ลุ้น “ผลิตภาพ” สหรัฐพุ่งต่อเนื่อง “เส้นทางทอง” ดันเศรษฐกิจแกร่ง-ไร้เงินเฟ้อ

เศรษบกิจสหรัฐ
สถานีรถไฟแกรนด์เซ็นทรัล นิวยอร์ก (ภาพโดย Charly TRIBALLEAU / AFP)
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ปัจจุบันนักเศรษฐศาสตร์หลายคนใน “วอลล์สตรีต” กำลังจับตาผลิตภาพ (Productivity) ของสหรัฐอเมริกา หากผลิตภาพขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ก็เป็นความหวังว่าจะช่วยทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อพุ่งตามมา

ในรอบ 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ผลิตภาพสหรัฐขยายตัวเฉลี่ย 3.9% หรือมากกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนที่จะเกิดการระบาดของโควิด-19 ซึ่งโดยปกติแล้วเมื่อลูกจ้างทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น บริษัทต่าง ๆ สามารถขึ้นค่าจ้างให้กับลูกจ้างได้โดยไม่ผลักภาระไปให้ผู้บริโภคด้วยการขึ้นราคาสินค้า ดังนั้นในแง่ของผู้กำหนดนโยบายการเงินก็ไม่ต้องกังวลมากนักเกี่ยวกับเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผลิตภาพที่สำนักสถิติแรงงานนำมาใช้วัดผลผลิตต่อชั่วโมงของแรงงาน มักจะมีความผันผวน ดังนั้นแนวโน้มการเติบโตของผลิตภาพในปัจจุบันแม้จะดูมีความหวังว่าจะเป็นแรงสนับสนุนให้เศรษฐกิจสามารถชะลอตัวลงอย่างนุ่มนวล หรือ “ซอฟต์แลนดิ้ง” แต่ในกลุ่มของเจ้าหน้าที่เฟดก็ยังต้องมองในทางบวกอย่างระมัดระวัง

“ออสแทน กูลส์บี” ประธานเฟดสาขาชิคาโก กล่าวว่า ตนภาวนาให้ผลิตภาพขยายตัวแบบนั้นต่อไป “แนวโน้มที่ดีอย่างน่าตกใจแบบนี้” สนับสนุนให้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นและเศรษฐกิจขยายตัว มันจะนำไปสู่ “เส้นทางทอง” ของการเติบโตด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยที่เงินเฟ้อต่ำได้ด้วย

ด้าน โทมัส บาร์คิน ประธานเฟดสาขาริชมอนด์ ชี้ว่า ในระยะยาวผลิตภาพอาจจะขยายตัวอ่อน ๆ หรือเติบโตมากกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ประมาณ 0.2% แต่ก็หวังว่าจะขยายตัวได้มากกว่านี้

“ช่วง 3 หรือ 4 ไตรมาสที่แล้ว ผลิตภาพแข็งแกร่ง แต่ผมไม่คิดว่ามันสูงพอที่จะสรุปว่าเรามาถึงจุดที่รูปแบบของผลิตภาพมีความแตกต่างออกไป ถ้าหากผลิตภาพยังขยายตัวแบบนี้ต่อไปอีกสัก 2-3 ไตรมาส ผมถึงจะเปลี่ยนใจไปเชื่อว่ารูปแบบหรือเส้นทางของมันแตกต่างจากเดิม”

ลอเรตต้า เมสเตอร์ ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ อธิบายว่า ตลาดแรงงานที่ตึงตัว ด้วยอัตราว่างงานที่ต่ำกว่า 4% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กระตุ้นให้นายจ้างพบวิธีที่จะเพิ่มยอดขายโดยไม่ต้องจ้างคนเพิ่ม แต่สามารถขึ้นค่าจ้างได้ด้วย “เป็นไปได้ที่แนวโน้มของผลิตภาพจะสูงขึ้นต่อไป”

ถึงแม้บรรดาคนในวอลล์สตรีตจะให้ความสำคัญกับปัญญาประดิษฐ์และนวัตกรรมต่าง ๆ อย่างเช่น ChatGPT ว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนประสิทธิภาพด้านต่าง ๆ จนส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นไปสูงเป็นประวัติการณ์ แต่อันที่จริงการบูมของเศรษฐกิจปี 2023 มาจากปัจจัยที่ไม่ได้น่าตื่นเต้นอะไร หนึ่งในปัจจัยนั้นก็คือระบบเศรษฐกิจมีการจ้างงานจนเต็ม โดยที่พนักงานก็มีประสบการณ์และทักษะเพิ่มขึ้น

ทางด้าน Employ America หน่วยงานถังความคิดซึ่งสนับสนุนนโยบาย “ส่งเสริมแรงงาน” ระบุว่า อีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมให้ผลิตภาพเติบโตก็คือการลงทุนโรงงานต่าง ๆ รวมทั้งโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายใต้รัฐบาล “โจ ไบเดน” ตลอดจนกฎหมาย Inflation Reduction รวมถึงสถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานที่ดีขึ้นหลังจากชะงักงันในช่วงโควิดระบาด “เราไม่ได้เห็นการเติบโตอย่างยั่งยืนของผลิตภาพมานานนับตั้งแต่ทศวรรษ 1990 มีเหตุผลดี ๆ มากมายที่จะตอบว่าทำไมแนวโน้มนี้จะเกิดขึ้นต่อไป”

“เจอโรม พาวเวลล์” ประธานเฟด เคยให้ความเห็นไว้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีมุมมองระมัดระวังเกี่ยวกับแนวโน้มผลิตภาพ เขาระบุว่า การเปลี่ยนไปทำงานแบบระยะไกล (Remote Work) ไม่ได้ดูเหมือนจะเพิ่มผลิตภาพได้มากนัก ส่วนผลประโยชน์ที่จะได้จากปัญญาประดิษฐ์ก็ใช้เวลากว่าจะเห็นผล

ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดอีกหลายคนก็มีมุมมองไปในทางเดียวกับประธานเฟด โดยทำนายว่าในระยะยาวเศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตเฉลี่ย 2% ซึ่งบ่งบอกว่าระดับการเติบโตของผลิตภาพจะอยู่ที่ประมาณ 1.5% การเติบโตของจำนวนแรงงาน 0.5% และสันนิษฐานว่า เงินเฟ้อจะมีเสถียรภาพ

เอ็ด ยาร์เดนิ ประธานและผู้ก่อตั้ง “ยาร์เดนิ รีเสิร์ช” ชี้ว่า การเพิ่มขึ้นของผลิตภาพอาจนำไปสู่การเติบโตอย่าง “ระเบิดเถิดเทิง” ของเศรษฐกิจแห่งทศวรรษ 2020 ประเมินว่า ผลิตภาพอาจขยายตัวได้ถึง 2.5% หรือมากกว่านั้นต่อปี ในช่วงทศวรรษที่เหลืออยู่