีข้อเสนอ ให้แยกลงมติโครงการคุ้มครองผู้อพยพวัยเยาว์ที่เดินทางเข้ามาในสหรัฐ ซึ่งเป็นโครงการที่ริเริ่มในปี 2555 แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศยกเลิกโครงการดังกล่าวเมื่อปีที่แล้ว พร้อมเสนอให้นำโครงการอื่นมาใช้แทน

A sign announcing the closure of the Statue of Liberty, due to the U.S. government shutdown, sits near the ferry dock to the Statue of Liberty at Battery Park in Manhattan, New York, U.S. January 21, 2018. REUTERS/Shannon Stapleton

ขณะที่การชัตดาวน์ของสหรัฐนั้น จะกระทบกับประเทศไทยแค่ไหนนั้น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กล่าวว่า อยู่ระหว่างติดตามอย่างใกล้ชิด โดยในเบื้องต้นประเมินว่าการชัตดาวน์ได้เริ่มตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 20 มกราคม 2561 ตามเวลาสหรัฐฯน จะไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ยังคงทำงานต่อเนื่อง เพราะถือเป็นตำแหน่งจำเป็นที่หากหยุดดำเนินการแล้วจะส่งผลต่อความปลอดภัยต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชนสหรัฐฯ โดยหน่วยงานจำเป็น เช่น หน่วยงานด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง งานบริการด้านกงสุลและสถานทูตสหรัฐฯ ในต่างประเทศ ควบคุมการบิน ไปรษณีย์ กลาโหมและการรักษาความปลอดภัย รัฐสภา และศาล เป็นต้น

Advertisment

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามการวิเคราะห์ผลกระทบของการชัตดาวน์ของสหรัฐฯ ที่ประเมินโดยสถาบันวิจัยต่างๆ ของสหรัฐฯ พบว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ของไตรมาสที่ 1 อาจลดลง 0.2% รวมทั้งส่งผลต่อค่าเงินสหรัฐฯ อัตราแลกเปลี่ยนผันผวน และอัตราเงินเฟ้ออาจขยายตัวสูงขึ้น

นอกจากนี้ มีการประมาณการว่าจะมีพนักงานและเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบประมาณ 1 ล้านคน และอาจกระทบต่อการจ้างงานของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของภาครัฐ อย่างไรก็ดี หากชัตดาวน์มีระยะเวลายาวนานเป็นหลายสัปดาห์อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของสหรัฐฯ เนื่องจากอุทยานแห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศจะปิดทำการ

รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า สำหรับผลกระทบต่อไทยนั้น กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่าการชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ในเบื้องต้น จะไม่กระทบการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ รวมทั้งการเดินทางเข้า-ออก สหรัฐฯ ของนักธุรกิจไทย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยังคงทำงานต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี อาจมีความล่าช้าในการประสานงานกับหน่วยงานสหรัฐฯ บางแห่งบ้าง

สำหรับกรณีการชัตดาวน์เป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดการชะลอการนำเข้าสินค้าจากไทย เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการดำเนินกิจกรรมทางการค้าของผู้นำเข้าสหรัฐฯ รวมทั้งนักธุรกิจและผู้บริโภคสหรัฐฯ จะลดปริมาณการใช้จ่ายลงได้

Advertisment

“สถานการณ์ดังกล่าว ไม่น่าจะยืดเยื้อหลายสัปดาห์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการวางแผนล่วงหน้าสำหรับทำการค้ากับสหรัฐฯ ในสถานการณ์เช่นนี้ต่อไป” นายสนธิรัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ การผ่านร่างกฎหมายงบประมาณปี 2561 ของสหรัฐฯ ต้องได้มติสนับสนุน 60 เสียงจาก 100 เสียงของ ส.ว. แต่พรรครีพับบลิกันมีที่นั่งในสภา 52 เสียง จึงทำให้การลงมติผ่านร่างกฎหมายไม่ถึง 60 เสียง โดยประเด็นที่พรรคเดโมแครตนำมาต่อรอง คือ ต้องการให้ร่างกฎหมายงบประมาณผนวกรวมเรื่องการต่ออายุโครงการ Deferred Action for Childhood Arrivals (DACA) ซึ่งเป็นโครงการภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโอบามาออกไป เนื่องจากเมื่อปี 2560 รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ ได้ประกาศยกเลิกการคุ้มครองเยาวชนจากครอบครัวผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งเคยช่วยให้คนเหล่านี้เกือบ 8 แสนคนสามารถเรียนและทำงานได้ในสหรัฐฯ

สำหรับการชัตดาวน์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ อย่างไรก็ตามได้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 18 ครั้ง ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1-17 ตุลาคม 2556 ในสมัยของประธานาธิบดีบารัค โอบามา