ญี่ปุ่นอุบัติเหตุจากผู้ขับขี่สูงวัยพุ่งสูง สังคมถกเถียงถึงเวลาห้ามคนแก่ขับรถ ?

ญี่ปุ่น
ภาพโดย Richard A. Brooks / AFP

สังคมญี่ปุ่นกำลังถกเถียงกัน ว่าถึงเวลาหรือยังที่จะมีมาตรการที่จริงจังในการโน้มน้าวให้ผู้สูงอายุให้เลิกขับขี่รถ หลังจากจำนวนอุบัติเหตุที่เกิดจากผู้ขับขี่สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างมาก 

วันที่ 10 มิถุนายน 2024 สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) รายงานว่า สังคมญี่ปุ่นกำลังถกเถียงหนักว่าควรโน้มน้าวผู้สูงอายุเลิกขับขี่ยานยนต์แล้วหรือไม่ หลังจากจำนวนอุบัติเหตุที่เกิดจากผู้ขับขี่สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่คนบางส่วนในสังคมมองว่าการให้ผู้สูงอายุขับขี่ยานยนต์อาจสร้างความไม่สะดวกให้แก่ผู้สูงอายุในพื้นที่ชนบท

กระแสถกเถียงนี้กลับมาเป็นประเด็นร้อนหลังจากเกิดอุบัติเหตุทางตอนเหนือของกรุงโตเกียวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยชายวัย 84 ปี ในจังหวัดไซตามะขับรถยนต์เข้าชนกลุ่มเด็กประถม ทำให้นักเรียนหญิงคนหนึ่งบาดเจ็บสาหัส

ชายคนดังกล่าวอ้างว่าสาเหตุมาจากความสับสน โดยเขาเข้าใจผิดเพี้ยนว่าไฟจราจรของทางม้าลายที่ให้สัญญาณเดินข้ามได้นั้นเป็นสัญญาณว่าเดินรถได้ และไม่ได้พยายามหยุดเบรกรถขณะที่เด็ก 7 คนคนกำลังข้ามถนนบนทางม้าลาย

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ครอบครัวของชายสูงวัยคนนี้เรียกร้องให้เขาเลิกขับรถยนต์มานานหลายครั้งแล้ว เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ชายชรายังคงยืนกรานที่จะขับรถ โดยอ้างว่ามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี

Advertisment

ทั้งนี้ ปัจจุบันญี่ปุ่นกำหนดว่าผู้ขับขี่อายุ 70 ปีขึ้นไปต้องผ่านการอบรมพิเศษ ซึ่งรวมถึงการเรียนการสอนในห้องเรียนและการทดสอบขับขี่บนถนน ส่วนผู้ขับขี่อายุ 75 ปีขึ้นไปต้องผ่านการทดสอบการรู้คิดเพื่อต่ออายุใบอนุญาตขับขี่

อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงพอต่อการยับยั้งการเกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวพันกับผู้ขับขี่สูงอายุ

ญี่ปุ่นพบอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับผู้ขับขี่อายุ 75 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนอุบัติเหตุดังกล่าวในปี 2023 สูงถึง 30,330 ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นหลังจากลดลงชั่วคราวระหว่างเกิดโรคระบาดใหญ่ในปี 2020

แม้ญี่ปุ่นกระตุ้นผู้ขับขี่สูงอายุคืนใบอนุญาตขับขี่ แต่จำนวนผู้ยอมคืนโดยสมัครใจกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลระบุว่ามีผู้สูงอายุสมัครใจคืนใบอนุญาตขับขี่ในปี 2019 ราว 3.5 แสนคน แต่ตัวเลขนี้ลดลงเหลือราว 2.6 แสนคนในปี 2023 

Advertisment

ความท้าทายนี้เพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษในพื้นที่ชนบทซึ่งมีระบบขนส่งสาธารณะอยู่อย่างจำกัด และบรรดาผู้สูงอายุต่างพึ่งพาการขับขี่รถเองเป็นอย่างมากในการใช้ชีวิตประจำวัน

ผลการศึกษาจากสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นพบว่า การใช้ระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่ชนบทไม่ว่ารูปแบบใด สร้างภาระทางเศรษฐกิจมากกว่าเมื่อเทียบกับการขับขี่ยานพาหนะส่วนตัว โดยค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการใช้รถโดยสารประจำทางอาจสูงเกิน 9,300 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.43 แสนบาท) ต่อปี

ทั้งนี้ เหล่าผู้ร่วมถกเถียงเสนอแนะการสร้างตัวเลือกขนส่งสาธารณะที่ดียิ่งขึ้น จัดตั้งระบบสนับสนุนชุมชน หรือแม้แต่จัดสรรเงินจูงใจให้ผู้สูงอายุที่ยินยอมคืนใบอนุญาตขับขี่

ด้านนักวิเคราะห์ท้องถิ่นเน้นย้ำความจำเป็นในการสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยและการเดินทางของประชากรสูงอายุ โดยชี้ว่าการรับรองว่าผู้ขับขี่สูงอายุสามารถเลิกขับขี่ได้โดยไม่สูญเสียอิสระในการใช้ชีวิตเป็นสิ่งสำคัญต่อการป้องกันโศกนาฏกรรมในอนาคต