หุ้น VinFast ผันผวนแรง เทรดวันที่ 3 เจ้าของบริษัทรวยน้อยลง 40% จากวันแรก

VinFast
ภาพโดย Nhac NGUYEN / AFP

วินฟาสต์ ออโต้ (VinFast Auto Ltd.) บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าจากเวียดนามเข้าเทรดในตลาดหุ้นสหรัฐวันแรกเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2023 ราคาพุ่งแรงอย่างน่าประหลาดใจ ทำให้เจ้าของบริษัทมั่งคั่งขึ้นเกือบ 40,000 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว แต่ในวันที่สองและสามราคาก็ร่วงลง ทำให้ความมั่งคั่งของเจ้าของหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง

หลังจากวินฟาสต์ ออโต้ (VinFast Auto Ltd.) บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าจากเวียดนามเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq Global Select Market ในสหรัฐอเมริกา และเข้าเทรดวันแรกเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2023 แล้วทำผลงานได้อย่างน่าประหลาดใจ ราคาหุ้น VFS ทำราคาสูงสุดถึงหุ้นละ 38.59 ดอลลาร์ ณ จุดหนึ่งของการซื้อขายในวันแรก

ตามการรายงานของบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ณ จุดที่ราคาหุ้นของวินฟาสต์อยู่ที่ 37.05 ดอลลาร์นั้น มูลค่าตามราคาตลาดหรือมาร์เก็ตแคปของบริษัทอยู่ที่ 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีการเปรียบเทียบว่าสูงกว่ามูลค่าของบริษัทรถยนต์รายใหญ่หลายราย อย่างบีเอ็มดับเบิลยู (BMW AG), ฟอร์ด มอเตอร์ (Ford Motor) และเจนเนอรัล มอเตอร์ส (General Motors : GM)  

ฝ่าม เญิต เวือง (Pham Nhat Vuong) ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท วินฟาสต์ ออโต้ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเกือบทั้งหมดของวินฟาสต์ มั่งคั่งขึ้นเกือบ 40,000 ล้านดอลลาร์ในการซื้อขายวันแรก ซึ่งเป็นหนึ่งในความมั่งคั่งที่พุ่งสูงที่สุดเท่าที่ Bloomberg Billionaires Index เคยบันทึกไว้

แต่พอพ้นวันแรก ก็เริ่มกลับสู่ความเป็นจริง ในวันที่ 17 สิงหาคม 2023 ซึ่งเป็นวันที่สามของการซื้อขาย หุ้นวินฟาสต์ปิดการซื้อขายครึ่งวันแรกที่ 20.0 ดอลลาร์ต่อหุ้น หักลบความมั่งคั่งของฝ่าม เญิต เวือง (Pham Nhat Vuong) มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทไปเกือบครึ่งจากวันแรกของการเข้าเทรด  

ตามรายงานของ Bloomberg Billionaires Index ในวันที่ 17 สิงหาคม (เวลาสหรัฐ) ความมั่งคั่งของฝ่าม เญิต เวือง ลดลงประมาณ 40% จากวันแรก มูลค่า 26,200 ล้านดอลลาร์ 

ฝ่าม เญิต เวือง ถือครองหุ้นวินฟาสต์ ออโต้อยู่ 99% ผ่านวินกรุ๊ป เจเอสซี (Vingroup JSC) ทำให้เหลือหุ้นจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นให้นักลงทุนรายย่อยซื้อขาย ซึ่งการแกว่งตัวอย่างแรงของราคาหุ้นที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ธุรกรรมที่มีขนาดค่อนข้างเล็กก็สามารถสร้างผลกระทบอย่างมากต่อราคาหุ้น และตอนนี้คาดการณ์กันว่าจะมีการแกว่งตัวครั้งใหญ่ของราคาหุ้นวินฟาสต์อีก  


แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่เจ็บปวดเท่าไรนัก เนื่องจากดัชนีของ Bloomberg ไม่ได้พิจารณารวมถึงสัดส่วนการถือหุ้นของเขาในวินฟาสต์จนกว่าบริษัทจะเสร็จสิ้นการควบรวมกิจการกับบริษัทเช็กเปล่า Black Spade Acquisition Co. ในสัปดาห์นี้ ดังนั้น เขาจึงยังคงมั่งคั่งกว่าตอนก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ