“เกาหลีใต้” จับกุมอดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง

'เกาหลีใต้'จับกุมอดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง ปธน.ขุดคดีทหารโสมเหนือสังหารเจ้าหน้าที่
'เกาหลีใต้'จับกุมอดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง ปธน.ขุดคดีทหารโสมเหนือสังหารเจ้าหน้าที่

“เกาหลีใต้” จับกุมอดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง ปธน.ขุดคดีทหารโสมเหนือสังหารเจ้าหน้าที่

วันที่ 4 ธันวาคม 2565 ข่าวสด รายงานว่า เอเอฟเผย ทางการเกาหลีใต้จับกุมนายซู ฮุน อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ หน่วยงานด้านความมั่นคง ในอดีตรัฐบาลของนายมุน แจอิน ฐานต้องสงสัยปกปิดเหตุการณ์แวดล้อมคดีฆาตกรรมเจ้าหน้าที่การประมงชาวเกาหลีใต้ ที่ถูกสังหารโดยทหารเกาหลีเหนือเมื่อปี 2563

นับเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนแรกจากทำเนียบอดีตประธานาธิบดีมุน แจอิน ซึ่งถูกจับกุมในคดีดังกล่าว หลังจากนายยุน ซุกยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กำลังขยายการสอบสวนเป็นคดีที่ถูกทำให้เป็นการเมืองอย่างสูงจากข้อกล่าวหาว่า รัฐบาลชุดก่อนจัดการการสอบสวนคดีอย่างไม่ถูกต้องเพื่อประจบประแจงเอาใจเกาหลีเหนือ

นายซู ฮุน หัวหน้าหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้สั่งการให้ทำลายรายงานข่าวกรองเพื่อปกปิดการสังหารนายอี แทจุน เจ้าหน้าที่การประมง ซึ่งเสียชีวิตใกล้พรมแดนทางทะเลระหว่างสองเกาหลี รวมถึงถูกกล่าวหาว่า ชักใยหลักฐานเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวอ้างอันอื้อฉาวว่า เจ้าหน้าที่การประมงหาทางที่จะแปรพักตร์ หลบหนีไปเกาหลีเหนือ

ด้านนายคิม จองมิน ผู้พิพากษาศาลเขตกลางในกรุงโซลออกหมายจับนายซูเมื่อวันเสาร์ที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยอ้างถึงความรุนแรงของอาชญากรรม สถานะของผู้ต้องสงสัยและความเสี่ยงในการทำลายหลักฐานในคดี

นายปัก จุงฮา โฆษกพรรคพลังประชาชนของประธานาธิบดียุนออกแถลงการณ์ยืนยันการจับกุมอดีตหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ โดยระบุว่า ถูกจับกุมเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 3 ธ.ค. ซึ่งกล่าวหานายซูว่า ล้มเหลวที่จะคุ้มครองและละเลยเจ้าหน้าที่การประมงขณะอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคง

ทั้งนี้เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา นายซู วุค อดีต รมว.กระทรวงกลาโหม และนายคิม ฮองฮี อดีตหัวหน้ายามชายฝั่งถูกจับกุมในคดีนี้เช่นกัน

ประธานาธิบดียุนวิพากษ์วิจารณ์แนวทางพิราบของรัฐบาลนายมุนอย่างรุนแรง ซึ่งกล่าวหาว่านายมุนเอาใจเกาหลีเหนือ แต่พรรคฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ระบุว่า การสอบสวนคดีนี้เป็นการแก้แค้นทางการเมืองต่อรัฐบาลนายมุน

สำหรับคดีนี้ ทหารเกาหลีเหนือหลายนายลงมือยิงนายอีเสียชีวิต จากนั้นจุดไฟเผาร่างบริเวณใกล้พรมแดนทางทะเลของสองประเทศเมื่อปี 2563 ซึ่งในขณะนั้น รัฐบาลนายมุนระบุผลการสอบสวนเบื้องต้นจากหน่วยงานยามชายฝั่งว่า นายอีพยายามหลบหนีไปเกาหลีเหนือ เนื่องจากประสบปัญหาครอบครัวและติดหนี้การพนัน แต่พี่ชายนายอีวิพากษ์วิจารณ์ผลการสอบสวนอย่างรุนแรงหลายครั้งว่า นายอีจะไม่มีวันเลือกไปใช้ชีวิตในเกาหลีเหนือ

Advertisement