อเมริกา-ยุโรปนั่งไม่ติด จีน “ฮุบ” ตลาด “ลิเทียม”

รถยนต์ไฟฟ้า
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ในโลกปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวล้ำหน้าไปมาก อุปกรณ์สื่อสารไร้สายนานาชนิด แทบจะกลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตที่ขาดไม่ได้ เมื่อผนวกเข้ากับทิศทางใหญ่ของโลกที่ต้องการแก้ปัญหาโลกร้อด้วยการใช้พลังงานสะอาด ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากำลังจะเข้ามาแทนที่รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่ต้องการแร่ “ลิเทียม” ในการผลิตแบตเตอรี่เพื่อเป็นพลังงานขับเคลื่อนอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังกล่าว

ความสำคัญของแร่ลิเทียมมีมากถึงขนาดมีผู้ขนานนามว่า “ทองคำสีขาว” หรือ white gold ที่ใคร ๆ ก็อยากมีในครอบครอง เพราะมันนำมาซึ่งความรวย หรือความได้เปรียบนั่นเอง ใครอ่านอนาคตได้ขาดกว่า เคลื่อนไหวเร็วกว่า ก็จะสามารถเข้าครอบครอง “แหล่งแร่” ชนิดนี้ได้มากกว่าคนอื่น ซึ่งจีนถูกระบุว่าเป็น “เสือปืนไว” ในเรื่องนี้

“ไซมอน คลาร์ก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) อเมริกัน ลิเทียม ให้สัมภาษณ์กับสื่ออเมริกันเมื่อเร็ว ๆ นี้ ยอมรับกึ่ง ๆ บ่นว่า ต้องชมเชยจีนที่เล่นเกมเรื่องลิเทียมได้ยอดเยี่ยม เพราะเดินเกมมาหลายสิบปีแล้วในการคว้าแหล่งแร่ลิเทียมชั้นยอดทั่วโลกมาเป็นของตนเอง จนทำให้จีนอยู่ในฐานะแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมนี้

“จีนเคลื่อนไหวมาหลายสิบปีแล้วอย่างเงียบ ๆ ในการล็อกแหล่งแร่มีค่าที่ดีที่สุดของโลกเอาไว้ และพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยีลิเทียมอิออนอย่างหลากหลาย พวกเราต่างหากที่ช้ามากในการตอบสนอง แต่การที่อเมริกามีกฎหมายลดเงินเฟ้อออกมา และอีกหลายมาตรการสะท้อนให้เห็นว่าเราเริ่มจะตื่นตัวในเรื่องนี้”

ซีอีโอของอเมริกัน ลิเทียม ระบุว่า คิดว่าตอนนี้จีนอยู่ในตำแหน่งครอบงำตลาดลิเทียม อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าประเทศอื่น ๆ เริ่มจะสู้กลับ เพื่อลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากจีนแล้ว

ความกังวลเรื่องสถานะของจีนในตลาดลิเทียม ยังเห็นได้จากคำพูดของ “เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน” ประธานกรรมาธิการยุโรป เมื่อเดือนก่อนที่ว่า อีกไม่นานลิเทียมและแร่หายากหลายชนิดจะมีความสำคัญกว่าน้ำมันและก๊าซ ดังนั้น 
พวกเราจะต้องจัดหาแร่เหล่านี้ให้เพียงพอ พร้อมกับเน้นย้ำให้เห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมการแปรรูปแร่

“ทุกวันนี้จีนเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมการแปรรูปในระดับโลก แร่หายากเกือบ 90% และลิเทียม 60% ถูกแปรรูปในจีน”

หลังจากตระหนักว่าจีนกำลังจะครอบงำตลาดโลก ทำให้หลายบริษัทในยุโรปเริ่มวางแผนจะขุดลิเทียม เช่น อีเมอรีส์ บริษัทเหมืองแร่รายใหญ่ในปารีส มีโครงการจะขุดลิเทียมบริเวณภาคกลางของฝรั่งเศส ขณะเดียวกัน ในส่วนของอังกฤษก็จะมีการตั้งโรงงานสกัดลิเทียมแห่งแรกและใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือของประเทศ

ตามข้อมูลขององค์การพลังงานระหว่างประเทศระบุว่า จีนมีส่วนแบ่งด้านซัพพลายลิเทียมประมาณ 60% ของโลก อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมอิออน ถึง 75% ของการผลิตรายงานข่าวระบุว่า บริษัทเหมืองแร่จีน
หลายแห่งกำลังพยายามที่จะเพิ่มการเข้าถึงแหล่งแร่ลิเทียม

Advertisement

เพื่อตอบสนองความต้องการแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง เช่น บริษัทกานเฟิง, สูโจว ทีเอแอนด์เอ และบีวายดี ล้วนแตพยายามจะเข้าซื้อสิทธิการทำเหมืองลิเทียมในอเมริกาใต้และแอฟริกา

สำหรับ “กานเฟิง ลิเทียม” ซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ป้อนให้กับรถยนต์ไฟฟ้าเทสลา แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์เสิ่นเจิ้นว่า ได้ตกลงซื้อสิทธิการทำเหมืองในอาร์เจนตินามูลค่าราว 962 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนั้น บริษัทยังถือหุ้น 50% ในโครงการเกี่ยวกับลิเทียมในประเทศมาลี และถือหุ้น 55% ในไอร์แลนด์ รวมถึงมีหุ้นในเม็กซิโก

ส่วนในทวีปแอฟริกานั้น ตามข้อมูลของนักวิเคราะห์ชี้ว่า โครงการใหม่เกี่ยวกับลิเทียมที่ประกาศออกมาในทวีปแอฟริการอบ 2 ปีที่ผ่านมานั้น 6 ใน 8 โครงการมีบริษัทจีนเป็นเจ้าของทั้งหมด หรือไม่ก็บางส่วน

“โทมัส แชนด์เลอร์” นักวิเคราะห์ของเอสเอฟเอ ออกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า ในระยะกลางโลกยังต้องพึ่งพาซัพพลายลิเทียมจากจีน เนื่องจากเป็นรายใหญ่ของโลก ทั้งด้านการผลิตและแปรรูปลิเทียม